ไตรศุลีจี้รัฐบาล ถอดถอนเครื่องราชฯ ฮุนเซน
จากกรณีที่ น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล อดีตเลขานุการ รมว.มหาดไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2568 เรียกร้องให้รัฐบาลไทยดำเนินการ ถอดถอนเครื่องราชฯ ฮุนเซน พร้อมติดแฮชแท็ก #ถอนเครื่องราชกี่โมง #ฆ่าพี่น้องชาวไทยไปกี่คน นั้น
เรื่องราวดังกล่าวสืบเนื่องมาจากราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2544 (เล่ม 118 ตอนที่ 21 ข) ซึ่งเป็นประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้แก่ชาวต่างประเทศ โดยมีเนื้อหาสำคัญเกี่ยวกับการพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์แด่ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ในโอกาสเดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 13 – 15 พฤศจิกายน 2544 ในฐานะแขกของรัฐบาล (Official Visit) ซึ่งเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคีไทย – กัมพูชา และความร่วมมือระหว่างประเทศทั้งสองให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น จำนวน 3 ราย ได้แก่
- เครื่องราชอิสริยาภรณ์มหาปรมากรณ์ช้างเผือก สมเด็จฮุน เซน (H.E. Samdech Hun Sen) นายกรัฐมนตรี
- เครื่องราชอิสริยาภรณ์ประถมากรณ์ช้างเผือก
- นายฮอร์ นัมฮอง (H.E. Mr. Hor Namhong) รัฐมนตรีอาวุโสและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
- นายซก อาน (H.E. Mr. Sok An) รัฐมนตรีอาวุโสและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ประกาศดังกล่าวลงวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ.2544 โดยมี พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

ไตรศุลีจี้รัฐบาล ถอดถอนเครื่องราชฯ ฮุนเซน
การออกมาเรียกร้องให้ ถอดถอนเครื่องราชฯ ฮุนเซน ของ น.ส.ไตรศุลี ได้จุดประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความเหมาะสมในการมอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้แก่บุคคลที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน
ประเด็นสำคัญ: ทำไมต้องถอดถอนเครื่องราชฯ ฮุนเซน?
เหตุผลหลักที่ น.ส.ไตรศุลี เรียกร้องให้ ถอดถอนเครื่องราชฯ ฮุนเซน นั้น สื่อถึงข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการสั่งฆ่าพี่น้องชาวไทย ซึ่งเป็นประเด็นละเอียดอ่อนและมีความซับซ้อนในเชิงประวัติศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การตัดสินใจของรัฐบาลไทยในเรื่องนี้จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในหลายด้าน
เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่สังคมไทยกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด และเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความชัดเจนในเรื่องนี้
การพิจารณาถึงการ ถอดถอนเครื่องราชฯ ฮุนเซน ไม่ใช่แค่เรื่องของการเมือง แต่เป็นเรื่องของคุณธรรม จริยธรรม และความถูกต้องที่สังคมไทยยึดมั่น การตัดสินใจของรัฐบาลจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของประเทศในสายตาของนานาชาติ
อย่างไรก็ตาม การดำเนินการใดๆ ควรอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงที่ถูกต้องครบถ้วน และคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในทุกมิติ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติและส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน