ไรเดอร์เฮ! คมนาคมดันแก้กฎกระทรวง เพิ่มความจุมอเตอร์ไซค์ 250 ซีซี จดทะเบียน รย.17
ไรเดอร์เฮ! คมนาคมดันแก้กฎกระทรวง เพิ่มความจุมอเตอร์ไซค์ 250 ซีซี จดทะเบียน รย.17
ในยุคที่เศรษฐกิจดิจิทัลกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว การให้บริการแบบออนดีมานด์ผ่านแอปพลิเคชันต่าง ๆ กลายเป็นส่วนสำคัญของชีวิตประจำวันของคนไทยจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นการสั่งอาหาร การขนส่งสิ่งของ หรือการเดินทาง ผู้ให้บริการเหล่านี้หรือที่เรามักเรียกว่า “ไรเดอร์” ถือเป็นฟันเฟืองหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลให้เดินหน้าต่อไปได้อย่างราบรื่น
อย่างไรก็ตาม ปัญหาหนึ่งที่ไรเดอร์ต้องเผชิญมาโดยตลอดคือ ข้อจำกัดด้านกฎหมายเกี่ยวกับการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์สาธารณะ หรือ รย.17 ซึ่งเดิมกำหนดให้รถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการให้บริการต้องมีความจุกระบอกสูบไม่เกิน 125 ซีซี เท่านั้น ข้อจำกัดนี้ทำให้รถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ ๆ ที่มีความจุกระบอกสูบมากกว่า 125 ซีซี ไม่สามารถจดทะเบียนเป็นรถรับจ้างสาธารณะได้ ทั้งที่รถเหล่านี้มีสมรรถนะที่ดีกว่า มีความปลอดภัยที่สูงกว่า และสามารถรองรับภาระงานได้มากกว่า
ไรเดอร์เฮ! คมนาคมดันแก้กฎกระทรวง เพิ่มความจุมอเตอร์ไซค์ 250 ซีซี จดทะเบียน รย.17 : ความเปลี่ยนแปลงที่รอคอย
ล่าสุด มีข่าวดีสำหรับไรเดอร์ทั่วประเทศ เมื่อนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า กระทรวงดีอี ร่วมกับกระทรวงคมนาคม โดยกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ได้ผลักดันการแก้ไขกฎกระทรวง เรื่องขนาดความจุกระบอกสูบสำหรับรถจักรยานยนต์สาธารณะ
ความเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ การเพิ่มขีดจำกัดความจุกระบอกสูบจากรถที่มีความจุไม่เกิน 125 ซีซี เป็นความจุกระบอกสูบรวมกันไม่เกิน 250 ซีซี ซึ่งถือเป็นการปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับยุคสมัย และตอบสนองต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์และเทคโนโลยียานยนต์ที่ก้าวล้ำไปอย่างรวดเร็ว
ทำไมการเพิ่มความจุมอเตอร์ไซค์ 250 ซีซี จึงสำคัญ?
การเพิ่มความจุมอเตอร์ไซค์ 250 ซีซี สำหรับการจดทะเบียน รย.17 ไม่ใช่แค่การเพิ่มตัวเลข แต่เป็นการเพิ่มโอกาสและความปลอดภัยให้กับไรเดอร์และผู้ใช้บริการ
- ความปลอดภัยที่สูงขึ้น: รถจักรยานยนต์ที่มีความจุ 250 ซีซี มักมาพร้อมกับเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ทันสมัยกว่า เช่น ระบบเบรก ABS ระบบไฟส่องสว่างที่ดีกว่า และโครงสร้างตัวรถที่มั่นคงกว่า
- สมรรถนะที่ดีกว่า: รถที่มีความจุ 250 ซีซี มีแรงม้าและแรงบิดที่สูงกว่า ทำให้สามารถขับขี่ได้อย่างมั่นใจ แม้ในสภาพการจราจรที่หนาแน่นหรือต้องขนส่งสิ่งของที่มีน้ำหนักมาก
- ความคุ้มค่าในระยะยาว: รถที่มีความจุ 250 ซีซี มักมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า และมีมูลค่าการขายต่อที่สูงกว่า
ขั้นตอนการดำเนินการ
หลังจากที่กระทรวงดีอีและกระทรวงคมนาคมได้ผลักดันการแก้ไขกฎกระทรวงดังกล่าว กรมการขนส่งทางบกได้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนผ่านทางเว็บไซต์เป็นระยะเวลา 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 4 – 18 ธันวาคม 2568
จากนั้น ขบ. ได้นำเสนอร่างกฎกระทรวงต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงต่อไป
หากการพิจารณาแล้วเสร็จ และร่างกฎกระทรวงได้รับความเห็นชอบ ก็จะเป็นการเปิดทางให้ไรเดอร์สามารถนำรถจักรยานยนต์ที่มีความจุ 250 ซีซี มาจดทะเบียนเป็นรถรับจ้างสาธารณะได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ความร่วมมือที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลง
ความสำเร็จในการผลักดันการแก้ไขกฎกระทรวงครั้งนี้ เป็นผลมาจากความร่วมมือที่ดีระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และกระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และนายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ที่ได้ให้ความร่วมมือและเร่งรัดการดำเนินการในทุกขั้นตอน
นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ได้กล่าวขอบคุณกระทรวงคมนาคมและกรมการขนส่งทางบก ที่ได้บูรณาการความร่วมมือเร่งรัดการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพขับขี่รถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน ให้สามารถเข้าสู่ระบบได้อย่างถูกต้องและเป็นธรรม
“กระทรวงดีอี ขอขอบคุณกระทรวงคมนาคม โดย รมช.มัลลิกา และกรมการขนส่งทางบก ซึ่งได้บูรณาการความร่วมมือเร่งรัดการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพขับขี่รถรับจ้างผ่านแอปฯ ให้สามารถเข้าสู่ระบบได้อย่างถูกต้องและเป็นธรรม โดยกลุ่มผู้ให้บริการดังกล่าว ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล นอกจากนั้นการลงทะเบียนการให้บริการอย่างถูกต้อง ยังจะช่วยให้ประชาชนผู้ใช้บริการได้รับความปลอดภัยจากการใช้บริการอีกด้วย”
อนาคตของไรเดอร์และเศรษฐกิจดิจิทัล
การแก้ไขกฎกระทรวงครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย และเป็นการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและคุณภาพการให้บริการของไรเดอร์
ในอนาคต เราอาจได้เห็นไรเดอร์ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่มีความจุ 250 ซีซี ซึ่งมีสมรรถนะที่ดีกว่า มีความปลอดภัยที่สูงกว่า และสามารถให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ การปรับปรุงกฎหมายครั้งนี้ ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถเข้าถึงรถจักรยานยนต์ที่มีคุณภาพดีกว่า ราคาถูกกว่า และสามารถใช้งานได้อย่างคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น