โปรดเกล้าฯ ตั้ง ‘ณรงค์ กลั่นวารินทร์’ เป็นกรรมการ กกต. ใหม่
เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้ประกาศพระราชบัญญัติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเกี่ยวกับการแต่งตั้งกรรมการการเลือกตั้ง (กม.กต.) โดยมีการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ เข้ารับตำแหน่งในฐานะกรรมการการเลือกตั้งคนใหม่ ภายใต้มาตรา 222 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
โปรดเกล้าฯ ตั้ง ‘ณรงค์ กลั่นวารินทร์’ เป็นกรรมการ กกต. ใหม่
ก่อนหน้านี้ตามประกาศในวันที่ 12 สิงหาคม 2561 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งนายปกรณ์ มหรรณพ ให้ดำรงตำแหน่งกรรมการ กกต. อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีอายุครบ 70 ปี ทำให้ต้องพ้นจากหน้าที่ จึงทำให้เกิดความว่างในตำแหน่ง
ภายหลังวุฒิสภาได้มีมติเห็นชอบการเสนอชื่อนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ซึ่งเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย ให้ดำรงตำแหน่งกรรมการ กกต. ณ วันที่ปรากฏในประกาศ คือ 30 สิงหาคม 2568
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การโปรดเกล้าฯ ตั้ง ‘ณรงค์ กลั่นวารินทร์’ เป็นกรรมการ กกต. ใหม่
ในการดำเนินการครั้งนี้ ได้อ้างอิงตาม มาตรา 222 (2) แห่งรัฐธรรมนูญ และประกอบกับข้อกำหนดในมาตรา 8 และมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 เพื่อรับรองกระบวนการที่โปร่งใสและมีความเหมาะสม
- มีการตรวจสอบประวัติครบถ้วน
- วุฒิสภาให้ความเห็นชอบเป็นลำดับต้น
- คณะกรรมการตรวจสอบลักษณะต้องห้ามไม่พบความผิดปกติ
เพื่อย้ำความสำคัญของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือในนาม "กกต." ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการดูแลกิจการด้านการเมือง การเลือกตั้ง และเสริมสร้างความเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย ดังนั้น การแต่งตั้ง ณรงค์ กลั่นวารินทร์ เข้าสู่คณะกรรมการจึงหมายถึงการสานต่อภารกิจสำคัญเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง
จุดเด่นของนายณรงค์ กลั่นวารินทร์
แม้การประกาศโปรดเกล้าฯ ตั้ง ‘ณรงค์ กลั่นวารินทร์’ เป็นกรรมการ กกต. ใหม่ จะเน้นที่ความถูกต้องตามระเบียบ แต่ก็มีประเด็นสำคัญที่ประชาชนควรรู้เกี่ยวกับตัวบุคคลดังกล่าว เช่น ประสบการณ์ การศึกษา และผลงานในอดีตที่ตกทอดมา มีส่วนช่วยเสริมประสิทธิภาพในการทำงานของคณะกรรมการ
ทั้งนี้ สามารถสรุปได้ว่าการแต่งตั้งครั้งนี้เกิดจากความพร้อมของบุคลากรและคณะกรรมการที่จะขับเคลื่อนงานได้อย่างมีประสิทธิผล ภายใต้กรอบของกฎหมายและหลักประชาธิปไตย
หากนี่คือจุดเริ่มต้นใหม่สำหรับคณะกรรมการการเลือกตั้ง ชาวไทยก็ควรให้ความสนใจและร่วมกันสนับสนุนให้ระบบการเมืองของประเทศมีความโปร่งใสและยุติธรรมมากขึ้น