ในหลวง-พระราชินี ทรงรับศพ จ่าสิบเอกศตวรรษ วีรบุรุษชายแดนไทย-กัมพูชา
ในหลวง-พระราชินี ทรงรับศพ จ่าสิบเอกศตวรรษ วีรบุรุษชายแดนไทย-กัมพูชา
วันที่ 10 ธันวาคม 2568 ข่าวใหญ่ระดับประเทศถูกประกาศจากสำนักพระราชวัง เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับศพของ จ่าสิบเอกศตวรรษ สุจริต วีรบุรุษผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ถือเป็นการแสดงความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
การเสียชีวิตของจ่าสิบเอกศตวรรษ สุจริต เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2568 ไม่ใช่เพียงการสูญเสียบุคคลในครอบครัว แต่เป็นการสูญเสียวีรบุรุษผู้ปกป้องแผ่นดินไทย ซึ่งต้องปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ด้วยความกล้าหาญและเสียสละ จนสุดท้ายต้องพลีชีพเพื่อชาติ
ในหลวง-พระราชินี ทรงรับศพ จ่าสิบเอกศตวรรษ ด้วยพระเมตตา
ที่บ้านเลขที่ 100 หมู่ 11 ตำบลบ้านจีก อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า แต่ก็แฝงด้วยความปลาบปลื้มใจ เมื่อในหลวง-พระราชินี ทรงรับศพ จ่าสิบเอกศตวรรษ ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์
เวลา 13.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายชัชวาล เบญจสิริวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เชิญตะกร้าสิ่งของพระราชทาน ซึ่งประกอบด้วยสิ่งของจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปมอบให้แก่ครอบครัวของจ่าสิบเอกศตวรรษ
สิ่งของพระราชทานไม่ใช่เพียงของขวัญ แต่เป็นสัญลักษณ์ของความห่วงใยและความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อครอบครัวของวีรบุรุษผู้เสียสละ ครอบครัวของจ่าสิบเอกศตวรรษต่างกล่าวด้วยน้ำตาว่า รู้สึกปลาบปลื้มและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นอย่างยิ่ง
พิธีพระราชทานพวงมาลาและพระบรมราชานุเคราะห์
เวลา 14.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เชิญพวงมาลาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ ไปวางที่หน้าหีบศพของจ่าสิบเอกศตวรรษ
การกระทำดังกล่าวเป็นการแสดงความเคารพและสำนึกในความเสียสละของวีรบุรุษผู้ปกป้องชาติ ทั้งยังเป็นการให้เกียรติครอบครัวผู้วายชนม์อย่างสูงสุด
ที่สำคัญ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับศพของจ่าสิบเอกศตวรรษไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ พร้อมทั้งพระราชทานน้ำหลวงและพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ
ความหมายของในหลวง-พระราชินี ทรงรับศพ จ่าสิบเอกศตวรรษ
การกระทำของในหลวง-พระราชินี ทรงรับศพ จ่าสิบเอกศตวรรษ ไม่ใช่เพียงพิธีการ แต่สื่อถึงหัวใจสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย นั่นคือ ความห่วงใยและสำนึกในความเสียสละของประชาชน
ในหลวง-พระราชินี ทรงรับศพ จ่าสิบเอกศตวรรษ แสดงให้เห็นว่า ทุกการพลีชีพเพื่อชาติ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่ใด ก็จะถูกจดจำและได้รับการยกย่องจากแผ่นดินและสถาบันพระมหากษัตริย์
การเสียชีวิตของจ่าสิบเอกศตวรรษ สุจริต เป็นการสูญเสียที่น่าเศร้าใจ แต่การที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีทรงรับศพไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ทำให้ครอบครัวและเพื่อนร่วมรบของจ่าสิบเอกศตวรรษรู้สึกอบอุ่นใจและมีกำลังใจ
การเสียสละของวีรบุรุษชายแดน
- ความกล้าหาญ – จ่าสิบเอกศตวรรษปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ แม้รู้ดีว่าพื้นที่ชายแดนมีความเสี่ยงสูง
- ความเสียสละ – เขาเลือกที่จะปกป้องแผ่นดินไทย แทนที่จะอยู่กับครอบครัว
- ความจงรักภักดี – ความจงรักภักดีต่อชาติและสถาบัน เป็นหัวใจที่ทำให้เขาตัดสินใจเสียสละ
การสูญเสียวีรบุรุษจากเหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นการสูญเสียที่ไม่สามารถชดเชยได้ แต่การที่ในหลวง-พระราชินี ทรงรับศพ จ่าสิบเอกศตวรรษ ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ เป็นการส่งต่อความห่วงใยและสำนึกในความเสียสละให้กับครอบครัวและสังคม
การกระทำดังกล่าวเป็นเครื่องยืนยันว่า ความเสียสละเพื่อชาติจะไม่มีวันสูญหาย แต่จะถูกจดจำและยกย่องตลอดไป
บทสรุป
ในหลวง-พระราชินี ทรงรับศพ จ่าสิบเอกศตวรรษ วีรบุรุษชายแดนไทย-กัมพูชา ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ เป็นการกระทำที่สะท้อนถึงความห่วงใยและความสำนึกในความเสียสละของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี
การสูญเสียวีรบุรษผู้ปกป้องแผ่นดินไทย เป็นการสูญเสียที่น่าเศร้าใจ แต่การที่สถาบันพระมหากษัตริย์ทรงรับศพไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ เป็นการส่งต่อความห่วงใยและความสำนึกในความเสียสละให้กับครอบครัวและสังคม
การกระทำดังกล่าวเป็นเครื่องยืนยันว่า ความเสียสละเพื่อชาติจะไม่มีวันสูญหาย แต่จะถูกจดจำและยกย่องตลอดไป
ที่มา – ‘ในหลวง-พระราชินี’ ทรงรับศพ ‘จ.ส.อ.ศตวรรษ’ วีรบุรุษชายแดนไทย-กัมพูชา ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์





