โจทย์เพื่อไทยลุยไฟไปต่อ
สถานการณ์การเมืองไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายใหม่ ๆ ในช่วงที่รัฐบาลเพื่อไทยอยู่ในช่วงการบริหารประเทศ ความเคลื่อนไหวของฝ่ายค้านและกระแสภายในพรรคร่วมกับปัจจัยภายนอกต่างๆ ต่างส่งผลต่อภาพรวมทางการเมืองของประเทศ “โจทย์เพื่อไทยลุยไฟไปต่อ” จึงกลายเป็นคำถามที่น่าจับตามองว่าพรรคฝ่ายบริหารจะสามารถขับเคลื่อนนโยบายไปสู่ความสำเร็จได้เพียงใด
โจทย์เพื่อไทยลุยไฟไปต่อในวาระสำคัญ
สิ่งหนึ่งที่ทำให้คนให้ความสนใจคือคำกล่าวของ “หมอมิ้ง” นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่ออกมาเตือนถึงกลุ่มบุคคลบางกลุ่มที่อาจใช้ประโยชน์จากสถานการณ์กระแสสังคมเพื่อโจมตีรัฐบาล “พวกเล่นผลประโยชน์ทางการเมืองมากกว่าผลประโยชน์ของประเทศชาติ คือศัตรูแท้จริงของคนไทย” คำพูดดังกล่าวมีน้ำหนักทางการเมือง โดยเฉพาะเมื่อความขัดแย้งระหว่างไทย-เขมรยังคงลุกลามอยู่
กลุ่มการเมืองและพลังแฝง
โดยเฉพาะ “พรรคภูมิใจไทย” ที่ถูกมองว่าเป็นศัตรูฝ่ายค้านในระยะยาว กลับขยับขยายพื้นที่อิทธิพลอย่างต่อเนื่อง มีการปล่อยข่าวและภาพที่ให้ความสนใจแก่ตัวพรรค อย่างเช่นเหตุการณ์ของ“เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ที่เข้าพบกับนักธุรกิจวงในก่อนการวินิจฉัยกรณีคลิปเสียงของนายกฯเซ็น ตั้งคำถามว่ากำลังโยนปมซับแฝงเพื่อสร้างน้ำเสียงในกรณีที่พรรคในฝ่ายค้านขัดแย้งกับรัฐบาล
เมื่อดูสถานการณ์ของพรรคอื่น ๆ พบว่า “นายนิพนธ์ บุญญามณี” ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ยังมีความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดกับตัวการเมืองระดับแนวหน้าของพรรคภูมิใจไทย ทำเอาคนในพรรคเก่าต้องตั้งคำถามเลยว่า ผมควรจะไปอยู่ข้างไหนดี อยู่กับพรรคร่วมที่อาจไม่มีอนาคต หรือเลือกผู้นำที่มีทิศทางชัดเจน
โจทย์เพื่อไทยลุยไฟไปต่อต้องไล่ตามคะแนนนิยม
โจทย์เพื่อไทยลุยไฟไปต่อ ดูเหมือนจะเป็นภารกิจหนักตากับทุกแง่มุม โดยเฉพาะเมื่อ “นายกฯอิ๊งค์” เซ็น เดินทางไปพักผ่อน ไม่ได้เข้าไปบริหารสถานการณ์เวทีระดลบกระหน่ำจริง ๆ การที่ “แม้ว” ทักษิณ เคยมีบทบาทออนไลน์อย่างเข้มข้นในการขับเคลื่อนนโยบายสร้างภาพลักษณ์ให้รัฐบาล เป็นตัวสองตัวของพรรคคนนี้หายไป ดูเหมือนรัฐบาลจะแอคชั่นน้อยลงไปสักหน่อย
ขณะที่พรรคฝ่ายบริหารต้องดูแลเรื่องเศรษฐกิจ การเมือง การป้องกันประเทศ การบริหารความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแบบหลายด้าน ปัญหาชายแดนไทย-เขมร ถือเป็นจุดเสี่ยงหนึ่งที่หากว่ากันตรง ๆ ก็ทำรัฐบาลสะเทือนได้ง่าย เพราะทหารคนหนึ่งคนสองเสียชีวิต เสียงสะท้อนก็อาจกลายเป็นเสียงวิพากษ์ที่กวาดชัยได้ทั้งพรรค
ความเคลื่อนไหวล่าสุดเมื่อวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา ทหารไทยเหยียบกับระเบิดขาขาดอีกคนหนึ่ง สิ่งนี้เตือนให้ทุกฝ่ายแน่ใจว่า “โจทย์เพื่อไทยลุยไฟไปต่อ” ถ้ายังไม่มีคำตอบชัดเจน ก็อาจกลายเป็นจุดที่รัฐบาลพลิกแพลงได้ครับ
ท้ายที่สุดนี้ หากใครคิดจะรอดจากการเมืองแบบระเบิดคำราม ควรมีกลยุทธ์ที่ชัดเจน ไม่ใช่แค่รอรับผล แต่ควรมีแผนที่จะใกล้ชิดคนในประเทศและต่างประเทศจนมีชัยชนะในมือ และในกรณีของพรรคเพื่อไทย สิ่งสำคัญคือ “การเก็บคะแนนนิยมโดยไม่ต้องชักปืนเข้าใส่กัน”
ที่มา – โจทย์เพื่อไทยลุยไฟไปต่อ