ไซเบอร์รวบแก๊งเงินกู้ดอกโหด เงินหมุน 10 ล้าน

ไซเบอร์รวบแก๊งเงินกู้ดอกโหด หลังตำรวจไซเบอร์เปิดปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายเงินกู้นอกระบบที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนจำนวนมาก โดยพบเงินหมุนเวียนในระบบสูงถึงเดือนละกว่า 10 ล้านบาท และมีผู้เสียหายเกือบ 1,000 ราย เหตุการณ์นี้ยังเชื่อมโยงกับกรณีแม่และลูกเสียชีวิตรวม 3 ศพในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลตรวจสอบข้อเท็จจริงและความเกี่ยวข้องทั้งหมด

ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 ต.ค. ภายใต้การสั่งการของผู้บัญชาการตำรวจไซเบอร์และผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้อง โดยชุดสืบสวนจากกองบังคับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 4 ได้ติดตามพฤติการณ์ของกลุ่มผู้ต้องสงสัยอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ใช้วิธีแฝงตัวเข้าตรวจสอบช่องทางการติดต่อ รวมถึงวิเคราะห์เส้นทางการเงิน จนสามารถระบุโครงสร้างเครือข่ายและจุดปฏิบัติการได้อย่างชัดเจน

ไซเบอร์รวบแก๊งเงินกู้ดอกโหด พบเครือข่ายกว่า 100 คน

จากข้อมูลการสืบสวน เจ้าหน้าที่พบว่าขบวนการดังกล่าวมีผู้ร่วมดำเนินงานมากกว่า 100 คน แบ่งหน้าที่กันตั้งแต่การประชาสัมพันธ์เงินกู้ การรับข้อมูลผู้สมัคร การอนุมัติสินเชื่อ การติดตามทวงถาม ไปจนถึงการเรียกเก็บเงินจากลูกหนี้ เครือข่ายใช้ทั้งแอปพลิเคชัน เว็บไซต์ ช่องทางแชต และนามบัตรที่มี QR Code เพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้ต้องการเงินอย่างรวดเร็ว

ผู้เสียหายมีหลากหลายอาชีพ ทั้งนักธุรกิจรายย่อย พ่อค้าแม่ค้า นักศึกษา และข้าราชการ หลายคนตัดสินใจสมัครเพราะต้องการเงินหมุนระยะสั้นหรือมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน แต่เมื่อเข้าสู่ระบบกลับต้องเผชิญเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรม ทั้งการหักค่าธรรมเนียมล่วงหน้า การเรียกดอกเบี้ยสูงกว่าที่กฎหมายกำหนด และการติดตามทวงหนี้ในลักษณะกดดัน

ไซเบอร์รวบแก๊งเงินกู้ดอกโหด จับผู้ต้องหา 6 ราย

เจ้าหน้าที่นำหมายค้นจากศาลจังหวัดพิษณุโลกเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 3 จุด ก่อนจับกุมผู้ต้องหาคนสำคัญได้ 6 ราย ประกอบด้วย นายยอดยิ่ง ซึ่งถูกระบุว่าเป็นเจ้าของโต๊ะเงินกู้ นายธนกร ผู้ดูแลระบบ และผู้ต้องหาอีก 4 รายที่ทำหน้าที่ควบคุมสายเก็บเงินและสนับสนุนการดำเนินงานของเครือข่าย

การตรวจค้นครั้งนี้พบของกลางหลายรายการ ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนและขยายผล ได้แก่ อาวุธปืนสั้นขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุน 29 นัด โทรศัพท์มือถือ 10 เครื่อง คอมพิวเตอร์ 2 เครื่อง เงินสด 52,320 บาท รวมถึงนามบัตรโฆษณาเงินกู้ที่มี QR Code สำหรับให้ผู้สนใจติดต่อเข้าสู่ระบบ

  • จับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายได้ 6 ราย
  • พบเงินหมุนเวียนในระบบกว่า 10 ล้านบาทต่อเดือน
  • ตรวจสอบผู้เสียหายแล้วเกือบ 1,000 ราย
  • พบผู้ร่วมขบวนการมากกว่า 100 คน
  • ตรวจยึดโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ เงินสด อาวุธปืน และเอกสารโฆษณาเงินกู้

เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต และเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด จากนั้นจะสอบสวนเส้นทางการเงินและบทบาทของบุคคลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม โดยเฉพาะผู้ที่ทำหน้าที่จัดหาบัญชีรับโอนเงิน ผู้ดูแลระบบ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการติดตามทวงหนี้

คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงของการกู้เงินผ่านช่องทางออนไลน์ที่ดูเหมือนเข้าถึงง่ายและอนุมัติรวดเร็ว ผู้กู้บางรายอาจไม่ได้ตรวจสอบว่าแอปพลิเคชันหรือผู้ให้บริการได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือไม่ นอกจากนี้ การให้ข้อมูลส่วนตัว เช่น สำเนาบัตรประชาชน รายชื่อผู้ติดต่อ และข้อมูลบัญชีธนาคาร อาจเปิดช่องให้มิจฉาชีพนำไปใช้ก่อเหตุหรือข่มขู่ทวงหนี้ได้

ประชาชนที่กำลังมองหาแหล่งเงินกู้ควรตรวจสอบชื่อบริษัท ใบอนุญาต อัตราดอกเบี้ย และเงื่อนไขสัญญาอย่างละเอียด หากผู้ให้กู้เรียกเก็บเงินก่อนอนุมัติ ขอรหัสผ่าน ขอให้ติดตั้งแอปจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ หรือข่มขู่ด้วยข้อความรุนแรง ควรหยุดติดต่อและเก็บหลักฐานทั้งหมดไว้ทันที ไม่ควรโอนเงินเพิ่มเพื่อแลกกับการยกเลิกหนี้หรือการหยุดเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัว

หากตกเป็นเหยื่อ ควรบันทึกภาพหน้าจอ รายละเอียดบัญชีธนาคาร เบอร์โทรศัพท์ ลิงก์เว็บไซต์ ชื่อแอปพลิเคชัน และข้อความสนทนา แล้วแจ้งหน่วยงานรัฐหรือสถานีตำรวจใกล้บ้านโดยเร็ว การแจ้งเหตุอย่างรวดเร็วจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ติดตามเส้นทางการเงินและป้องกันไม่ให้มีผู้เสียหายเพิ่มขึ้น

การ ไซเบอร์รวบแก๊งเงินกู้ดอกโหด ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการจับกุมผู้ต้องหา แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนให้ทุกคนระมัดระวังข้อเสนอเงินกู้ออนไลน์ที่อ้างว่าอนุมัติง่ายและไม่ตรวจสอบเอกสาร ก่อนตัดสินใจควรกู้เท่าที่จำเป็น อ่านสัญญาให้ครบ และเลือกใช้บริการจากผู้ให้บริการที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อป้องกันความเสียหายต่อตนเองและครอบครัว

ที่มา – ไซเบอร์รวบแก๊งเงินกู้ดอกโหด เงินหมุนเดือนละ 10 ล้าน เหยื่อเฉียดพันคน โยง 3 ศพแม่-ลูก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *