ไฟเขียวตำรวจ 1,095 นายเออร์ลี่รีไทร์ 1 ต.ค.นี้

ในวันที่ 29 กันยายน 2568 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ได้มีการประกาศข่าวสำคัญที่ได้รับความสนใจจากบุคลากรในวงการตำรวจและประชาชนทั่วไป นั่นคือ ไฟเขียวตำรวจ 1,095 นาย ยศ “ด.ต.-พล.ต.ท.” เออร์ลี่รีไทร์ มีผลตั้งแต่ 1 ต.ค.นี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพลรุ่นที่ 27 รอบตุลาคม ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีข้าราชการตำรวจจำนวนมากที่สมัครใจลาออกเพื่อเปิดโอกาสให้กับรุ่นใหม่ๆ เข้ามารับใช้

ไฟเขียวตำรวจ 1,095 นาย ยศ “ด.ต.-พล.ต.ท.” เออร์ลี่รีไทร์ มีผลตั้งแต่ 1 ต.ค.นี้

คำสั่งดังกล่าวลงนามโดย พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ซึ่งปฏิบัติราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติตามคำสั่งที่ 437/2568 ลงวันที่ 25 กันยายน 2568 ใจความสำคัญคือ อนุญาตให้ข้าราชการตำรวจที่ครบคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ของโครงการ ลาออกจากราชการจำนวน 1,095 นาย ตั้งแต่ระดับดาบตำรวจ (ด.ต.) ไปจนถึงพลตำรวจตรี (พล.ต.ท.) โดยรายชื่อปรากฏตามบัญชีแนบท้ายคำสั่ง

การอนุญาตนี้ยึดตามอำนาจในมาตรา 105 (2) มาตรา 107 และมาตรา 135 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ประกอบกับคำสั่งที่ 358/2568 ลงวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป โครงการเออร์ลี่รีไทร์นี้ถือเป็นกลไกสำคัญในการปรับโครงสร้างกำลังพลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีและความท้าทายทางสังคมเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ไฟเขียวตำรวจเออร์ลี่รีไทร์

รายชื่อข้าราชการตำรวจที่เข้าร่วมโครงการเออร์ลี่รีไทร์

จากรายชื่อที่เปิดเผย มีบุคลากรตำรวจชื่อดังหลายรายที่ได้รับการอนุมัติให้ลาออก เช่น พล.ต.ท.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการดูแลความมั่นคงในภาคกลาง พล.ต.ต.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ ผู้บังคับการปราบปรามยาเสพติด ที่มีผลงานเด่นในการสืบสวนคดีใหญ่ๆ พล.ต.ต.นิรันดร์ ทองฤทธิ์ ผู้บังคับการศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 4 และ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองผู้บังคับการสถานีตำรวจบางเขน ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติหลายสมัย

การลาออกของบุคลากรเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นการเกษียณอายุก่อนกำหนดเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการส่งเสริมให้ข้าราชการที่มีประสบการณ์ยาวนานได้พักผ่อนและเปิดทางให้คนรุ่นใหม่ โดยผู้ที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมาย เช่น เงินชดเชยตามอายุราชการและยศที่รับ

  • ระดับดาบตำรวจ (ด.ต.) : เป็นกำลังหลักในการปฏิบัติงานภาคสนาม
  • ระดับสารวัตรถึงผู้บังคับบัญชา : มีบทบาทในการวางแผนและกำกับดูแล
  • พลตำรวจตรี (พล.ต.ท.) : ผู้บริหารระดับสูงที่ช่วยกำหนดทิศทางองค์กร

ไฟเขียวตำรวจ 1,095 นาย ยศ “ด.ต.-พล.ต.ท.” เออร์ลี่รีไทร์ มีผลตั้งแต่ 1 ต.ค.นี้ จะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างองค์กรอย่างมาก โดยคาดว่าจะช่วยลดภาระด้านสวัสดิการและเปิดโอกาสในการสรรหาบุคลากรใหม่ที่มีทักษะดิจิทัลและนวัตกรรมมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็เป็นการแสดงถึงความยืดหยุ่นของระบบราชการไทยในการปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย

นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังเป็นส่วนหนึ่งของแผนปฏิรูประบบตำรวจที่กำลังดำเนินการ เพื่อยกระดับภาพลักษณ์และประสิทธิภาพการทำงาน โดยเฉพาะในเรื่องของการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและการรักษาความปลอดภัยสาธารณะ ผู้ที่สนใจสามารถตรวจสอบรายชื่อเต็มได้จากเว็บไซต์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

จากมุมมองของผู้เขียน การอนุมัติครั้งนี้ไม่เพียงช่วยให้ข้าราชการตำรวจจำนวนมากได้เริ่มต้นบทใหม่ในชีวิตหลังเกษียณ แต่ยังเป็นสัญญาณบวกต่อการพัฒนาองค์กรตำรวจไทยให้ทันสมัยยิ่งขึ้น หากคุณเป็นข้าราชการตำรวจหรือสนใจข่าวสารด้านนี้ อย่าลืมติดตามอัปเดตเพิ่มเติมจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – ไฟเขียวตำรวจ 1,095 นาย ยศ “ด.ต.-พล.ต.ท.” เออร์ลี่รีไทร์ มีผลตั้งแต่ 1 ต.ค.นี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *