“ไซเบอร์อรรถ” แจงปมร้อน ปรับเกณฑ์ปลดอายัดบัญชี
เมื่อเร็ว ๆ นี้ มีประชาชนจำนวนมากประสบปัญหาบัญชีธนาคารถูกอายัด ทำให้ไม่สามารถใช้เงินหรือทำธุรกรรมได้ โดยเฉพาะกลุ่มแม่ค้าออนไลน์ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ส่งผลให้กลายเป็นประเด็นร้อนในสังคม สำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (บช.สอท.) โดย พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. ได้ออกมาเปิดเผยว่า การระงับบัญชีเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการป้องกันอาชญากรรมออนไลน์
“ไซเบอร์อรรถ” แจงปมร้อน ปรับเกณฑ์ปลดอายัดบัญชี
แนวทางการระงับบัญชีชั่วคราว เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการโอนเงินไปยังผู้ไม่ประสงค์ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของการฟอกเงินผ่านร้านค้าหรือแม้แต่บัญชีของเด็กและเยาวชน ซึ่งคนร้ายเริ่มปรับกลยุทธ์โดยใช้วิธีให้เงินกับผู้อื่นแล้วให้โอนกลับ ทำให้บัญชีถูกระงับไปด้วย
แนวทางใหม่ช่วยประหยัดเวลา
ในอดีต การระงับบัญชีม้าจำเป็นต้องกรอกข้อมูลด้วยมือ ทำให้เกิดความล่าช้า จึงเปลี่ยนมาใช้ระบบอัตโนมัติ เพื่อติดตามเส้นทางเงินที่คาดว่าเกี่ยวข้องกับผู้ไม่ประสงค์ดี การใช้ระบบอัตโนมัตินี้ทำให้สามารถไล่ตามเงินได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว ถึงแม้ว่าผู้ประสบภัยจะเพิ่งรู้ตัวหลังจากรับเงินมานานแล้วก็ตาม
ทั้งนี้ ประชาชนสุจริตที่มั่นใจได้ว่าการทำธุรกรรมของตนเองเป็นไปตามปกติ หากมีกรณีความผิดในบัญชีของตนเอง สามารถยืนยันตัวตนได้ที่ธนาคารของตนเอง หรือติดต่อ ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนการอายัดบัญชีของ บช.สอท. โทร. 095-425-7478 หรือ 1441 เพื่อสอบถามข้อมูลและขั้นตอนการปลดอายัดบัญชี
- ตรวจสอบว่าเงินที่คุณได้รับมาจากแหล่งที่เชื่อถือได้
- สำหรับร้านทอง ควรตรวจสอบเอกสารประชาชนของผู้ชำระเงิน
- หากเกิดปัญหา รีบติดต่อธนาคารหรือ บช.สอท.
เพื่อลดความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น บช.สอท. ได้หารือกับสถาบันการเงินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อปรับแนวทางการระงับและปลดอายัดบัญชีให้ชัดเจนและรวดเร็วมากขึ้น ตอบโจทย์ทั้งในด้านความปลอดภัยและสิทธิของประชาชน
แนวทางเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การต่อสู้กับอาชญากรรมออนไลน์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และลดผลกระทบต่อกลุ่มสุจริตที่อาจได้รับความไม่สะดวก การร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่ ธนาคาร และประชาชน คือกุญแจสำคัญสู่ระบบการเงินที่ปลอดภัย
ที่มา – “ไซเบอร์อรรถ” แจงปมร้อน เร่งหารือสถาบันการเงินแก้ปัญหา ปรับเกณฑ์ ปลดอายัดบัญชี
