ไม่เข็ด! จับหนุ่มใหญ่ รุกป่าปลูกกาแฟ รอบที่ 3 อ้างหน้าซื่อ
กลายเป็นข่าวที่สร้างความประหลาดใจให้กับเจ้าหน้าที่และเป็นประเด็นที่คนให้ความสนใจอย่างมาก เมื่อมีการรายงานเหตุการจับกุมผู้กระทำผิดฐานบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน ซึ่งครั้งนี้ถือเป็น ไม่เข็ด! จับหนุ่มใหญ่ รุกป่าปลูกกาแฟ รอบที่ 3 อ้างหน้าซื่อ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่บริเวณป่าคลองกุ่ม จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ไม่เข็ด! จับหนุ่มใหญ่ รุกป่าปลูกกาแฟ รอบที่ 3 อ้างหน้าซื่อ
เจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนเชิงคุณภาพจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่หลังได้รับรายงานการบุกรุก พบชายวัย 53 ปี กำลังใช้พื้นที่กว่า 10 ไร่ในการปลูกต้นกาแฟ ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติพบว่า ชายคนนี้เคยถูกดำเนินคดีในข้อหาเดิมมาแล้วถึง 2 ครั้ง คือในปี 2552 และ 2561 แต่ตัวเขายังคงไม่หวั่นและกลับมาก่อเหตุซ้ำอีก
เหตุผลสุดอึ้งหลังถูกจับกุม
เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมตัว ผู้ก่อเหตุได้กล่าวอ้างแบบหน้าตายว่าตนเพียงแค่ ไม่เข็ด! จับหนุ่มใหญ่ รุกป่าปลูกกาแฟ รอบที่ 3 อ้างหน้าซื่อ เพราะนึกว่าพื้นที่ดังกล่าวสามารถทำกินได้ ทั้งที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ใดๆ รองรับเลย ซึ่งข้ออ้างนี้ฟังดูไม่สมเหตุสมผลเท่าใดนักสำหรับคนที่เคยผ่านกระบวนการยุติธรรมมาแล้วถึงสองครั้ง
สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ มีรายละเอียดดังนี้:
- พื้นที่ป่าถูกบุกรุกแผ้วถางไปกว่า 10 ไร่ 2 งาน 40 ตารางวา
- มีการปลูกต้นกาแฟอายุประมาณ 1 ปี จำนวนกว่า 200 ต้น
- เกิดความเสียหายต่อระบบนิเวศและทรัพยากรธรรมชาติอย่างหนัก
เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาหนัก ทั้งการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน การเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต และการทำลายสภาพธรรมชาติ ถือเป็นบทเรียนราคาแพงที่ผู้กระทำผิดจะต้องได้รับโทษตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด
บทส่งท้าย: การบุกรุกป่าไม้ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด ก็ถือเป็นการทำลายสมบัติของชาติ แม้จะอ้างว่าทำเพื่อทำกิน แต่การทำผิดซ้ำซากถึง 3 ครั้งแสดงให้เห็นถึงการขาดจิตสำนึกในการอนุรักษ์ เราควรช่วยกันเป็นหูเป็นตาเพื่อรักษาผืนป่าให้คงอยู่ต่อไป หากพบเห็นการกระทำผิดให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อไม่ให้มีใครมาฉวยโอกาสใช้ทรัพยากรส่วนรวมเพื่อหาผลประโยชน์ส่วนตัวแบบไม่เกรงกลัวกฎหมายอีก
ที่มา – ไม่เข็ด! จับหนุ่มใหญ่ รุกป่าปลูกกาแฟ รอบที่ 3 อ้างหน้าซื่อ ‘นึกว่าทำกินได้’



