“ไชยชนก” เร่งปราบสแกมเมอร์ ต้องระบุตำแหน่ง!
จากสถานการณ์อาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่เพิ่มสูงขึ้น นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้เร่งเครื่องมาตรการ“ไชยชนก” เร่งปราบสแกมเมอร์เสนอโอนเงินผ่านแอปฯ ต้องระบุตำแหน่ง เพื่อปกป้องประชาชนจากการถูกหลอกลวง
เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน ที่กระทรวงดีอี นายไชยชนก ชิดชอบ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาการยกระดับการตรวจสอบและสกัดกั้นบัญชีม้านิติบุคคล ร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า รวมถึงมาตรการเกี่ยวกับซิมการ์ด โดย กสทช. ได้นำมาตรการจำกัดจำนวนซิมการ์ดไม่เกิน 5 หมายเลขต่อบุคคล (รวมทุกค่าย) และมาตรการให้ตัวแทนจำหน่ายต้องลงทะเบียนในระบบ Dip chip หรือแพลตฟอร์มที่ปลอดภัยเทียบเท่า เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการ กสทช. นอกจากนี้ ประชาชนที่ซื้อซิมการ์ดและลงทะเบียนแล้ว แต่ยังไม่มีการใช้งาน จะต้องเปิดใช้งานภายใน 60 วัน หากเกินกำหนด จะต้องมายืนยันตัวตนซ้ำอีกครั้ง
ในส่วนของการปิดกั้นสัญญาณโทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ตแนวชายแดน ภายหลังการตรวจสอบพบว่ายังมีสัญญาณล้ำออกไปในชายแดนประเทศเพื่อนบ้านประมาณ 100 จุด ซึ่งได้แจ้งให้ผู้ให้บริการเครือข่าย (โอเปอเรเตอร์) แก้ไขภายใน 3 วัน หากพบว่ามีสัญญาณล้ำออกไปอีก จะพักใช้ใบอนุญาตตั้งสถานีฐานนั้นๆ และให้แก้ไขจนกว่าจะแล้วเสร็จ พร้อมจัดมาตรการดูแลไม่ให้มีผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ โดยในระยะยาวจะต้องจัดทำแผนปรับปรุงโครงข่ายโทรคมนาคมแนวชายแดนตามที่ กสทช. กำหนด
“ต้องขอโทษประชาชนตามบริเวณชายแดนที่อาจได้รับผลกระทบในการสื่อสารบ้าง แต่จะให้ทางผู้ให้บริการมือถือไปติดตั้งเครือข่ายสัญญาณเป็นจุดๆ เพื่อให้ติดต่อสื่อสารได้ การตัดสัญญาณเป็นวิธีการจำเป็นที่ต้องทำเพื่อแก้ปัญหาสแกมเมอร์” นายไชยชนกกล่าว
นอกจากนี้ ยังมีมาตรการจำกัดการส่ง SMS และอีเมล แนบลิงก์ของหน่วยงานรัฐ หน่วยงานอื่นๆ และธนาคาร ซึ่งกระทรวงดีอีเตรียมนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาในสัปดาห์หน้า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสมาคมธนาคารไทย ยังได้เร่งบูรณาการข้อมูลบัญชี (Account Bureau) ระหว่างธนาคาร เพื่อการเฝ้าระวังและตรวจสอบการเปิดบัญชีของบุคคลที่มีความเสี่ยง รวมทั้งยกระดับการตรวจสอบเข้มข้นในกรณีของการเปิดบัญชีใหม่
“ไชยชนก” เร่งปราบสแกมเมอร์เสนอโอนเงินผ่านแอปฯ ต้องระบุตำแหน่ง
ที่ประชุมยังได้พิจารณามาตรการใช้งาน Mobile Banking ซึ่งผู้ใช้งานจะต้องเปิดการระบุตำแหน่ง (Location) ในการทำธุรกรรมทางการเงิน โดยมาตรการนี้จะต้องคำนึงถึงการไม่ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล และจะมีการจำกัดการเข้าถึงเฉพาะในขณะที่จะต้องใช้เป็นหลักฐาน เมื่อเป็นการก่อเหตุของสแกมเมอร์เท่านั้น
มาตรการสำคัญ “ไชยชนก” เร่งปราบสแกมเมอร์
ในส่วนของมาตรการควบคุมดูแลแพลตฟอร์ม ได้มอบหมายให้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (เอ็ตด้า) หารือเรื่องการยกระดับมาตรฐานการยืนยันตัวตน (KYC) ร่วมกัน รวมถึงการพิจารณาการออกกฎหมายกำกับดูแลแพลตฟอร์ม โดยให้มีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อความเสียหายจากสแกมเมอร์ที่เกิดขึ้นกับประชาชน รวมทั้งมอบหมายให้มีการตรวจสอบคำนิยามของ “การโฆษณา” ในแพลตฟอร์ม หรือเว็บไซต์ Search Engine เพื่อดำเนินการกำหนดมาตรการป้องกันการค้าหาเว็บไซต์ ยูอาร์แอลที่ผิดกฎหมาย
“มาตรการซึ่งที่ประชุมได้มีการพิจารณาและดำเนินการนั้น ถือว่าเป็นกระบวนการที่มีความสำคัญ เพื่อตัดการเชื่อมโยงช่องทางในการก่อเหตุของสแกมเมอร์ โดยคำนึงถึงสิ่งที่สำคัญ คือการป้องกันไม่ให้สแกมเมอร์สร้างความเสียหายและผลกระทบแก่ประชาชน” นายไชยชนก กล่าวย้ำถึงความสำคัญของมาตรการ“ไชยชนก” เร่งปราบสแกมเมอร์เสนอโอนเงินผ่านแอปฯ ต้องระบุตำแหน่ง
มาตรการต่างๆ เหล่านี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐในการจัดการกับปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง การระบุตำแหน่งในการทำธุรกรรมผ่านแอปพลิเคชัน เป็นอีกหนึ่งความพยายามที่จะเพิ่มความปลอดภัยและลดโอกาสในการถูกหลอกลวง การตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ และการปรับตัวให้ทันต่อกลโกงใหม่ๆ ของมิจฉาชีพ จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคนในยุคดิจิทัล
ดังนั้น การใช้งานแอปพลิเคชันทางการเงินต่างๆ ควรดำเนินการด้วยความระมัดระวัง ตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบก่อนทำธุรกรรม และหากพบความผิดปกติใดๆ ควรรีบแจ้งไปยังธนาคารหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการ“ไชยชนก” เร่งปราบสแกมเมอร์เสนอโอนเงินผ่านแอปฯ ต้องระบุตำแหน่ง
ที่มา – “ไชยชนก”เร่งปราบสแกมเมอร์เสนอโอนเงินผ่านแอปฯ ต้องระบุตำแหน่ง