โลกยังห่างไกลจากเป้าหมายฟื้นฟูระบบนิเวศ
ความพยายามของนานาประเทศในการฟื้นฟูธรรมชาติกำลังเดินหน้า แต่ข้อมูลล่าสุดสะท้อนว่า โลกยังห่างไกลจากเป้าหมายฟื้นฟูระบบนิเวศ ที่กำหนดไว้ แม้หลายประเทศจะเริ่มลงทุนและดำเนินโครงการฟื้นฟูพื้นที่เสื่อมโทรมอย่างจริงจังแล้วก็ตาม เป้าหมายสำคัญภายใต้กรอบงานคุนหมิง-มอนทรีออลว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ คือการฟื้นฟูพื้นที่เสื่อมโทรมประมาณ 1,000 ล้านเฮกตาร์ให้ได้ภายในปี 2573 ควบคู่กับการคุ้มครองระบบนิเวศอย่างน้อย 30% ของโลก
กรอบความร่วมมือดังกล่าวเกิดขึ้นจากความตระหนักว่า ธรรมชาติกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การขยายตัวของเมือง การทำเกษตรเชิงเดี่ยว การตัดไม้ทำลายป่า มลพิษ และการใช้ทรัพยากรเกินขีดจำกัด ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้กระทบเฉพาะสัตว์ป่าหรือพื้นที่สีเขียวเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับอาหาร น้ำ สุขภาพ รายได้ และความมั่นคงทางเศรษฐกิจของผู้คนทั่วโลก
โลกยังห่างไกลจากเป้าหมายฟื้นฟูระบบนิเวศ
รายงานความคืบหน้าการฟื้นฟูของสหประชาชาติระบุว่า ปัจจุบันมีพื้นที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูประมาณ 252 ล้านเฮกตาร์ โดยพื้นที่ในเอเชียมีสัดส่วนสูงถึง 192.2 ล้านเฮกตาร์ จีนเป็นประเทศที่มีพื้นที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูมากที่สุดในภูมิภาค ด้วยจำนวนประมาณ 127.4 ล้านเฮกตาร์ ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงขนาดของการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น แต่เมื่อเทียบกับเป้าหมายรวม 1,000 ล้านเฮกตาร์ ก็ยังจำเป็นต้องเร่งความพยายามอีกมาก
การฟื้นฟูระบบนิเวศบนบกถือว่ามีความคืบหน้าเกือบครึ่งหนึ่งของเป้าหมายที่วางไว้ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ของระบบนิเวศแหล่งน้ำจืดและระบบนิเวศทางทะเลยังน่าเป็นห่วง เนื่องจากมีโครงการฟื้นฟูและเงินทุนสนับสนุนค่อนข้างจำกัด ทั้งที่แม่น้ำ ทะเลสาบ พื้นที่ชุ่มน้ำ ชายฝั่ง และมหาสมุทรกำลังเสื่อมโทรมอย่างรวดเร็วจากมลพิษ การประมงเกินขนาด อุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้น และการทำลายถิ่นอาศัย
เหตุผลที่โลกต้องเร่งฟื้นฟูธรรมชาติ
ธรรมชาติไม่ได้เป็นเพียงทรัพยากรที่มนุษย์นำมาใช้ แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจและสังคม ระบบนิเวศที่สมบูรณ์ช่วยดูดซับคาร์บอน กรองน้ำ ลดความรุนแรงของน้ำท่วม ป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง และเป็นแหล่งอาหารของผู้คนจำนวนมาก รายงานยังชี้ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมของโลกมากกว่าครึ่งหนึ่งมาจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ต้องพึ่งพาธรรมชาติเป็นอย่างมาก ดังนั้น การฟื้นฟูพื้นที่เสื่อมโทรมจึงไม่ใช่เพียงงานด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็นการลงทุนเพื่อความมั่นคงในระยะยาว
หากปล่อยให้ระบบนิเวศเสื่อมโทรมต่อไป ต้นทุนที่สังคมต้องแบกรับจะเพิ่มขึ้น ทั้งค่าใช้จ่ายด้านการจัดการภัยพิบัติ การรักษาพยาบาล การนำเข้าอาหาร และการฟื้นฟูพื้นที่ที่เสียหายอย่างรุนแรง การลงทุนในธรรมชาติตั้งแต่วันนี้จึงช่วยลดความเสี่ยงและสร้างผลตอบแทนให้ชุมชนในอนาคต
เงินทุนคือความท้าทายสำคัญ
รายงานของสหประชาชาติประเมินว่า เงินทุนสำหรับการฟื้นฟูจำเป็นต้องเพิ่มขึ้นจากปีละประมาณ 64,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไปเป็น 296,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 การเพิ่มงบประมาณครั้งนี้ควรครอบคลุมโครงการที่มีความหลากหลายและเหมาะสมกับพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการฟื้นฟูป่าไม้ พื้นที่พรุ ป่าชายเลน ทุ่งหญ้า แม่น้ำ และพื้นที่เกษตรกรรม
- วนเกษตร: ต้องการเงินทุนประมาณ 87,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อผสานการปลูกต้นไม้เข้ากับการเกษตรและสร้างรายได้ให้เกษตรกร
- การฟื้นฟูป่าไม้: ต้องการเงินทุนประมาณ 52,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่า ฟื้นฟูต้นน้ำ และดูแลความหลากหลายทางชีวภาพ
- การฟื้นฟูพื้นที่พรุ: ต้องการเงินทุนประมาณ 44,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากพื้นที่พรุช่วยกักเก็บคาร์บอนและรักษาสมดุลน้ำ
การระดมทุนไม่ควรพึ่งพาเฉพาะรัฐบาลหรือองค์กรระหว่างประเทศเท่านั้น ภาคธุรกิจ สถาบันการเงิน นักลงทุน และชุมชนท้องถิ่นควรมีส่วนร่วมด้วย โดยต้องออกแบบโครงการให้ตรวจสอบได้ มีเป้าหมายชัดเจน และสร้างประโยชน์แก่คนในพื้นที่อย่างเป็นธรรม การฟื้นฟูที่ดีไม่ควรเป็นเพียงการปลูกต้นไม้จำนวนมาก แต่ต้องคำนึงถึงชนิดพันธุ์ท้องถิ่น คุณภาพดิน แหล่งน้ำ วิถีชีวิต และสิทธิของชุมชนด้วย
สำหรับประเทศไทย แนวทางที่นำไปปรับใช้ได้คือการฟื้นฟูป่าต้นน้ำ ป่าชายเลน พื้นที่ชุ่มน้ำ และแม่น้ำควบคู่กับการสนับสนุนเกษตรกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภาครัฐควรเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการวางแผนและติดตามผล ขณะที่ผู้บริโภคสามารถช่วยได้ด้วยการเลือกสินค้าที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ลดการใช้พลาสติก ใช้น้ำและพลังงานอย่างคุ้มค่า และสนับสนุนธุรกิจที่ไม่ทำลายธรรมชาติ
แม้ตัวเลขความคืบหน้าจะเป็นสัญญาณที่ดี แต่ภาพรวมยังยืนยันว่า โลกยังห่างไกลจากเป้าหมายฟื้นฟูระบบนิเวศ การบรรลุเป้าหมายภายในปี 2573 จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือที่รวดเร็ว โปร่งใส และต่อเนื่องจากทุกภาคส่วน หากทุกคนเริ่มลงมือจากพื้นที่รอบตัว พร้อมสนับสนุนนโยบายและโครงการที่มีคุณภาพ การฟื้นฟูธรรมชาติจะไม่ใช่เพียงตัวเลขในรายงาน แต่จะกลายเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สัมผัสได้จริง
ข้อคิดส่งท้าย: ธรรมชาติใช้เวลานานในการฟื้นตัว แต่การเริ่มต้นวันนี้ยังดีกว่าการรอให้ความเสียหายรุนแรงขึ้น ร่วมกันดูแลพื้นที่สีเขียว แหล่งน้ำ และทรัพยากรในชุมชน เพื่อช่วยลดช่องว่างและพาโลกเข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้น
ที่มา – โลกยังห่างไกลจากเป้าหมายฟื้นฟูระบบนิเวศ 1 พันล้านเฮกตาร์ในปี 2573