‘ไอซ์’ โวยเดือดร้อนกันทั้งสภา

ประเด็นร้อนในแวดวงการเมืองกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังจาก น.ส.รักชนก ศรีนอก หรือ ‘ไอซ์’ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กเกี่ยวกับการทำงานของคณะกรรมาธิการ หรือ กมธ. ในสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะกรณีที่ กมธ.กฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน เชิญ สส.สุชาดา แทนทรัพย์ หรือ ‘ไอเดียร์’ เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ

สาระสำคัญของเรื่องนี้อยู่ที่ข้อเสนอของนายศุภชัย ใจสมุทร ซึ่งขอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเรียกประชุมประธาน กมธ. ทั้ง 35 คณะ เพื่อหารือเกี่ยวกับขอบเขตอำนาจและแนวทางการทำงานของคณะกรรมาธิการ หลังเกิดความไม่พอใจต่อการเชิญสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางรายเข้าชี้แจง น.ส.รักชนกมองว่าการดำเนินการดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อการตรวจสอบฝ่ายรัฐบาล และทำให้การทำงานของฝ่ายค้านมีข้อจำกัดมากขึ้น

‘ไอซ์’ โวยเดือดร้อนกันทั้งสภา

น.ส.รักชนกโพสต์ข้อความในเชิงตั้งคำถามว่า เหตุใดการเชิญ สส. มาชี้แจงต่อ กมธ. จึงกลายเป็นเรื่องที่ทำให้ต้องเรียกประชุมประธาน กมธ. ทุกคณะ โดยเธอระบุว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนความพยายามจำกัดอำนาจของคณะกรรมาธิการในการตรวจสอบและรวบรวมข้อเท็จจริง ทั้งที่ กมธ. ถือเป็นกลไกสำคัญของรัฐสภาที่เปิดโอกาสให้สมาชิกจากหลายพรรคเข้ามาติดตามปัญหาและตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหาร

สำหรับการทำงานของ กมธ. โดยทั่วไป มีหน้าที่ศึกษาร่างกฎหมาย พิจารณาข้อเท็จจริง รับฟังข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเชิญบุคคลมาให้ข้อมูลประกอบการพิจารณา การเชิญบุคคลมาชี้แจงจึงเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยให้คณะกรรมาธิการทำงานได้รอบด้านมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การใช้อำนาจดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ข้อบังคับการประชุม และหลักความเหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดการใช้อำนาจเกินขอบเขตหรือกลายเป็นการกดดันบุคคลที่ถูกเชิญ

มุมมองของ ‘ไอซ์’ ต่ออำนาจตรวจสอบในสภา

ในโพสต์อีกข้อความหนึ่ง น.ส.รักชนกได้แสดงความคิดเห็นอย่างเผ็ดร้อน โดยเสนอเชิงประชดให้นายศุภชัยยื่นร่างพระราชบัญญัติห้ามตรวจสอบพรรคภูมิใจไทยเข้าสู่การพิจารณาของสภา เพื่อให้ประเด็นดังกล่าวมีความชัดเจน เธอระบุว่าปัจจุบันสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา องค์กรอิสระ และกลไกราชการต่าง ๆ ถูกมองว่าสามารถควบคุมได้ ขณะที่อำนาจของ กมธ. ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ฝ่ายค้านยังพอใช้ตรวจสอบได้ กำลังถูกจำกัดมากขึ้น

คำกล่าวของ น.ส.รักชนกสะท้อนความกังวลของฝ่ายค้านต่อบรรยากาศการตรวจสอบรัฐบาลในปัจจุบัน เพราะในระบบรัฐสภา ฝ่ายค้านไม่ได้มีหน้าที่เพียงแสดงความคิดเห็นหรือคัดค้านนโยบายเท่านั้น แต่ยังต้องติดตามการใช้งบประมาณ การบริหารราชการแผ่นดิน และการดำเนินงานของหน่วยงานรัฐ การทำงานผ่าน กมธ. จึงเป็นช่องทางสำคัญในการขอข้อมูลและรับฟังคำชี้แจงจากผู้เกี่ยวข้อง

ขณะเดียวกัน ฝ่ายที่เห็นต่างอาจมองว่าการเชิญบุคคลมาชี้แจงต้องมีเหตุผลชัดเจน มีขอบเขต และไม่ควรนำกระบวนการของ กมธ. ไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง หากการเชิญชี้แจงมีลักษณะซ้ำซ้อนหรือเกี่ยวข้องกับเรื่องที่อยู่ระหว่างกระบวนการอื่น ก็อาจทำให้เกิดข้อถกเถียงเรื่องความเหมาะสมได้ ดังนั้น การกำหนดแนวทางร่วมกันระหว่างประธาน กมธ. ทั้ง 35 คณะจึงอาจช่วยลดความขัดแย้งและทำให้การทำงานมีมาตรฐานเดียวกัน

ทำไมประเด็นนี้จึงสำคัญต่อประชาชน

ประเด็นที่ ‘ไอซ์’ โวยเดือดร้อนกันทั้งสภา ไม่ได้เป็นเพียงความขัดแย้งระหว่างนักการเมืองเท่านั้น แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสิทธิของประชาชนในการรับรู้ข้อมูลการทำงานของรัฐบาลและรัฐสภา หาก กมธ. สามารถตรวจสอบเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประชาชนก็มีโอกาสได้รับคำตอบเกี่ยวกับนโยบาย โครงการรัฐ และการใช้งบประมาณมากขึ้น ในทางกลับกัน หากกลไกตรวจสอบถูกจำกัดโดยไม่มีเหตุผลที่ชัดเจน ความเชื่อมั่นต่อระบบรัฐสภาก็อาจลดลง

อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพควรตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง ไม่ใช่การกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน และควรเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายชี้แจงอย่างเท่าเทียม การเมืองที่สร้างสรรค์จำเป็นต้องยอมรับทั้งคำวิจารณ์และคำชี้แจงจากฝ่ายที่ถูกตรวจสอบ รวมถึงควรเผยแพร่ข้อมูลที่ประชาชนสามารถตรวจสอบต่อได้

  • กมธ. มีบทบาทตรวจสอบ: ทำหน้าที่ศึกษาข้อมูลและติดตามการทำงานของฝ่ายบริหาร
  • การเชิญชี้แจงต้องมีกรอบ: ควรระบุเหตุผล ประเด็นคำถาม และขอบเขตการให้ข้อมูลอย่างชัดเจน
  • ทุกฝ่ายควรได้รับความเป็นธรรม: ผู้ถูกเชิญควรมีโอกาสชี้แจงและนำเสนอข้อมูลประกอบ
  • ประชาชนควรติดตามข้อมูล: การรับฟังหลายมุมมองช่วยให้ประเมินข้อเท็จจริงได้รอบด้าน

ท้ายที่สุด การถกเถียงเรื่องอำนาจของ กมธ. ควรนำไปสู่การวางหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน มากกว่าการเพิ่มความขัดแย้งระหว่างพรรคการเมือง ประธานสภา ประธาน กมธ. และสมาชิกทุกฝ่ายควรร่วมกันหาทางออกที่รักษาสมดุลระหว่างการตรวจสอบกับการคุ้มครองสิทธิของผู้ถูกตรวจสอบ เพราะหากกลไกสภาทำงานได้อย่างโปร่งใส เข้มแข็ง และตรวจสอบได้ ย่อมเป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด โดยประชาชนควรติดตามความคืบหน้าของการเรียกประชุมประธาน กมธ. ทั้ง 35 คณะ รวมถึงคำชี้แจงจากผู้เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินว่าข้อเสนอครั้งนี้จะนำไปสู่การแก้ปัญหาหรือทำให้ความขัดแย้งในสภาขยายตัวต่อไป

ที่มา – ‘ไอซ์’ โวยเดือดร้อนกันทั้งสภา ‘ศุภชัย’ ขอ ‘โสภณ’ เรียกถก 35 ประธานกมธ. สกัดกมธ.กฎหมายเรียก ‘ไอเดียร์’ แจง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *