โรมไม่ยอมรับคำสั่งลดอำนาจ กมธ.

ประเด็นการทำงานของคณะกรรมาธิการ หรือ กมธ. สภาผู้แทนราษฎร กำลังได้รับความสนใจจากสังคม หลังมีการเผยแพร่หนังสือเวียนเกี่ยวกับแนวทางการเชิญบุคคลหรือหน่วยงานมาให้ข้อมูล โดยมีข้อเสนอว่าการดำเนินการดังกล่าวควรผ่านมติของ กมธ. ไม่ใช่การตัดสินใจโดยประธาน กมธ. เพียงฝ่ายเดียว เรื่องนี้ทำให้เกิดคำถามสำคัญเกี่ยวกับขอบเขตอำนาจและกลไกตรวจสอบรัฐบาลในระบบรัฐสภา

โรมไม่ยอมรับคำสั่งลดอำนาจ กมธ. และมองว่าหนังสือเวียนดังกล่าวไม่มีสถานะเป็นกฎหมายหรือข้อบังคับที่มีผลบังคับใช้โดยตรง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าแนวทางดังกล่าวอาจกระทบต่อการทำงานของฝ่ายค้านและขัดแย้งกับหลักการตามรัฐธรรมนูญ

โรมไม่ยอมรับคำสั่งลดอำนาจ กมธ.

รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และประธาน กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ยืนยันว่า กมธ.มีสิทธิเสนอญัตติเรียกประธานสภาผู้แทนราษฎรมาให้ข้อมูล เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับหนังสือเวียนที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของ กมธ. โดยเห็นว่าการเชิญบุคคลมาให้ข้อมูลครั้งนี้เป็นไปตามกระบวนการตรวจสอบ และมีสมาชิกสนับสนุนจนได้เสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง

รังสิมันต์ระบุว่า การออกหนังสือเวียนไม่ควรถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือจำกัดการทำงานของ กมธ. เพราะหนังสือเวียนมีลักษณะเป็นแนวทางหรือการสื่อสารภายใน ไม่ใช่กฎหมายที่สามารถเปลี่ยนแปลงอำนาจหน้าที่ของ กมธ. ได้ หากเนื้อหาของหนังสือเวียนขัดกับรัฐธรรมนูญหรือข้อบังคับการประชุมสภา ก็อาจกลายเป็นปัญหาทางกฎหมายและกระทบต่อความน่าเชื่อถือของสภา

โรมไม่ยอมรับคำสั่งลดอำนาจ กมธ. เพราะกระทบการตรวจสอบ

หัวใจของข้อโต้แย้งอยู่ที่อำนาจในการเรียกบุคคลหรือหน่วยงานมาให้ข้อมูล ฝ่ายที่สนับสนุนให้ต้องใช้มติ กมธ. เห็นว่าเป็นการสร้างระบบตรวจสอบร่วมกัน ป้องกันไม่ให้ประธานใช้อำนาจตามลำพัง ขณะที่ฝ่ายคัดค้านมองว่า หากทุกเรื่องต้องรอมติจากเสียงข้างมาก อาจทำให้ฝ่ายรัฐบาลซึ่งมีจำนวนสมาชิกมากกว่าใช้เสียงขัดขวางการตรวจสอบได้

ในทางปฏิบัติ กมธ.มีหน้าที่รวบรวมข้อเท็จจริง ศึกษาปัญหา และเสนอแนะแนวทางแก้ไขต่อสภา ดังนั้น ความคล่องตัวในการเชิญผู้เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลจึงมีความสำคัญ หากกระบวนการถูกจำกัดมากเกินไป กมธ.อาจไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และกลายเป็นเพียงกลไกที่มีอำนาจตามตัวอักษร แต่ไม่สามารถตรวจสอบเรื่องสำคัญได้จริง

  • ประเด็นแรก: หนังสือเวียนมีสถานะเป็นแนวทางปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมายที่สามารถลดอำนาจตามรัฐธรรมนูญได้โดยอัตโนมัติ
  • ประเด็นที่สอง: การเรียกบุคคลมาให้ข้อมูลควรมีหลักเกณฑ์ชัดเจน โปร่งใส และตรวจสอบได้
  • ประเด็นที่สาม: การใช้เสียงข้างมากไม่ควรกลายเป็นเครื่องมือปิดกั้นการตรวจสอบฝ่ายรัฐบาล
  • ประเด็นที่สี่: ทุกฝ่ายควรยึดข้อบังคับและรัฐธรรมนูญมากกว่าความขัดแย้งทางการเมือง

รังสิมันต์ยังวิจารณ์แนวคิดการแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภาที่อาจทำให้การใช้อำนาจของ กมธ. ต้องพึ่งพาเสียงข้างมากมากขึ้น โดยตั้งคำถามว่า หากการแก้ไขดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่มีการตรวจสอบฝ่ายรัฐบาล จะทำให้กลไกสภาอ่อนแอลงหรือไม่ และท้ายที่สุดประชาชนจะได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงนี้จริงหรือเปล่า

อีกประเด็นที่ถูกพูดถึงคือความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายการเมืองกับข้าราชการ นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันว่ารัฐบาลทำงานภายใต้รัฐธรรมนูญและได้รับความไว้วางใจจากประชาชน พร้อมปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการรวบอำนาจหรือการครอบงำการเมือง อย่างไรก็ตาม ฝ่ายค้านเห็นว่าการตรวจสอบต้องดำเนินต่อไปอย่างเต็มที่ เพื่อให้รัฐบาลสามารถชี้แจงการใช้อำนาจและงบประมาณต่อสาธารณะได้

สำหรับประชาชนทั่วไป เรื่องนี้อาจดูเป็นข้อพิพาททางการเมืองที่เข้าใจยาก แต่แท้จริงแล้วเกี่ยวข้องกับสิทธิในการรับรู้ข้อมูลและการตรวจสอบผู้ใช้อำนาจรัฐโดยตรง หาก กมธ.ไม่สามารถเรียกหน่วยงานหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลได้ การตรวจสอบนโยบาย การใช้งบประมาณ และการบริหารราชการก็อาจไม่รอบด้านมากพอ

ในอีกด้านหนึ่ง การทำงานของ กมธ.ก็ควรมีความรับผิดชอบเช่นกัน การเชิญบุคคลมาให้ข้อมูลต้องอยู่บนข้อเท็จจริง มีเหตุผล และไม่ใช้เวทีสภาเพื่อสร้างแรงกดดันทางการเมืองเพียงอย่างเดียว ทุกฝ่ายจึงควรเปิดเผยหลักเกณฑ์ ขั้นตอน และเหตุผลของการดำเนินการอย่างชัดเจน เพื่อให้สังคมตรวจสอบได้ว่าการใช้อำนาจเป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนรวมจริง

กรณีนี้จึงไม่ใช่เพียงความขัดแย้งระหว่างประธาน กมธ.กับประธานสภา แต่เป็นบททดสอบสำคัญของระบบรัฐสภา ว่าจะสามารถรักษาสมดุลระหว่างเสียงข้างมากกับสิทธิของเสียงข้างน้อยได้หรือไม่ การแก้ปัญหาควรใช้การหารือบนพื้นฐานของรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ ไม่ใช่การออกคำสั่งหรือแนวทางที่ทำให้ฝ่ายหนึ่งเสียความสามารถในการตรวจสอบ

ท้ายที่สุด สังคมควรติดตามว่าการชี้แจงต่อสภาจะนำไปสู่การปรับปรุงกติกาอย่างไร และควรเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยึดหลักโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเคารพอำนาจของสภา เพราะการทำให้ กมธ.ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือการคุ้มครองผลประโยชน์ของประชาชนโดยตรง

ที่มา – ‘โรม’ ไม่ยอมรับคำสั่งลดอำนาจ กมธ. เป็นแค่หนังสือเวียน แถมขัดรัฐธรรมนูญ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *