‘ไอติม’ชวน‘เพื่อไทย’ เป็นฝ่ายค้านเพื่อประชาชน

เมื่อวันที่ 7 กันยายน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส. บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก โดยกล่าวว่า เห็นว่าพรรคเพื่อไทยมีสิทธิในการวิจารณ์การตัดสินใจของพรรคประชาชนอย่างเต็มที่ และพรรคประชาชนเองก็พร้อมน้อมรับทุกความเห็น อย่างไรก็ตาม เขามองว่าตัวเหตุผลที่ ส.ส. เพื่อไทยยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้วินิจฉัยว่าการทำข้อตกลง MOA ของพรรคมหาชนเป็นการขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น มีลักษณะย้อนแย้ง และไม่ส่งเสริมความแข็งแกร่งของประชาธิปไตย

พรรคประชาชนเชื่อว่า ควรสร้างการเมืองที่โปร่งใส ยึดหลักประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ มากกว่าการต่อสู้ด้วย นิติสงครามทำลายล้าง ที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งและผลกระทบระยะยาวต่อสังคม

‘ไอติม’ชวน‘เพื่อไทย’ เป็นฝ่ายค้านเพื่อประชาชน

นายพริษฐ์กล่าวว่า “ถึงแม้พรรคเพื่อไทยจะมีข้อกังขาเกี่ยวกับข้อตกลง MOA ของพรรคประชาชน แต่ความจริงแล้ว ก่อนที่พรรคประชาชนจะตัดสินใจลงนาม ก็มีการหารือและทำข้อตกลงร่วมกับพรรคเพื่อไทยโดยผ่านการเจรจากันจริง และภาคีพรรคเพื่อไทยเองก็ยอมรับเงื่อนไขต่าง ๆ ที่พรรคประชาชนวางไว้ รวมถึงยอมรับการจัดตั้ง รัฐบาลเสียงข้างน้อย ไว้แล้ว”

เหตุผลในการร่วมมือทางการเมือง

ประเด็นหนึ่งที่นายพริษฐ์เน้นคือ “การยุบสภาภายใน 4 เดือน” ซึ่งพรรคเพื่อไทยยืนยันอยากให้เกิดขึ้น แม้จะดูเหมือนขัดกับจุดยืนที่ยื่นไปศาล แต่สิ่งที่ผ่านมานั้น คือการเจรจากันอย่างชัดเจน เพื่อให้เกิดกระบวนการยุบสภาอย่างถูกต้องตามเส้นทางประชาธิปไตย

เขาชี้อีกว่า การดึงผลประโยชน์ของประชาชนเข้ามาเป็นแกนกลาง อาจทำให้พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนสามารถร่วมแรงร่วมใจกันทำงานในสภาได้สำเร็จ โดยทั้งสองพรรคมี ส.ส. รวมกันเกินกึ่งหนึ่งของสภา ทำให้สามารถควบคุมเสียงได้ในหลายประเด็นสำคัญ เช่น อภิปรายไม่ไว้วางใจ การวินิจฉัยในศาลรัฐธรรมนูญ และการผลักดันร่างกฎหมายที่ก้าวหน้า

  • การผลักดันกฎหมายที่ประชาชนต้องการ
  • การตรวจสอบความโปร่งใสของรัฐบาล
  • การรักษาเสถียรภาพระบบรัฐสภา

ในมุมมองของพรรคประชาชน ถ้าทั้งสองพรรคสามารถยึดมั่นในเส้นทางเดียวกันในแนวทางการต่อต้านรัฐบาลภูมิใจไทยที่เบี้ยวต่อคำมั่น จะสามารถทำหน้าที่ ฝ่ายค้านเพื่อประชาชน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กระบวนการทางการเมืองเดินหน้าอย่างมีน้ำหนัก ไม่เป็นนิกายต่อสู้กันด้วยกลไกของศาล

ในท้ายที่สุด นายพริษฐ์อยากให้ทุกพรรคในประเทศไทย รวมถึง เพื่อไทย มองข้ามการขัดแย้งที่เป็นเพียงแค่สามเส้า เปลี่ยนมาสร้างความร่วมมือเพื่อผลประโยชน์ของสังคม และเพื่ออนาคตของระบบรัฐสภาไทย

อย่างที่ทุกคนทราบ ประเทศต้องการการเมืองที่มีความเป็นกลางและมีการมีส่วนร่วมของประชาชน มากกว่ากลไกทางกฎหมายที่มีจุดประสงค์เพื่อโจมตีฝ่ายตรงข้าม

ที่มา – ‘ไอติม’ชวน‘เพื่อไทย’ เป็นฝ่ายค้านเพื่อผลประโยชน์ประชาชน แทนใช้นิติสงครามทำลายล้าง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *