ไทม์ไลน์ 3 สถาบัน ฟิทช์ มูดี้ส์ S&P ประเมินเครดิตไทย ปี 69
ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญทางเศรษฐกิจ เมื่อ ไทม์ไลน์ 3 สถาบัน ฟิทช์ มูดี้ส์ S&P ประเมินเครดิตไทย ปี 69 ใกล้เข้ามา นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศต่างจับตาการตัดสินใจของ 3 ยักษ์ใหญ่ด้านการจัดอันดับเครดิตอย่างใกล้ชิด เพราะผลลัพธ์จะส่งผลต่อต้นทุนการกู้ยืม ความเชื่อมั่นนักลงทุน และทิศทางเศรษฐกิจโดยรวมของไทย
ไทม์ไลน์ 3 สถาบัน ฟิทช์ มูดี้ส์ S&P ประเมินเครดิตไทย ปี 69
นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ได้เปิดเผยข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับกำหนดการประเมินของ 3 สถาบันหลัก ได้แก่ มูดีส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส (Moody’s), ฟิทช์ เรทติ้งส์ (Fitch Ratings) และ เอสแอนด์พี โกลบอล เรทติ้งส์ (S&P Global Ratings) ในปี 2569 (ปี 69) โดยไทม์ไลน์เริ่มต้นด้วยมูดีส์ที่จะเข้าประเมินและประกาศผลในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน ขณะที่ฟิทช์และ S&P จะตามมาในครึ่งปีหลัง เดือนสิงหาคมถึงกันยายน ปัจจุบันอันดับเครดิตไทยยังคงอยู่ในระดับน่าลงทุน (Investment Grade) ที่ BBB+ สำหรับทั้งสามแห่ง (Baa1 สำหรับมูดีส์)
ปัจจัยสำคัญ 5 ประการที่สถาบันจะพิจารณาในการประเมิน
การประเมินครั้งนี้จะให้น้ำหนักกับปัจจัยสำคัญ 5 ด้าน ซึ่ง สบน. มั่นใจว่าประเทศไทยพร้อมรับมือ โดยมีรายละเอียดดังนี้:
- 1. ความต่อเนื่องทางนโยบายและเสถียรภาพทางการเมือง: นี่คือปัจจัยหลักที่นักลงทุนต่างชาติให้ความสำคัญ การเลือกตั้งที่ผ่านมาและความต่อเนื่องของรัฐบาลจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นว่าการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจะไม่สะดุด
- 2. แผนการคลังระยะปานกลาง: ไทยมีแผนชัดเจนในการลดการขาดดุลงบประมาณจากกว่า 4% ของ GDP เหลือ 3% ภายในปี 2573 เพื่อควบคุมหนี้สาธารณะให้อยู่ในระดับยั่งยืน
- 3. แนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP): เศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัว แต่ต้องเผชิญความผันผวนจากเศรษฐกิจโลก สถาบันจะดูศักยภาพการเติบโตยั่งยืน
- 4. การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมสูงวัย: แผนรับมือประชากรสูงวัยที่กระทบขีดความสามารถแข่งขันและภาระงบประมาณในอนาคต
- 5. แผนรองรับอุตสาหกรรมใหม่และการเงินยั่งยืน: การผลักดันอุตสาหกรรม S-curve (New S-curve) พันธบัตรสีเขียว สีน้ำเงิน เพื่อดึงดูดการลงทุน ESG
นางจินดารัตน์แสดงความมั่นใจว่ารัฐบาลชุดใหม่จะมีนโยบายปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจที่ชัดเจน ช่วยให้สถาบันทั้งสามมีมุมมองบวกต่อเครดิตไทย และอาจปรับ Outlook กลับสู่ Stable หากผลงานเป็นไปตามแผน
สถานการณ์ก่อนหน้าและความสำคัญของการประเมินรอบนี้
ย้อนกลับไปในปี 2568 มูดีส์และฟิทช์ได้ปรับ Outlook ของไทยลงเป็น Negative ขณะที่ S&P ยังคง Stable ทำให้ปีนี้เป็นโอกาสทองในการพลิกเกม โดยเฉพาะมูดีส์ที่อาจเลื่อนประกาศไปถึงกันยายน เพื่อรอความชัดเจนจากรัฐบาลใหม่ ผลการประเมินจะกระทบโดยตรงต่อการลงทุนต่างชาติ ต้นทุนพันธบัตรรัฐบาล และค่าเงินบาท หากคงระดับ BBB+ ได้ จะช่วยรักษาสถานะน่าลงทุน แต่หาก downgrade อาจเพิ่มความเสี่ยง
นอกจากนี้ เศรษฐกิจไทยยังมีจุดแข็งจากภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว การส่งออกที่แข็งแกร่ง และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจดิจิทัล รัฐบาลกำลังเร่งผลักดันงบประมาณปี 69 ให้ผ่านฉลุย เพื่อแสดงเจตจำนงด้านวินัยการเงิน
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การประเมินครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลข แต่สะท้อนศักยภาพไทยในเวทีโลก หากเราจัดการปัจจัยเสี่ยงได้ดี อนาคตเศรษฐกิจจะสดใสยิ่งขึ้น
คำแนะนำ: นักลงทุนควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และพิจารณา diversify พอร์ตเพื่อรับมือความไม่แน่นอน สนใจข้อมูลเพิ่มเติม? สมัครรับข่าวสารเศรษฐกิจฟรีทางอีเมลของเราได้เลยวันนี้!
ที่มา – เปิดไทม์ไลน์ 3 สถาบัน ฟิทช์ – มูดี้ส์ – S&P ประเมินตัดเกรดเครดิตประเทศไทย ปี 69