โฆษกรัฐบาล เผยการประชุมอาเซียน รัฐบาลสานต่อเพื่อประชาชน
สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาพูดถึงข่าวสำคัญในแวดวงการต่างประเทศไทยกันนะครับ โดยเฉพาะเรื่องที่ โฆษกรัฐบาล เผยการประชุมอาเซียน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของนโยบายต่างประเทศที่รัฐบาลกำลังสานต่อเพื่อประโยชน์ของประชาชนชาวไทยทุกคน เมื่อวันที่ 9 พ.ค. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาแถลงถึงผลการเดินทางของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ที่เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 48 ที่เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ ระหว่าง 7-9 พ.ค. การเข้าร่วมครั้งนี้แสดงให้เห็นบทบาทเชิงรุกของไทยท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยความผันผวนจากความขัดแย้งต่างๆ ที่กระทบเศรษฐกิจ พลังงาน อาหาร และความมั่นคงในภูมิภาค
การประชุมอาเซียน
ในวันแรก 7 พ.ค. นายกฯ ไทยได้เข้าร่วมการหารือสามฝ่ายกับสมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาแนต นายกฯ กัมพูชา และนายแฟร์ดีนันด์ มาร์โคส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เพื่อพูดคุยสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ไทยยืนยันจุดยืนสันติภาพ รักษาอธิปไตย และผลประโยชน์ชาติ โดยนายกฯ ย้ำว่าถึงเวลาที่สองประเทศเพื่อนบ้านจะเปิดบทใหม่ด้วยความจริงใจและความร่วมมือ ไม่ให้ความขัดแย้งสร้างความสูญเสียอีก ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบให้ รมว.ต่างประเทศ จัดมาตรการสร้างความเชื่อมั่นทันที โดยไม่มีการพูดถึงปักปันเขตแดนหรือเปิดพรมแดน
ผลการประชุมอาเซียนเต็มรูปแบบ
วันที่ 8 พ.ค. นายกฯ เข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนแบบเต็มคณะ ยืนยันจุดยืนไทยส่งเสริมสันติภาพ การเจรจา กฎกติกาสากล และเอกภาพอาเซียน นายกฯ เสนอเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคงพลังงาน เช่น โครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน กลไกปิโตรเลียม และพลังงานหมุนเวียน สำหรับความมั่นคงอาหาร ไทยพร้อมใช้ศักยภาพผู้ผลิตอาหารชั้นนำ สนับสนุนภูมิภาค โดยต่อยอดจากความตกลงค้าข้าวไทย-สิงคโปร์ไปยังสินค้าจำเป็นอื่นๆ
ที่ประชุมเห็นชอบ “พิธีสารเซบู” เพื่อให้ติมอร์-เลสเต เข้าสมาชิกอาเซียน และรับรองแถลงการณ์ 4 ฉบับ ได้แก่:
- ความร่วมมือทางทะเล
- รับมือผลกระทบจากตะวันออกกลาง
- บริหารจัดการภัยพิบัติ
- เสริมพลังเยาวชนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ในเซสชันไม่เป็นทางการ นายกฯ เสนอ 3 แนวทางยุทธศาสตร์: เสริมภูมิภาคนิยมเพื่อเอกภาพ, สร้างความยืดหยุ่นด้วย ASEAN Centrality และพัฒนากลไกวิกฤต, รักษาบทบอบอาเซียนในเวทีโลกผ่านพหุภาคีนิยม
การหารือทวิภาคีในกรอบการประชุมอาเซียน
นายกฯ ยังหารือทวิภาคีกับผู้นำ 4 ประเทศ: กับเวียดนาม เร่งค้าถึง 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ, เชื่อมโยงการบิน, พัฒนาลุ่มน้ำโขง; กับสิงคโปร์ เสริมความเข้มแข็งอาเซียน “Synergise Our Strength” และโครงข่ายไฟฟ้า; กับมาเลเซีย ผลักดันโครงสร้างพื้นฐานชายแดน ถนนสะเดา-บูกิตกายูฮิตัม สะพานโก-ลก 2, สันติภาพชายแดนใต้, ค้า-ลงทุน-ท่องเที่ยว; กับฟิลิปปินส์ สนับสนุนประธานอาเซียน, ร่วมมืออาหาร-ค้า-พลังงาน-ปราบอาชญากรรมออนไลน์
โดยรวมแล้ว การประชุมอาเซียน ครั้งนี้ประสบความสำเร็จ ไทยแสดงศักยภาพและความมุ่งมั่น สร้างประโยชน์ให้ประชาชน ท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว
มุมมองส่วนตัวนะครับ การที่รัฐบาลสานต่อนโยบายต่างประเทศแบบนี้ ทำให้ไทยมีจุดยืนแข็งแกร่งในอาเซียน ชาวไทยเราควรภาคภูมิใจและติดตามพัฒนาการต่อไป หากสนใจข่าวการเมืองการต่างประเทศ ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ หรือสมัครรับข่าวสารจากบล็อกเราเพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ!
ที่มา – โฆษกรัฐบาล เผยการประชุมอาเซียน รัฐบาลสานต่อการต่างประเทศเพื่อประชาชน