โฆษกพม. แจง เด็ก 11 ปี ขับรถชนพระ ขึ้นทะเบียนผู้พิการประเภท 7

โฆษกพม. แจง เด็ก 11 ปี ขับรถชนพระ ขึ้นทะเบียนผู้พิการประเภท 7 ส่งทีมสหวิชาชีพเข้าดูแล

จากกรณีข่าวสะเทือนใจที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา กรณีเด็กวัย 11 ปี ขับรถยนต์เฉี่ยวชนพระสงฆ์จนเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตนั้น ล่าสุดทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยนางเตือนใจ คงสมบัติ ในฐานะโฆษก พม. ได้ออกมาให้ข้อมูลความคืบหน้าและแนวทางการช่วยเหลือผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายอย่างเร่งด่วน โดยประเด็นสำคัญที่สังคมให้ความสนใจคือสถานะของตัวเด็กที่ก่อเหตุ พบว่าเป็นเด็กพิเศษที่ได้รับการขึ้นทะเบียนผู้พิการประเภท 7 ซึ่งเป็นความพิการทางออทิสติก

รายละเอียดการช่วยเหลือกรณี โฆษกพม. แจง เด็ก 11 ปี ขับรถชนพระ ขึ้นทะเบียนผู้พิการประเภท 7

ทางด้าน พม. ได้มีการประสานงานกับทีมสหวิชาชีพและศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน (ศรส.) เพื่อลงพื้นที่ประเมินสภาวะทางจิตใจและร่างกายของเด็กอย่างใกล้ชิด เนื่องจากตามกฎหมายแล้ว เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปีจะต้องได้รับการคุ้มครองภายใต้ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก หากไม่มีความจำเป็นจริงๆ ไม่ควรด่วนตัดสินว่าเป็นการบกพร่องในการดูแลของครอบครัวเพียงฝ่ายเดียว เนื่องจากสถานการณ์การดูแลเด็กพิเศษมีความละเอียดอ่อนสูงและจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากคนรอบข้างและคนในชุมชน

แนวทางการดำเนินงานของภาครัฐมีดังนี้:

  • ทีมสหวิชาชีพเข้าดูแลและวางแผนการรักษาทั้งด้านจิตใจและร่างกายของเด็ก
  • กรมสุขภาพจิตส่งทีม MCATT ร่วมมือกับโรงพยาบาลในพื้นที่เพื่อเยียวยาจิตใจผู้สูญเสียและครอบครัว
  • ประสานงานกระทรวงยุติธรรมเพื่อเยียวยาผลกระทบที่เกิดขึ้นตามขั้นตอนทางกฎหมาย
  • รณรงค์ขอความร่วมมือสื่อมวลชนและประชาชนไม่เผยแพร่ภาพเหตุการณ์รุนแรงหรือข้อมูลส่วนตัวของครอบครัว

ในส่วนของสถานะความพิการของเด็กนั้น เมื่อมีประวัติขึ้นทะเบียนผู้พิการประเภท 7 ทางครอบครัวต้องเผชิญกับความท้าทายในการดูแลมากกว่าปกติ ทาง พม. จึงย้ำเตือนให้สังคมเห็นใจและสร้างพื้นที่ปลอดภัยแทนการซ้ำเติม อีกทั้งยังฝากถึงพี่น้องประชาชนหากพบเห็นปัญหาหรือต้องการคำปรึกษาเกี่ยวกับสวัสดิภาพเด็ก สามารถโทรแจ้งสายด่วน พม. ได้ที่เบอร์ 1300 ตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ อธิบดีกรมสุขภาพจิตยังเน้นย้ำเรื่องการเยียวยาจิตใจในระยะยาว เพราะเหตุการณ์ความสูญเสียเช่นนี้ส่งผลกระทบต่อทั้งครอบครัวผู้ก่อเหตุและครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างหนัก การปฐมพยาบาลทางใจและการให้ความช่วยเหลือในระยะฟื้นฟูจึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ทุกคนก้าวผ่านเหตุการณ์วิกฤตนี้ไปได้ เราทุกคนควรเป็นกำลังใจและใช้สติในการรับข่าวสาร เพื่อไม่ให้ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนไปทำร้ายผู้ที่ยังบอบช้ำอยู่

ที่มา – โฆษกพม. แจง เด็ก 11 ปี ขับรถชนพระ ขึ้นทะเบียนผู้พิการประเภท 7 ส่งทีมสหวิชาชีพเข้าดูแล

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *