ไอติม’ระบุ 2 รองประธานสภาฯส่อไม่เป็นกลาง

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมาที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเน้นย้ำว่ามีความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับ การปฏิบัติหน้าที่ที่ดูไม่เป็นกลางของรองประธานสภา 2 คน ที่มีการลงมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ พ.ศ.2569 และปิดประชุมเร็วก่อนจะถึงการพิจารณาญัตติสำคัญที่เกี่ยวข้องกับเอ็มโอยู 2543 และ 2544

ไอติม’ระบุ 2 รองประธานสภาฯส่อไม่เป็นกลาง

นายพริษฐ์ กล่าวว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นถึงความไม่เป็นกลางของรองประธานสภาฯ อย่างชัดเจน โดยเฉพาะการลงมติเห็นชอบของนายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาฯ คนที่ 2 ซึ่งขัดกับหลักเกณฑ์ที่ว่าประธานและรองประธานสภาฯ ควรใช้วิธีการงดออกเสียง หรือไม่ลงมติใดๆ ในกรณีที่มีข้อถกเถียงหรือความเห็นแตกต่างอย่างชัดเจน เช่น กรณีการลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ซึ่งมีผลกระทบอย่างกว้างขวาง

ปิดประชุมหนีถก’เอ็มโอยู 43-44′

นอกจากนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันก่อนหน้าที่มีการ “ปิดประชุมหนีถก” กรณีเอ็มโอยู 2543 และ 2544 ก็ถูกมองว่าเป็นความผิดปกติ โดยวิปฝ่ายค้านระบุว่ามีญัตติและรายงานที่ยังค้างการพิจารณาอยู่กว่า 10 ฉบับ จึงไม่มีเหตุผลอันชอบธรรมใดๆ ที่จะต้องปิดประชุมตั้งแต่เวลา 15.00 น. แต่อย่างใด และหากมีการระบุว่าท่านประธานนั่งประชุมเกิน 10 ชั่วโมง ก็ถือว่าเป็นการตีความหรือคำอธิบายที่ขัดกับความเป็นจริง

การแสดงความคิดเห็นต่อเหตุการณ์ล่าสุด นายพริษฐ์ ยืนยันว่า หากเห็นจากการกระทำทั้งหมดของรองประธานสภา ทั้งสองท่านนั้น ก่อให้เกิดคำถามอย่างมากต่อความเป็นกลางในหน้าที่ ซึ่งภายใต้ข้อบังคับ ระบุชัดเจนว่า ประธานและรองประธานสภาฯ มีหน้าที่รักษาความเป็นกลางสูงสุดในการดำเนินงานของสภา

  • รองประธานสภาฯ คนที่ 2 ลงมติเห็นชอบร่างงบฯ 69
  • รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ปิดประชุมก่อนถึงประเด็นเอ็มโอยู 43-44
  • มีญัตติที่ยังค้างการพิจารณามากกว่า 10 ฉบับ

pez โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเห็นว่า เรื่องเอ็มโอยู 2543 และ 2544 เป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและมีผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชา ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ควรได้รับการถกเถียงอย่างเปิดเผยในที่ประชุมสภา เพื่อความโปร่งใสและแสดงให้เห็นว่าประชาชนผู้แทนราษฎรไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่เพียงเป็นสำนักงานกฎหมาย แต่เป็นผู้ตัดสินใจในนามของประชาชน

อย่างไรก็ตาม นายพริษฐ์ ได้กล่าวไว้ด้วยว่า ยังไม่เห็นเหตุผลที่สมเหตุสมผลใดๆ ที่ต้องปิดการประชุมในวันดังกล่าว เนื่องจากการประสานงานระหว่างวิปฝ่ายค้านกับวิปฝ่ายรัฐบาลอยู่แล้วว่าจะมีการพิจารณาญัตติยกเลิกเอ็มโอยู 2543 และ 2544 ซึ่งถือเป็นญัตติที่ถูกประเมินว่าเป็น ญัตติด่วน และควรได้รับการพิจารณาในที่ประชุมสภาโดยเร็ว

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็น “เกมการเมือง” ที่พยายามหลีกเลี่ยงการเปิดเผยและแก้ไขปัญหาโดยใช้เวทีสภาเป็นแพลตฟอร์ม ซึ่งส่งผลเสียให้ต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อสถาบันผู้แทนราษฎร และควรได้รับการตรวจสอบหรือชี้แจงอย่างชัดเจนจากผู้เกี่ยวข้อง

บทสรุปของเรื่องนี้ คือ สภาผู้แทนราษฎรควรมีการปฏิบัติตามข้อบังคับอย่างเคร่งครัดในเรื่องของความเป็นกลาง และหากมีการดำเนินงานที่ส่อไปในทางที่คัดค้าน การตั้งคำถามอย่างเปิดเผยเพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศและประชาชน จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นและสมควรแก่การสนับสนุน

ที่มา – ‘ไอติม’ระบุ 2 รองประธานสภาฯส่อไม่เป็นกลางเหตุลงมติเห็นชอบร่างงบฯ 69 แต่ชิงปิดประชุมหนีถก’เอ็มโอยู 43-44′

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *