โฆษกรัฐบาลตีเก๊สลิป 7 ล้าน ล่าต้นตอ IP

ประเด็นข่าวที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ กรณีมีเพจเฟซบุ๊กเผยแพร่ภาพและข้อความอ้างว่า มีการโอนเงินค่าน้ำชาเข้าบัญชีของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นจำนวน 7 ล้านบาท เมื่อปี 2566 ล่าสุด นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวมีข้อสังเกตหลายประการ และมองว่าอาจเป็นสลิปปลอมที่ถูกจัดทำขึ้นเพื่อสร้างความเข้าใจผิด

นายเอกภพระบุว่า การตัดต่อภาพหรือจัดทำเอกสารในลักษณะดังกล่าวสามารถทำได้จากหลายแหล่ง จึงจำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้านก่อนเชื่อหรือส่งต่อ โดยเฉพาะเรื่องธุรกรรมทางการเงินที่มีจำนวนสูง เพราะธนาคารมักกำหนดข้อจำกัดและขั้นตอนเพิ่มเติมสำหรับการโอนเงินวงเงินมาก

โฆษกรัฐบาลตีเก๊สลิป 7 ล้าน

สำหรับกรณีที่มีการกล่าวอ้างถึงการโอนเงินจำนวน 7 ล้านบาท โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีตั้งข้อสังเกตว่า หากเป็นการโอนเงินเกินวงเงินที่กำหนด อาจต้องมีการขอขยายวงเงินกับธนาคารก่อนดำเนินการ ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวสามารถตรวจสอบรายละเอียดได้ นายเอกภพจึงมองว่า เมื่อพิจารณาจากข้อจำกัดของธุรกรรมและบริบทโดยรวมแล้ว เรื่องนี้ควรถูกตั้งข้อสงสัยและยังไม่ควรเชื่อว่าเป็นข้อมูลจริง

อย่างไรก็ตาม การชี้แจงดังกล่าวเป็นความเห็นและข้อมูลจากฝ่ายรัฐบาล ประชาชนควรรอการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงหลักฐานทางเทคนิคและข้อมูลจากสถาบันการเงินก่อนสรุปข้อเท็จจริง การใช้คำว่า “สลิปปลอม” จึงควรพิจารณาตามกระบวนการตรวจสอบที่เป็นทางการ ไม่ควรตัดสินจากภาพที่เผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์เพียงอย่างเดียว

โฆษกรัฐบาลตีเก๊สลิป 7 ล้าน พร้อมเดินหน้าตรวจสอบเครือข่าย

นายเอกภพกล่าวต่อว่า เพจที่เผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวไม่ได้ถูกจับตามองเป็นครั้งแรก แต่มีพฤติการณ์เผยแพร่ข่าวที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่าเป็นข่าวปลอมมาแล้วหลายครั้ง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือดีอี จึงติดตามความเคลื่อนไหวของเพจและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง ในบางกรณีอาจมีการลบโพสต์หรือปิดเพจเป็นการชั่วคราว

ข้อสังเกตที่พบคือ เมื่อเพจเดิมถูกปิดหรือไม่สามารถใช้งานได้ ผู้ดูแลอาจเปิดเพจใหม่โดยใช้ชื่อในลักษณะ V.1, V.2, V.3 หรือ V.4 เพื่อให้ผู้ติดตามเดิมกลับมาเชื่อมโยงกันได้อีกครั้ง ทางกระทรวงดีอียืนยันว่าจะติดตามเส้นทางการเผยแพร่ข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นเพจที่อยู่ในประเทศไทยหรือต่างประเทศ รวมถึงตรวจสอบ IP และเครือข่ายที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง

การติดตาม IP ไม่ได้หมายความว่าผู้ใช้งานทุกคนจะมีความผิดโดยอัตโนมัติ แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการรวบรวมหลักฐานเพื่อระบุแหล่งที่มา ลำดับการเผยแพร่ และความเชื่อมโยงระหว่างบัญชีหรือเพจต่าง ๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการตามกฎหมายและคำนึงถึงสิทธิของผู้ใช้งานควบคู่กันไป

นักการเมืองแชร์ข้อมูลต้องรับผิดชอบแค่ไหน

อีกประเด็นที่ได้รับความสนใจคือ มีนักการเมืองบางรายนำข้อมูลจากเพจดังกล่าวไปเผยแพร่ต่อ นายเอกภพตั้งข้อสังเกตว่า นักการเมืองควรมีความรอบคอบมากกว่าบุคคลทั่วไป เพราะการสื่อสารของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองสามารถส่งผลต่อความเข้าใจของประชาชนและสร้างแรงกระเพื่อมในสังคมได้อย่างรวดเร็ว

การกดแชร์หรือส่งต่อข้อมูลอาจดูเป็นเรื่องเล็กในโลกออนไลน์ แต่หากข้อมูลนั้นเป็นเท็จ บิดเบือน หรือพาดพิงบุคคลอื่นจนเกิดความเสียหาย ผู้เผยแพร่ต่ออาจต้องพิจารณาความรับผิดชอบทั้งในด้านกฎหมายและจริยธรรม การจะอ้างว่าเป็นเพียงผู้แชร์จึงอาจไม่เพียงพอ หากผู้แชร์มีส่วนทำให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องแพร่กระจายเป็นวงกว้าง

  • ตรวจสอบแหล่งที่มา: พิจารณาว่าข้อมูลมาจากหน่วยงานทางการหรือบัญชีที่น่าเชื่อถือหรือไม่
  • ดูรายละเอียดของหลักฐาน: ภาพสลิปเพียงภาพเดียวอาจไม่เพียงพอสำหรับยืนยันธุรกรรมจริง
  • เปรียบเทียบกับข่าวจากหลายสำนัก: หากเป็นเรื่องสำคัญ ควรรอข้อมูลยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • หลีกเลี่ยงการกล่าวหา: ไม่ควรสรุปว่าบุคคลใดกระทำผิดก่อนมีหลักฐานและผลตรวจสอบอย่างเป็นทางการ
  • คิดก่อนแชร์: การส่งต่อข้อมูลที่คลาดเคลื่อนอาจสร้างความเสียหายและนำไปสู่ความรับผิดทางกฎหมายได้

กรณีโฆษกรัฐบาลตีเก๊สลิป 7 ล้าน จึงสะท้อนปัญหาสำคัญของสังคมออนไลน์ นั่นคือการนำภาพหรือข้อความที่ยังไม่ได้รับการยืนยันมาใช้โจมตีบุคคลหรือสร้างประเด็นทางการเมือง แม้ประชาชนมีสิทธิรับรู้และตั้งคำถาม แต่การตรวจสอบข้อเท็จจริงควรเดินหน้าอย่างเป็นระบบ

ในมุมของผู้ใช้งานทั่วไป สิ่งที่ทำได้ทันทีคือหยุดการแชร์ข้อมูลที่ยังไม่ชัดเจน เก็บหลักฐานต้นทาง และติดตามคำชี้แจงจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ ส่วนผู้ที่ทำหน้าที่สื่อสารต่อสาธารณะควรตระหนักถึงผลกระทบของทุกข้อความ เพราะความเร็วในการเผยแพร่ไม่ควรมาก่อนความถูกต้อง

บทสรุป: ข่าวโฆษกรัฐบาลตีเก๊สลิป 7 ล้านยังเป็นประเด็นที่ต้องรอผลตรวจสอบเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การติดตาม IP และเครือข่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศควรดำเนินไปตามกฎหมาย ขณะเดียวกันประชาชนควรใช้วิจารณญาณและไม่ส่งต่อข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน

ก่อนแชร์ข่าวการเมืองหรือข้อมูลทางการเงินทุกครั้ง ลองหยุดตรวจสอบสักนิด เพราะการแชร์อย่างรับผิดชอบคือวิธีง่ายที่สุดที่ช่วยลดการแพร่กระจายของข่าวปลอมในสังคม

ที่มา – ‘โฆษกรัฐบาล’​ ตีเก๊สลิป 7 ล้าน เผย ‘ดีอี’ตามล่า IP ในประเทศ-นอกประเทศไม่มีเว้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *