ไต้ฝุ่น “บัวลอย” ทำฝนกระหน่ำเวียดนาม ตายแล้ว 1 ราย สูญหายอีก 12 คน

ไต้ฝุ่น “บัวลอย” ทำฝนกระหน่ำเวียดนาม ตายแล้ว 1 ราย สูญหายอีก 12 คน

ไต้ฝุ่น “บัวลอย” สร้างความเสียหายรุนแรงในเวียดนาม เมื่อวันที่ 29 กันยายน ที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงฮานอยว่า สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติเวียดนามแจ้งข่าวร้ายนี้ โดยพายุไต้ฝุ่นบัวลอยขึ้นฝั่งที่จังหวัดเหงะอาน ทางตอนเหนือของประเทศ เวลาประมาณ 08.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ด้วยความเร็วลมสูงสุดถึง 117 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก่อนจะลดลงเหลือ 88 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อเคลื่อนเข้าสู่แผ่นดินมากขึ้น

ไต้ฝุ่น “บัวลอย” ทำฝนกระหน่ำเวียดนาม ตายแล้ว 1 ราย สูญหายอีก 12 คน

ก่อนที่จะขึ้นฝั่งเต็มตัว ไต้ฝุ่น “บัวลอย” เคลื่อนตัวไปตามแนวชายฝั่งทางเหนือของเวียดนามนานหลายชั่วโมง ส่งผลให้เกิดคลื่นพายุซัดฝั่งสูงถึง 8 เมตร นอกจากนี้ พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศต้องเผชิญกับฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา จนถึงวันอังคารที่ 30 กันยายน โดยบางพื้นที่อาจมีปริมาณน้ำฝนสะสมสูงถึง 500 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่ากลัวสำหรับประชาชนและโครงสร้างพื้นฐาน

จากรายงานของสำนักข่าวแห่งชาติเวียดนาม (VNA) อิทธิพลของพายุลูกนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย ที่เมืองเว้ ซึ่งเป็นเมืองมรดกโลกอันสวยงาม นอกจากนี้ ยังมีชาวประมงสูญหายอย่างน้อย 12 คน เนื่องจากเรือของพวกเขาล่มจากคลื่นยักษ์สูง นอกชายฝั่งจังหวัดกว๋างบิน ทางตอนกลางของประเทศ เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้กับชุมชนชาวประมงที่พึ่งพาทะเลเป็นหลัก

ผลกระทบต่อการเดินทางและการอพยพ

ด้านการคมนาคม สนามบินหลักทั้ง 4 แห่งในภาคกลางของเวียดนาม รวมถึงท่าอากาศยานนานาชาติดานัง ต้องปิดทำการชั่วคราว เนื่องจากความรุนแรงของไต้ฝุ่น “บัวลอย” ทำให้เที่ยวบินทั้งหมดถูกยกเลิก ส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวและผู้โดยสารนับพันคน ก่อนที่พายุจะขึ้นฝั่ง เทศบาลเมืองดานังได้ประกาศอพยพประชาชนล่วงหน้าถึง 210,000 คน ขณะที่ในเมืองเว้ มีประชาชนอีกกว่า 32,000 คน ได้รับคำเตือนให้ย้ายที่อยู่อาศัยเพื่อความปลอดภัย

ไต้ฝุ่น “บัวลอย” ถือเป็นพายุลูกที่ 10 ที่พาดผ่านเวียดนามในปีนี้ และภัยธรรมชาติจากพายุได้สร้างความเสียหายอย่างหนัก โดยมีผู้เสียชีวิตและสูญหายรวมกว่า 100 ราย นับตั้งแต่ต้นปี ตามการประเมินของรัฐบาลเวียดนาม ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ไต้ฝุ่น “ยางิ” ซึ่งเป็นพายุรุนแรงที่สุดในรอบ 70 ปี ได้คร่าชีวิตประชาชนกว่า 300 ราย และก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจมูลค่าประมาณ 3,470 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 111,838 ล้านบาท

การเตรียมรับมือและบทเรียนจากอดีต

  • รัฐบาลเวียดนามได้ออกมาตรการเตือนภัยล่วงหน้า เพื่อลดความสูญเสีย
  • ชุมชนท้องถิ่นร่วมกันช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยเฉพาะในพื้นที่ชายฝั่ง
  • องค์กรระหว่างประเทศอย่างกาชาดให้ความช่วยเหลือด้านอาหารและที่พักชั่วคราว

เหตุการณ์ไต้ฝุ่น “บัวลอย” นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเปราะบางของมนุษย์ต่อภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มักเผชิญกับพายุไต้ฝุ่นบ่อยครั้ง ในปีที่ผ่านมา เวียดนามได้พัฒนาระบบเตือนภัยที่ทันสมัยมากขึ้น แต่ยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง

นอกจากนี้ ผลกระทบทางเศรษฐกิจยังรวมถึงการเกษตร โดยพืชผลหลายพื้นที่ถูกน้ำท่วมเสียหาย ส่งผลให้ราคาอาหารอาจสูงขึ้นในระยะสั้น ชาวบ้านในพื้นที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยเฉพาะครอบครัวที่สูญเสียสมาชิก รัฐบาลได้ประกาศให้ความช่วยเหลือด้านการเงินและการฟื้นฟู โดยหวังว่าจะช่วยให้ประชาชนกลับมาดำเนินชีวิตปกติได้เร็วที่สุด

จากประสบการณ์ในอดีต เช่น ไต้ฝุ่นยางิ ทำให้เห็นว่าการเตรียมตัวล่วงหน้าสามารถลดความสูญเสียได้มาก ดังนั้น การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง เช่น เขื่อนกันคลื่นและระบบระบายน้ำ จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับอนาคต

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ สภาพอากาศที่รุนแรงขึ้นนี้อาจเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก ทำให้พายุไต้ฝุ่นมีความเข้มข้นมากกว่าเดิม เราควรตระหนักและสนับสนุนนโยบายลดคาร์บอนเพื่อบรรเทาปัญหานี้

หากคุณสนใจติดตามข่าวภัยพิบัติและเคล็ดลับการป้องกันตัวเองจากพายุ ลองสมัครรับข่าวสารจากบล็อกของเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – ไต้ฝุ่น “บัวลอย” ทำฝนกระหน่ำเวียดนาม ตายแล้ว 1 ราย สูญหายอีก 12 คน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *