ไทยยูเนี่ยน รับรางวัล Top 1% ผู้นำความยั่งยืน
เฮ้! เพื่อนๆ ที่สนใจเรื่องธุรกิจและความยั่งยืนมาฟังข่าวดีกันครับ ไทยยูเนี่ยน รับรางวัล Top 1% ผู้นำความยั่งยืนอุตสาหกรรมอาหารจากเวที S&P Global Sustainability Yearbook 2026 Distinction Ceremony เลยนะ นี่คือความสำเร็จระดับโลกที่ทำให้เราภูมิใจแทนบริษัทไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU ที่เพิ่งคว้ารางวัลนี้มาในงานที่จัดขึ้นที่กรุงเทพฯ เมื่อไม่นานมานี้ รางวัลนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ นะครับ เพราะมันยกย่องบริษัทที่มีผลงานด้านความยั่งยืนโดดเด่นที่สุดในโลก โดยไทยยูเนี่ยนได้คะแนนรวมสูงถึง 89 จาก 100 คะแนน ซึ่งเป็นคะแนนสูงสุดในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารเลยทีเดียว สุดยอดมาก!
ไทยยูเนี่ยน รับรางวัล Top 1% ผู้นำความยั่งยืน
มาดูกันว่าทำไมไทยยูเนี่ยนถึงได้รางวัลนี้มาครอง ความสำเร็จนี้มาจากผลการประเมิน Corporate Sustainability Assessment (CSA) ปี 2568 ของ S&P Global ที่เชิญบริษัทกว่า 9,200 แห่งทั่วโลกมาร่วมประเมิน แต่มีเพียง 848 แห่งที่ติดอันดับใน Sustainability Yearbook และในกลุ่มอาหาร มีแค่ 30 จาก 241 บริษัทเท่านั้นที่ผ่านเกณฑ์ ไทยยูเนี่ยนเลยกลายเป็น Top 1% ไปเลยครับ นี่แสดงให้เห็นว่าบริษัทเรามีการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ที่แข็งแกร่งจริงๆ
ไทยยูเนี่ยน รับรางวัล Top 1% จากการประเมินที่เข้มงวด
การประเมิน CSA ไม่ใช่เรื่องง่ายนะครับ มันดูทุกมิติ ตั้งแต่การจัดการห่วงโซ่อุปทาน การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงสิทธิแรงงานและนวัตกรรมยั่งยืน ไทยยูเนี่ยนโดดเด่นเพราะพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับแบบดิจิทัลที่ช่วยติดตามสินค้าทุกชิ้นได้อย่างโปร่งใส ลดปัญหาการใช้แรงงานผิดกฎหมายในอุตสาหกรรมอาหารทะเล นอกจากนี้ยังมีโครงการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น ลดการปล่อยคาร์บอนและอนุรักษ์ระบบนิเวศทะเล ทำให้คะแนนพุ่งทะยาน
นายอดัม เบรนนัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนและการสื่อสาร ของไทยยูเนี่ยน กล่าวอย่างภูมิใจว่า “ตั้งแต่ปีที่แล้วเราก็เดินหน้าต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นระบบดิจิทัลตรวจสอบ การคุ้มครองแรงงาน หรือรับมือ气候变化 รางวัลนี้ยืนยันว่าความยั่งยืนคือหัวใจของธุรกิจเรา” ฟังแล้วรู้สึกมั่นใจในอนาคตเลยครับ
กลยุทธ์ SeaChange® 2030 คือกุญแจสู่ความสำเร็จ
เบื้องหลังรางวัลนี้คือกลยุทธ์ SeaChange® 2030 ที่ไทยยูเนี่ยนวางไว้ชัดเจน กลยุทธ์นี้มุ่ง 4 ด้านหลัก คือ People (คน), Public Health (สุขภาพสาธารณะ), Planet (โลก), และ Partnership (พันธมิตร) เช่น:
- ด้านคน: ยกระดับสวัสดิภาพแรงงานในห่วงโซ่อาหารทะเลทั่วโลก ด้วยโครงการ Heroic™ ที่ตรวจสอบและปรับปรุงกว่า 100,000 แรงงาน
- ด้านสุขภาพ: ผลิตอาหารทะเลคุณภาพสูง โภชนาการดี ลดโซเดียมและไขมัน
- ด้านโลก: ลดขยะพลาสติก 100% ภายใน 2030 และฟื้นฟูทะเลผ่านโครงการ Sustainably Sourced Seafood
- ด้านพันธมิตร: ร่วมมือกับ WWF, Greenpeace และหน่วยงานอื่นๆ เพื่อมาตรฐานสากล
นอกจากนี้ ไทยยูเนี่ยนยังลงทุนในเทคโนโลยีอย่าง AI และ Blockchain เพื่อ traceability ทำให้ลูกค้าทั่วโลกวางใจ นี่คือเหตุผลที่บริษัทครองตลาด Tuna ใหญ่ที่สุดในโลก และเติบโตอย่างยั่งยืน
รางวัลนี้ไม่ใช่แค่เกียรติยศ แต่เป็นสัญญาณว่าธุรกิจไทยสามารถแข่งขันระดับโลกได้ ถ้าทุกบริษัทเลียนแบบ อนาคตอุตสาหกรรมอาหารไทยจะสดใสแน่นอน คุณล่ะคิดยังไงกับความสำเร็จของไทยยูเนี่ยน? ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือติดตามรายละเอียดกลยุทธ์ SeaChange® 2030 เพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ไทยยูเนี่ยน นะครับ อย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ด้วย!

