ไทยคว้า 21 รางวัลเวทีพลังงานอาเซียนสูงสุดในภูมิภาค
ประเทศไทยสร้างความภาคภูมิใจครั้งสำคัญบนเวทีพลังงานระดับภูมิภาค หลังผลงานด้านพลังงานสะอาดและนวัตกรรมได้รับการยอมรับในงาน ASEAN Energy Awards 2026 ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ โดย ไทยคว้า 21 รางวัลเวทีพลังงานอาเซียนสูงสุดในภูมิภาค จากผลงานที่ส่งเข้าประกวดทั้งหมด 30 ผลงาน ความสำเร็จนี้สะท้อนให้เห็นว่าไทยไม่ได้มีเพียงศักยภาพด้านการผลิตพลังงานเท่านั้น แต่ยังสามารถพัฒนาเทคโนโลยีและนำองค์ความรู้ไปใช้จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ไทยคว้า 21 รางวัลเวทีพลังงานอาเซียนสูงสุดในภูมิภาค
การประกาศรางวัลจัดขึ้นในช่วงการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านพลังงาน ครั้งที่ 44 ซึ่งเป็นเวทีที่ประเทศสมาชิกอาเซียนใช้แลกเปลี่ยนแนวคิด เทคโนโลยี และแนวทางการพัฒนาพลังงานในอนาคต ปีนี้ผลงานของไทยได้รับรางวัลรวม 21 รางวัล แบ่งเป็นรางวัลชนะเลิศ 10 รางวัล รองชนะเลิศอันดับ 1 จำนวน 6 รางวัล รองชนะเลิศอันดับ 2 จำนวน 4 รางวัล และรางวัล National Strategic Excellence อีก 1 รางวัล
ผลรางวัลดังกล่าวถือเป็นสัญญาณที่ดีของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เพราะผลงานที่ได้รับการยอมรับครอบคลุมทั้งการผลิตพลังงานหมุนเวียน การจัดการพลังงาน อาคารอนุรักษ์พลังงาน และอาคารเขียว นอกจากนี้ยังมีโครงการที่เกี่ยวข้องกับการลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งล้วนเป็นประเด็นสำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจในยุคคาร์บอนต่ำ
จุดเด่นของไทยคว้า 21 รางวัลเวทีพลังงานอาเซียนสูงสุดในภูมิภาค
ความโดดเด่นของผลงานไทยอยู่ที่การผสมผสานเทคโนโลยีเข้ากับการใช้งานจริง ไม่ว่าจะเป็นการผลิตไฟฟ้าจากชีวมวลและก๊าซชีวภาพ การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ การพัฒนาไฮโดรเจนสีเขียว รวมถึงระบบบริหารจัดการพลังงานในโรงงานและอาคาร เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยให้ผู้ประกอบการและชุมชนใช้พลังงานได้อย่างคุ้มค่ามากขึ้น พร้อมลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
- พลังงานหมุนเวียน: สนับสนุนการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานสะอาดและลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล
- การจัดการพลังงาน: ใช้ระบบและข้อมูลเพื่อวางแผนการใช้พลังงาน ลดการสูญเสีย และควบคุมต้นทุน
- อาคารอนุรักษ์พลังงาน: ออกแบบและปรับปรุงอาคารให้ใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- อาคารเขียว: ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิต และการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน
หนึ่งในผลงานที่ได้รับรางวัล National Strategic Excellence คือโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ ชุดที่ 1 ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. โครงการนี้เป็นตัวอย่างของการใช้พื้นที่แหล่งน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยผสานการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เข้ากับพลังงานน้ำ ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบไฟฟ้าและสนับสนุนการผลิตพลังงานสะอาด
นอกจากรางวัลด้านโครงการแล้ว ผู้แทนไทยยังได้รับการยอมรับในด้านบุคคลและความร่วมมือด้านพลังงานระดับอาเซียนด้วย รางวัล ASEAN Excellence in Energy Management by Individual มอบให้แก่บุคลากรผู้มีบทบาทสำคัญในการผลักดันการจัดการพลังงาน ขณะที่รางวัล ASEAN Women in Energy Excellence Award สะท้อนบทบาทของสตรีไทยในการส่งเสริมพลังงานทดแทนและการอนุรักษ์พลังงาน
ด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ ไทยยังมีผลงาน FAMS: Foreign Agreement Management System ของ กฟผ. ซึ่งเป็นระบบดิจิทัลสำหรับชำระบัญชีและยืนยันธุรกรรมการซื้อขายไฟฟ้าข้ามพรมแดนในอาเซียน รวมถึงโครงการ Lao PDR – Thailand – Malaysia – Singapore Power Integration Project หรือ LTMS-PIP ความร่วมมือเหล่านี้ช่วยเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าของประเทศสมาชิก และเพิ่มโอกาสในการบริหารจัดการพลังงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ
รางวัลพลังงานสะท้อนทิศทาง Net Zero ของไทย
ความสำเร็จจากเวทีนี้ไม่ได้หมายถึงการคว้ารางวัลเพียงอย่างเดียว แต่ยังสะท้อนทิศทางการพัฒนาประเทศที่ให้ความสำคัญกับพลังงานสะอาดและเป้าหมาย Net Zero การเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ขณะเดียวกันการยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงานก็ช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับภาคธุรกิจ ภาครัฐ และประชาชน
กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน หรือ พพ. มีแนวทางเดินหน้าขยายผลนวัตกรรมเหล่านี้ให้เข้าถึงการใช้งานจริงมากขึ้น โดยคำนึงถึงบริบทของแต่ละพื้นที่ ทั้งด้านต้นทุน ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน และความต้องการของผู้ใช้งาน การพัฒนาในลักษณะนี้จะช่วยให้เทคโนโลยีพลังงานสะอาดไม่ได้อยู่แค่ในโครงการต้นแบบ แต่สามารถนำไปต่อยอดในโรงงาน อาคาร ชุมชน และภาคการเกษตรได้อย่างกว้างขวาง
สำหรับภาคธุรกิจ รางวัลครั้งนี้อาจเป็นแรงกระตุ้นให้เร่งลงทุนในระบบประหยัดพลังงานและพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น ส่วนประชาชนเองก็สามารถมีส่วนร่วมได้จากการลดการใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น เลือกใช้อุปกรณ์ประหยัดพลังงาน และสนับสนุนผลิตภัณฑ์หรือบริการที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม เมื่อทุกภาคส่วนร่วมมือกัน การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานก็จะเกิดขึ้นได้เร็วและมีความต่อเนื่อง
โดยสรุป ไทยคว้า 21 รางวัลเวทีพลังงานอาเซียนสูงสุดในภูมิภาค เป็นทั้งความสำเร็จและโอกาสในการต่อยอดศักยภาพของประเทศ จุดสำคัญคือการนำความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมไปสร้างประโยชน์จริง หากไทยเดินหน้าสนับสนุนพลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดพื้นที่ให้รัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา และชุมชนทำงานร่วมกัน ประเทศไทยก็มีโอกาสก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมพลังงานของอาเซียนได้อย่างมั่นคง
ผู้อ่านสามารถเริ่มต้นมีส่วนร่วมได้ตั้งแต่วันนี้ ด้วยการสำรวจการใช้พลังงานในบ้านหรือองค์กร ปรับพฤติกรรมที่สิ้นเปลือง และติดตามเทคโนโลยีพลังงานสะอาดที่เหมาะกับการใช้งาน เพราะทุกการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ เมื่อรวมกันแล้ว จะช่วยสร้างระบบพลังงานที่สะอาด แข่งขันได้ และยั่งยืนสำหรับอนาคต
ที่มา – ไทยผงาดคว้า 21 รางวัล เวทีพลังงานอาเซียน สูงสุดในภูมิภาค


