“ไชยชนก” สั่งยกเลิก MOU “ดีอี- Prime Opportunity Fund VCC” แล้ว หลังเช็คไทม์ไลน์พบพิรุธ
“ไชยชนก” สั่งยกเลิก MOU “ดีอี- Prime Opportunity Fund VCC” แล้ว หลังเช็คไทม์ไลน์พบพิรุธ
ในวันที่ 24 พฤศจิกายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) คือ นายไชยชนก ชิดชอบ ได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการว่า ได้มีการสั่งยกเลิกความตกลงจำแนก (MOU) ระหว่างกระทรวงดีอี กับบริษัท Prime Opportunity Fund VCC Singapore เรียบร้อยแล้ว หลังจากการตรวจสอบเส้นเวลาระยะเวลาการดำเนินการพบข้อพิรุธหลายประการ ซึ่งทำให้ความน่าเชื่อถือของข้อตกลงดังกล่าวลดลงอย่างมาก
การตัดสินใจยกเลิก MOU ในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก เนื่องจากมีประเด็นที่น่ากังวลหลายด้าน ทั้งในแง่ของกระบวนการดำเนินการที่รวดเร็วผิดปกติ ความไม่สอดคล้องของข้อมูลในเอกสาร และความไม่ชัดเจนในเป้าหมายของโครงการที่อาจเกี่ยวข้องกับธุรกิจที่ผิดกฎหมาย
พิรุธในกระบวนการจัดทำ MOU ที่ใช้เวลาเพียง 3 วัน
สิ่งหนึ่งที่ถูกเปิดเผยหลังการตรวจสอบคือ กระบวนการจัดทำ MOU ฉบับนี้ใช้เวลาน้อยมาก โดยเริ่มต้นในวันที่ 25 มีนาคม และมีการลงนามในวันที่ 27 มีนาคม ซึ่งหมายความว่าใช้เวลาเพียง 3 วันเท่านั้น ทั้งที่โดยปกติแล้วข้อตกลงระหว่างหน่วยงานรัฐกับภาคเอกชน โดยเฉพาะกับบริษัทต่างชาติ ควรต้องผ่านกระบวนการพิจารณาอย่างรอบคอบจากหลายหน่วยงาน
ในส่วนของร่าง MOU ได้มีการส่งให้กับหน่วยงานสำคัญ เช่น กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อขอความเห็น ซึ่งทุกหน่วยงานต่างให้ความเห็นตรงกันว่า ประเด็นเกี่ยวกับ “ทรัพย์สินทางปัญญา” ตามข้อตกลงนั้น ระบุว่าจะเป็นของเอกชน 100% ไม่ตกเป็นของรัฐบาลไทย ซึ่งถือเป็นข้อกังวลอย่างยิ่ง และหน่วยงานต่าง ๆ ได้ขอให้มีการปรับแก้ไขให้ทรัพย์สินทางปัญญาดังกล่าวตกเป็นของรัฐแทน
ความไม่สอดคล้องของผู้ลงนามและบริษัท
อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสงสัยคือ บุคคลที่ลงนามในนามของ Prime Opportunity Fund VCC Singapore คือ George Tan ซึ่งมีตำแหน่งเป็น Chief Commerce Officer ของบริษัท CAI แต่กลับลงนามในนามของบริษัท Prime Opportunity Fund VCC Singapore ซึ่งทำให้เกิดคำถามถึงความชอบธรรมและอำนาจในการตัดสินใจของบุคคลดังกล่าว
นอกจากนี้ ภายใน MOU ยังมีการระบุถึงการจัดทำ “โครงการนำร่องสู่การพัฒนาศูนย์กลางธุรกิจดิจิทัลของประเทศไทย” หรือที่เรียกว่า Thailand International Digital Business & Finance Centre (TIDC) ภายใต้กรอบของ Digital Economy Regulatory Sandbox (DERS) ซึ่งเป็นแนวทางการทดลองทางด้านดิจิทัล แต่ปัญหาคือ ปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายหรือหลักเกณฑ์ใด ๆ ที่กำกับดูแลโครงการลักษณะนี้อย่างชัดเจน
ความกังวลเรื่องธุรกิจพนันออนไลน์
สิ่งที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี แสดงความกังวลเป็นพิเศษคือ เป้าหมายบางข้อใน MOU ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจด้าน Sport trading, online gaming ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์ ซึ่งขัดต่อกฎหมายไทย การจะดำเนินการ Sandbox ในลักษณะนี้ได้ จำเป็นต้องมีการส่งร่างข้อตกลงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา แต่จากการตรวจสอบกลับพบว่า ไม่มีหน่วยงานใดได้รับร่าง MOU ดังกล่าว แม้แต่หน่วยงานกฎหมายภายในกระทรวงดีอี เองก็ไม่ได้รับ
นายไชยชนก ยังย้ำว่า กระทรวงดีอี กำลังดำเนินการตรวจสอบสัญญาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ Prime Opportunity Fund VCC Singapore กับ NT เพิ่มเติม เนื่องจากเป็นเรื่องใหญ่ที่อาจเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินดิจิทัลในระดับสากล ขณะนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ตาม พ.ร.ก. มาตรา 13 เข้ามาตรวจสอบ พร้อมส่งข้อมูลให้กับดีเอสไอ ปปง. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบการใช้ MOU ดังกล่าวต่อไป
การยกเลิก MOU ระหว่างกระทรวงดีอี กับ Prime Opportunity Fund VCC Singapore ในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการแสดงถึงความโปร่งใสและจริงจังในการตรวจสอบข้อตกลงกับภาคเอกชน โดยเฉพาะกับบริษัทต่างชาติที่อาจมีวาระแฝง การดำเนินการอย่างรอบคอบและเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และป้องกันไม่ให้เกิดช่องว่างที่อาจถูกใช้ในทางที่ผิด
ที่มา – “ไชยชนก” สั่งยกเลิก MOU “ดีอี- Prime Opportunity Fund VCC” แล้ว หลังเช็คไทม์ไลน์พบพิรุธ
