ไทย-กัมพูชาบรรลุข้อตกลง 6 มาตรการสร้างความไว้ใจ

ประเด็นข้อพิพาททางทะเลระหว่างไทยกับกัมพูชามีความคืบหน้าสำคัญ หลังศาลประจำอนุญาโตตุลาการ หรือ PCA เผยว่า ทั้งสองประเทศบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับมาตรการสร้างความไว้ใจจำนวน 6 ข้อ จากการประชุมคณะกรรมาธิการประนอมภาคบังคับครั้งที่ 2 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเฮก ระหว่างวันที่ 14-18 ตุลาคม 2569

ข้อตกลงครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณเชิงบวก เพราะทั้งไทยและกัมพูชาต่างยืนยันว่าจะใช้การเจรจา หลักกฎหมายระหว่างประเทศ และการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์เป็นแนวทางหลักในการคลี่คลายปัญหา โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการกำหนดเขตแดนทางทะเลอย่างสันติ

ไทย-กัมพูชาบรรลุข้อตกลง 6 มาตรการสร้างความไว้ใจ

ศาลประจำอนุญาโตตุลาการระบุว่า ความสำเร็จจากการประชุมเพียง 2 ครั้งสะท้อนให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและความตั้งใจของคู่กรณี ทั้งสองฝ่ายสามารถจัดทำชุดมาตรการสร้างความเชื่อมั่น หรือ Confidence-Building Measures เพื่อเพิ่มความไว้วางใจ ลดความเข้าใจผิด และสนับสนุนการหารือในประเด็นที่มีความละเอียดอ่อน

น.ส.แคทรีนา คูเปอร์ ประธานคณะกรรมาธิการประนอมข้อพิพาท มองว่ามาตรการดังกล่าวเป็นหลักหมุดสำคัญและเป็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมชิ้นแรกของกระบวนการไกล่เกลี่ย นอกจากนี้ ยังช่วยให้คณะกรรมาธิการเข้าใจประเด็นเขตแดนทางทะเลได้ลึกซึ้งขึ้น และสามารถวางแนวทางสำหรับการประชุมครั้งต่อไปได้ชัดเจนมากขึ้น

รายละเอียด 6 มาตรการสร้างความไว้ใจระหว่างไทยกับกัมพูชา

สำหรับสาระสำคัญของข้อตกลง ไทย-กัมพูชาบรรลุข้อตกลง 6 มาตรการสร้างความไว้ใจ มีรายละเอียดที่มุ่งลดความตึงเครียดและเปิดพื้นที่ให้ทั้งสองประเทศทำงานร่วมกัน ดังนี้

  • ความมุ่งมั่นต่อกระบวนการประนอมข้อพิพาท: ทั้งสองฝ่ายจะเข้าร่วมกระบวนการอย่างสร้างสรรค์ โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการกำหนดเขตแดนทางทะเลถาวรตามหลักการของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS และอาจนำไปสู่การจัดทำสนธิสัญญาทวิภาคีในอนาคต
  • การสื่อสารเชิงบวกและสร้างสรรค์: ไทยและกัมพูชาจะระมัดระวังการแถลงข่าวเกี่ยวกับข้อพิพาททางทะเล โดยจะเน้นข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่ใช้ถ้อยแถลงเพื่อกดดันอีกฝ่าย และหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนหรือบิดเบือน
  • การไม่ทำให้ข้อพิพาทรุนแรงขึ้น: ทั้งสองฝ่ายจะหลีกเลี่ยงการดำเนินการใด ๆ ที่อาจขยายขอบเขตของข้อพิพาท กระทบต่อการทำงานของคณะกรรมาธิการ หรือเปลี่ยนแปลงสถานะเดิมในพื้นที่ทางทะเลอย่างมีนัยสำคัญ
  • การสานต่อความสัมพันธ์และความร่วมมือทวิภาคี: คณะกรรมาธิการสนับสนุนให้ทั้งสองประเทศยกระดับความสัมพันธ์ทางการทูต ส่งผู้แทนระดับสูงไปประจำในเมืองหลวงของอีกฝ่าย และร่วมพูดคุยประเด็นทางเทคนิคผ่านคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง
  • การใช้ช่องทางติดต่อโดยตรง: ไทยและกัมพูชาจะใช้ช่องทางการสื่อสารที่มีอยู่ รวมถึงการติดต่อระหว่างผู้บัญชาการกองทัพเรือ เพื่อแจ้งเหตุการณ์ในทะเลได้อย่างรวดเร็ว ป้องกันความเข้าใจผิด และลดโอกาสเกิดความตึงเครียด
  • การติดตามผลการดำเนินงาน: ทั้งสองฝ่ายจะรายงานความคืบหน้า ปัญหา และอุปสรรคต่อคณะกรรมาธิการประนอมข้อพิพาท โดยสามารถนำเสนอประเด็นที่ละเอียดอ่อนเป็นการลับ เพื่อให้คณะกรรมาธิการช่วยเสนอแนวทางที่เหมาะสม

หนึ่งในหัวใจสำคัญของมาตรการชุดนี้คือการควบคุมการสื่อสาร เพราะประเด็นเขตแดนทางทะเลมีความละเอียดอ่อนและอาจส่งผลต่อความรู้สึกของประชาชนทั้งสองประเทศ การใช้ถ้อยคำที่รอบคอบจะช่วยลดกระแสความขัดแย้ง ขณะที่การเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องอาจทำให้การเจรจาซับซ้อนและเดินหน้าได้ยากขึ้น

ฝ่ายกัมพูชาระบุว่า มาตรการสร้างความเชื่อมั่นจะช่วยรักษาบรรยากาศเชิงบวกและสร้างพื้นที่สำหรับความร่วมมือในอนาคต ส่วนฝ่ายไทยยืนยันความมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับคณะกรรมาธิการอย่างเต็มที่และจริงใจ เพื่อหาทางออกที่ยั่งยืนในการกำหนดเขตแดนทางทะเลตามกฎหมายระหว่างประเทศ

ข้อตกลงนี้ไม่ได้หมายความว่าข้อพิพาททางทะเลได้รับการแก้ไขเสร็จสมบูรณ์แล้ว แต่เป็นการวางกรอบการทำงานและสร้างความไว้วางใจระหว่างกัน ขั้นตอนหลังจากนี้จึงยังต้องอาศัยความต่อเนื่อง ความอดทน และการประสานงานของทุกฝ่าย โดยคาดว่าจะมีการประชุมครั้งต่อไปในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

ความหมายต่อความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา

ในภาพรวม ไทย-กัมพูชาบรรลุข้อตกลง 6 มาตรการสร้างความไว้ใจ ถือเป็นพัฒนาการที่ช่วยลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ไม่คาดคิดในทะเล และเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ของทั้งสองประเทศสามารถพูดคุยกันได้โดยตรงมากขึ้น หากแต่ละฝ่ายดำเนินการตามข้อตกลงอย่างจริงจัง ก็จะช่วยสร้างพื้นฐานที่ดีสำหรับการเจรจาเรื่องเขตแดนในระยะยาว

สิ่งที่ประชาชนควรติดตามต่อไปคือความคืบหน้าของการนำมาตรการไปปฏิบัติจริง โดยเฉพาะการสื่อสารระหว่างหน่วยงาน การจัดการเหตุการณ์ในพื้นที่ทางทะเล และการหารือด้านเทคนิค เพราะรายละเอียดเหล่านี้จะเป็นตัวชี้วัดว่าความร่วมมือสามารถพัฒนาไปสู่ข้อตกลงถาวรได้มากน้อยเพียงใด

มุมมองที่น่าสนใจคือ การแก้ไขข้อพิพาทระหว่างประเทศอาจไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการหาคำตอบสุดท้ายทันที แต่สามารถเริ่มจากการลดความไม่ไว้วางใจ สร้างช่องทางพูดคุย และหลีกเลี่ยงการกระทำที่ทำให้สถานการณ์แย่ลงได้ หากไทยและกัมพูชายึดแนวทางนี้อย่างต่อเนื่อง ย่อมเป็นประโยชน์ต่อความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศและเสถียรภาพในภูมิภาค

ติดตามความคืบหน้าของการเจรจาอย่างมีสติ ตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ และร่วมกันสนับสนุนการแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี เพราะความเข้าใจและการสื่อสารที่ดีคือก้าวสำคัญในการเปลี่ยนข้อพิพาทให้กลายเป็นความร่วมมือ

ที่มา – ศาลอนุญาโตตุลาการเผย ‘ไทย-กัมพูชา’ บรรลุข้อตกลง 6 มาตรการสร้างความไว้ใจ สางข้อพิพาททางทะเล

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *