โสภณเดินหน้าพัฒนาคุณภาพชีวิต 6 อำเภอในบุรีรัมย์

โสภณเดินหน้าพัฒนาคุณภาพชีวิต 6 อำเภอในบุรีรัมย์ ด้วยการลงพื้นที่ทำงานเชิงรุกและประสานความร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อรับฟังปัญหาและผลักดันแนวทางช่วยเหลือประชาชนให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม การลงพื้นที่ครั้งนี้ครอบคลุม 6 อำเภอ ได้แก่ ลำปลายมาศ คูเมือง พุทไธสง นาโพธิ์ บ้านใหม่ไชยพจน์ และหนองหงส์ โดยมีฝ่ายปกครอง หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และเครือข่ายอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. ร่วมกันขับเคลื่อนงาน

โสภณเดินหน้าพัฒนาคุณภาพชีวิต 6 อำเภอในบุรีรัมย์

ภารกิจสำคัญเริ่มจากการส่งเสริมสุขภาพประชาชนผ่านกิจกรรม Kick Off โครงการ “ลดพุง ลดโรค” ที่อำเภอพุทไธสง โครงการนี้ต้องการชวนประชาชนหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการปรับพฤติกรรมการกิน การออกกำลังกาย และการติดตามภาวะเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจและหลอดเลือด

ประชาชนและ อสม. สามารถประเมินดัชนีมวลกาย หรือ BMI เพื่อใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นในการติดตามการเปลี่ยนแปลงของสุขภาพ การมีตัวเลขและข้อมูลที่ชัดเจนช่วยให้แต่ละคนมองเห็นพฤติกรรมของตัวเอง และวางแผนดูแลสุขภาพได้เหมาะสมมากขึ้น ผู้สนใจสามารถสมัครผ่านหน่วยบริการสาธารณสุขในพื้นที่ได้ถึงวันที่ 15 ตุลาคม 2569 โดยกิจกรรมจะดำเนินต่อเนื่องถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569

โสภณเดินหน้าพัฒนาคุณภาพชีวิต 6 อำเภอในบุรีรัมย์ ผ่านงานสุขภาพและชุมชน

  • ลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง: ชวนประชาชนควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกาย และตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ
  • ใช้ข้อมูล BMI: ประเมินสุขภาพเบื้องต้นและติดตามผลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเป็นระบบ
  • ทำงานร่วมกับ อสม.: เชื่อมโยงหน่วยบริการสาธารณสุขกับครัวเรือนและชุมชน
  • สร้างความต่อเนื่อง: ส่งเสริมให้การดูแลสุขภาพเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ไม่ใช่กิจกรรมระยะสั้น

อีกด้านหนึ่งคือการแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งนายโสภณได้ติดตามการบำบัดรักษาและเยี่ยมชมมินิธัญรักษ์ อำเภอพุทไธสง พร้อมผลักดันศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหายาเสพติดระดับอำเภอให้มีบทบาทมากขึ้น แนวทางดังกล่าวเน้นการทำงานแบบบูรณาการ ตั้งแต่การป้องกัน การปราบปราม การบำบัดรักษา ไปจนถึงการติดตามฟื้นฟูผู้ผ่านการบำบัด เพื่อให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมั่นคง

การแก้ปัญหายาเสพติดจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ บุคลากรสาธารณสุข ผู้นำชุมชน ครอบครัว และประชาชนในพื้นที่ เพราะปัญหานี้ไม่ได้กระทบเฉพาะผู้เสพหรือผู้ค้าเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อความปลอดภัย รายได้ สุขภาพจิต และความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวด้วย การติดตามหลังการบำบัดจึงมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการรักษาในช่วงแรก

นอกจากนี้ ยังมีการเสนอแนวทางปรับปรุงกฎหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปราบปรามและสืบสวนขยายผลเครือข่ายยาเสพติด เช่น การทบทวนหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการครอบครองยาเสพติด แม้มีจำนวนเพียง 1 เม็ด และการขยายระยะเวลาดำเนินคดีจาก 3 วันเป็น 7 วัน ทั้งหมดนี้เป็นแนวทางที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงความเป็นธรรม สิทธิของประชาชน และประสิทธิภาพในการจัดการปัญหาไปพร้อมกัน

บ้านเมืองน่าอยู่ เริ่มจากการดูแลคนทุกกลุ่ม

สำหรับโครงการ “บ้านเมืองน่าอยู่” มีการติดตามการดำเนินงานใน 4 อำเภอ ได้แก่ พุทไธสง บ้านใหม่ไชยพจน์ คูเมือง และลำปลายมาศ โดยให้ความสำคัญกับแม่และเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ยากไร้ ผู้พิการ และกลุ่มเปราะบาง แนวคิดสำคัญคือการทำให้ชุมชนสามารถดูแลกันเองได้มากขึ้น พร้อมสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเอื้อต่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดี

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการร่วมพิธียกเสาเอกสร้างบ้านในตำบลคูเมือง อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลให้แก่ผู้พิการทางการได้ยินและการสื่อสารที่มีปัญหาสุขภาพ เดิมผู้รับความช่วยเหลือต้องอาศัยอยู่เพียงลำพังในกระท่อมหลังบ้านของน้องสาว การมีบ้านที่มั่นคง แข็งแรง และปลอดภัย จึงไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย แต่ยังช่วยสร้างความมั่นใจและศักดิ์ศรีในการดำรงชีวิต

กิจกรรมที่เตรียมจัดขึ้นคือ “เดิน–วิ่ง รวมพลังรักศรัทธา สร้างบ้านเมืองน่าอยู่” ในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2569 ณ อ่างเก็บน้ำห้วยขี้หนู อำเภอลำปลายมาศ รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในทั้ง 6 อำเภอ กิจกรรมนี้จึงเป็นมากกว่าการออกกำลังกาย เพราะเปิดโอกาสให้ประชาชน ภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน ได้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือผู้ที่ต้องการโอกาส

ภาพรวมของการลงพื้นที่สะท้อนว่า การพัฒนาคุณภาพชีวิตต้องทำหลายด้านไปพร้อมกัน ทั้งสุขภาพ ความปลอดภัย การแก้ไขยาเสพติด ที่อยู่อาศัย และการดูแลกลุ่มเปราะบาง หากทุกหน่วยงานทำงานแยกกัน ผลลัพธ์อาจไม่ต่อเนื่อง แต่เมื่อมีการเชื่อมโยงข้อมูลและแบ่งบทบาทอย่างชัดเจน การช่วยเหลือก็มีโอกาสเข้าถึงประชาชนได้ตรงจุดมากขึ้น

โสภณเดินหน้าพัฒนาคุณภาพชีวิต 6 อำเภอในบุรีรัมย์ จึงเป็นแนวทางที่เน้นการลงมือทำและการรับฟังเสียงของคนในพื้นที่ จุดแข็งของงานลักษณะนี้คือการมองปัญหาใกล้ตัว ตั้งแต่สุขภาพของแต่ละครอบครัวไปจนถึงความปลอดภัยของชุมชน ในมุมมองของประชาชน การสร้างบ้านเมืองน่าอยู่จะเกิดขึ้นได้จริงเมื่อทุกคนมีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นการดูแลสุขภาพตัวเอง แจ้งเบาะแสยาเสพติด ช่วยเหลือผู้สูงอายุ หรือร่วมกิจกรรมสาธารณประโยชน์ หากชุมชนร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง การเปลี่ยนแปลงที่ดีจะค่อย ๆ เกิดขึ้นและส่งต่อไปยังคนรุ่นต่อไป

ติดตามข่าวสารและเข้าร่วมกิจกรรมในพื้นที่ตามความเหมาะสม เพราะการสร้างชุมชนเข้มแข็งเริ่มต้นได้จากการลงมือทำของเราทุกคน

ที่มา – ‘โสภณ’ เดินหน้าทำงานเชิงรุก Kick Off ‘ลดพุง ลดโรค-แก้ยาเสพติด-บ้านเมืองน่าอยู่’ 6 อำเภอในบุรีรัมย์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *