ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้เอกอัครราชทูตเฝ้าฯ

ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้เอกอัครราชทูตเฝ้าฯ

เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 69 ถือเป็นวันสำคัญทางด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เพื่อประกอบพระราชพิธีสำคัญในการในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้เอกอัครราชทูตเฝ้าฯ เพื่อถวายพระราชสาส์นและอักษรสาส์นตราตั้งจากนานาประเทศ เป็นการยืนยันถึงมิตรภาพที่ดีและการก้าวเข้าสู่การปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

การเฝ้าฯ ถวายอักษรสาส์นตราตั้งของเหล่าเอกอัครราชทูต

บรรยากาศภายในพระที่นั่งอัมพรสถานเต็มไปด้วยความเรียบร้อยและสง่างาม โดยมีเอกอัครราชทูตจากหลายประเทศผลัดเปลี่ยนกันเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ดังนี้:

  • นางคาทารีนา วีเซอร์ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐออสเตรียประจำประเทศไทย (มีถิ่นพำนักในกรุงเทพฯ)
  • นายเกลาดิโอ ริการ์โด กูติเอร์เรซ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอาร์เจนตินาประจำประเทศไทย (มีถิ่นพำนักในกรุงเทพฯ)
  • นายอับดุลอะซีซ มุฮัมมัด เค. เอ. อัสซาดะห์ เอกอัครราชทูตแห่งรัฐกาตาร์ประจำประเทศไทย (มีถิ่นพำนักในกรุงเทพฯ)
  • นางลูซี อึนเจรี คีรูทู เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเคนยาประจำประเทศไทย (มีถิ่นพำนักในกรุงเทพฯ)
  • นายฮารี ปราโบโว เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินโดนีเซียประจำประเทศไทย (มีถิ่นพำนักในกรุงเทพฯ)
  • นายการ์ลิส เอเฮนบาอุมส์ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐลัตเวียประจำประเทศไทยคนแรก (มีถิ่นพำนัก ณ กรุงปักกิ่ง)

การที่ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้เอกอัครราชทูตเฝ้าฯ ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติทางการทูตที่สำคัญ แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับนานาชาติ ซึ่งรวมถึงการต้อนรับเอกอัครราชทูตคนแรกจากสาธารณรัฐลัตเวียด้วย

ทุกท่านที่เดินทางมารับตำแหน่งใหม่ต่างมีประสบการณ์โชกโชน ทั้งในด้านการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ การทูตระหว่างประเทศ และงานด้านกิจการอาหรับ ซึ่งเชื่อมั่นได้ว่าการเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในครั้งนี้จะช่วยส่งเสริมความร่วมมือทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมระหว่างไทยและประเทศคู่สัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีกขั้น

การปฏิบัติพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านในวาระในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้เอกอัครราชทูตเฝ้าฯ นับเป็นภาพจำที่แสดงถึงบทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยในการเป็นศูนย์รวมจิตใจและเป็นตัวแทนของประเทศในการสร้างความสัมพันธ์ไมตรีอันดีกับระดับสากล หวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านทูตทุกท่านจะประสบความสำเร็จและมีช่วงเวลาการทำงานที่ดีในประเทศไทยของเราครับ

ที่มา – ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เอกอัครราชทูตเฝ้าฯ ถวายพระราชสาส์น-อักษรสาส์นตราตั้ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *