‘ไชยา’ ลั่นไม่ได้เป็นเครื่องมือใคร – ขอโทษสั่งปิดประชุมก่อนถกญัตติ MOU แจงประสานผิดพลาด
กรณีที่วาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรถูกปิดก่อนการพิจารณาญัตติ MOU ระหว่างประเทศ 2543-2544 ได้กลายเป็นประเด็นถกเถียงในวงกว้าง นายไชยา พรหมา รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ได้ออกมาชี้แจงเหตุการณ์ โดยยืนยันว่าไม่ใช่เจตนาปิดประชุมเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา แต่เกิดจากการประสานงานที่ผิดพลาด
‘ไชยา’ ลั่นไม่ได้เป็นเครื่องมือใคร – ขอโทษสั่งปิดประชุมก่อนถกญัตติ MOU แจงประสานผิดพลาด
นายไชยา เปิดเผยว่า ตนเองได้รับข้อมูลล่วงหน้าว่าหลังจากกระทู้เสร็จสิ้น จะมีการพิจารณารายงานจากหน่วยงานต่าง ๆ ประมาณ 4-5 หน่วยงาน แต่ในวันประชุมมีเพียงกองทุนสื่อสร้างสรรค์ที่พร้อมเข้าวาระ จึงต้องรอข้อมูลเพิ่มเติม ขณะนั้นได้รับการประสานว่าหากไม่มีประเด็นอะไรเพิ่มเติมให้ปิดประชุมเป็นไปตามข้อตกลงเดิม
ยอมรับข้อผิดพลาด พร้อมขอโทษ
“ถ้าหากผมดำเนินการอะไรไปที่ไม่เป็นกลาง ผมก็จะถูกตำหนิ เครดิตทางการเมืองก็จะเสียหาย” นายนายไชยา กล่าวว่า โดยยอมรับว่าการประชุมครั้งนี้เกิดข้อผิดพลาดในการสื่อสาร และหากมีสิ่งใดทำให้สังคมไม่สบายใจ ตนเองขอโทษในนามของสภาผู้แทนราษฎร
นอกจากนี้ ยังถูกตั้งข้อสงสัยว่าการใช้สิทธิ์ปิดประชุมเป็นเรื่องของเสียงปริ่มน้ำหรือไม่ นายไชยา กล่าวว่า ไม่ใช่อย่างนั้น เนื่องจากการบริหารเสียงในสภาเป็นหน้าที่ของวิปฝ่ายรัฐบาล ไม่ใช่เป็นหน้าที่ของประธานในการจัดการเสียงของรัฐบาลแต่อย่างใด
- เป็นไปตามกฎกติกาของสภา
- ไม่ใช่การหนีปัญหา
- เป็นการประสานงานที่ผิดพลาด
“สิ่งสำคัญที่อยากสื่อคือ เราไม่ควรใช้เวทีสภาเพื่อแก้ปัญหาขัดแย้งทางการเมือง แต่ควรใช้เพื่อหาทางออกให้กับประชาชน” นายไชยา กล่าวอีกว่า
ทั้งนี้ กรณีที่มีกลุ่มผู้ชุมนุมยื่นหนังสือประกอบสาระให้สภาหันมาพิจารณาญัตติเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 ก็เป็นขั้นตอนที่ยังไม่เข้าสู่ระบบอย่างเป็นทางการ เพราะต้องให้พรรคการเมืองเสนอเข้าสภา
เชื่อ “เป็นกลาง” คือหน้าที่หลัก
“ผมไม่ได้เป็นเครื่องมือใคร ถึงแม้จะมาจากพรรคเพื่อไทยก็ตาม แต่วันที่มานั่งเป็นประธานด้วยความสำนึกในหน้าที่” นายไชยา ย้ำอีกครั้งว่า ตนปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นกลางและไม่ใช่ผู้แทนพรรคใดพรรคหนึ่ง
การดำเนินการในครั้งนี้จึงไม่ได้มีเจตนาหนีการพิจารณาญัตติ MOU แต่เป็นการคำนึงถึงความเรียบร้อยในการประชุมที่มีหลายฝ่ายเกี่ยวข้อง
ท้ายที่สุด นายไชยา เรียกร้องให้ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านร่วมมือกัน พูดคุยเพื่อหาจุดตัดเพื่อประเทศชาติ และไม่ใช่เวทีที่เต็มไปด้วยขัดแย้ง แต่มากับความปรารถนาที่จะแก้ไขปัญหา
จากการชี้แจงครั้งนี้ ผู้สังเกตการณ์มองว่า นี่เป็นข้อสังเกตสำคัญที่สภาควรพัฒนาระบบการทำงานในอนาคต อันจะทำให้ภาพลักษณ์ของฝ่ายนิติบัญญัติกลับมาเป็นที่ยอมรับของสังคมอีกครั้ง
ความคิดเห็น: ผู้แทนประชาชนควรใช้เวทีสภาเป็นพื้นที่สร้างสันติสุข ไม่ใช่การต่อสู้ทางการเมือง
ที่มา – ‘ไชยา’ ลั่นไม่ได้เป็นเครื่องมือใคร – ขอโทษสั่งปิดประชุมก่อนถกญัตติ MOU แจงประสานผิดพลาด
