2 ทนายดังบุกโรงพักแจ้งความ หมอปลาย พรายกระซิบ ปมทำนายปะทะเขมร สร้างความตื่นตระหนกระบาดสังคม
2 ทนายดังบุกโรงพักแจ้งความ หมอปลาย พรายกระซิบ ปมทำนายปะทะเขมร
เรื่องราวนี้ยังคงเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ต่อเนื่องในวงการออนไลน์ เมื่อสองทนายความชื่อดังอย่างทนายเกิดผล แก้วเกิด และทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ พร้อมใจกันเดินทางเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้พยากรณ์ชื่อดัง กรณี 2 ทนายดังบุกโรงพักแจ้งความ หมอปลาย พรายกระซิบ ปมทำนายปะทะเขมร โดยอ้างว่าการเผยแพร่คำทำนายเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาทำให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนกอย่างกว้างขวาง มาดูกันว่าทำไมเรื่องนี้ถึงกลายเป็นประเด็นละเอียดอ่อนที่สะเทือนสังคมออนไลน์จนมีผลทางกฎหมายตามมา!

ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เปิดเผยระหว่างเข้าแจ้งความที่สภ.ปากเกร็ดว่าคำทำนายดังกล่าวส่งผลให้หลายชุมชนชายแดนต้องขนย้ายครอบครัวออกจากพื้นที่ ขณะที่ร้านค้าขายท้องถิ่นหยุดชะงักจากความกลัวที่ไม่มีมูล นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่หมอปลายออกมาทำนายเรื่องความมั่นคง ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้วที่มีเหตุการณ์ทำนายน้ำท่วมกรุง ก็สร้างความปั่นป่วนให้ผู้คนเช่นกัน ทนายระบุชัดเจนว่าประชาชนควรติดตามข้อมูลจากหน่วยงานรัฐมากกว่าการฟังคำทำนายที่ไร้หลักฐาน
บทลงโทษตามกฎหมายที่อาจร้ายแรง
ทนายเกิดผล แก้วเกิด ชี้ว่ากรณีนี้เข้าข่ายประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 384 ที่กำหนดโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือปรับสูงสุด 1 หมื่นบาท พร้อมเตือนว่าหากยังใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียเผยแพร่ข้อมูลเท็จ อาจถูกฟ้องตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ เพิ่มเติม โดยเฉพาะเมื่อมีผู้คนจำนวนมากได้รับผลกระทบจากการกระทำนี้ ทนายเกิดผลยังยกตัวอย่างเหตุการณ์ในปี 2554 กรณี “เด็กชายปลาบู่” ที่ออกทำนายเหตุการณ์ภัยพิบัติจนสังคมแตกตื่น ศาลสั่งจำคุก 15 วันและปรับ 500 บาท พร้อมสั่งห้ามพูดเพ้อเจ้อ เป็นการย้ำเตือนว่าคำทำนายที่สร้างความปั่นป่วนนั้นไม่ใช่เรื่องเล่นๆ
ประเด็น 2 ทนายดังบุกโรงพักแจ้งความ หมอปลาย พรายกระซิบ ปมทำนายปะทะเขมร ยังสะท้อนปัญหาการใช้โซเชียลมีเดียนำเสนอเนื้อหาไร้มูล ซึ่งในยุคดิจิทัลนี้ ข้อมูลแพร่กระจายได้เร็วร้อยเท่าเมื่อก่อน สิ่งสำคัญคือต้องตรวจสอบแหล่งข้อมูลก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ ทนายรณณรงค์ย้ำว่าเมื่อผ่านพ้นช่วงเวลาที่หมอปลายทำนาย ปรากฏว่าไม่มีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้น แสดงให้เห็นว่าเป็นเพียงคำทำนายน้ำเน่าที่ปั่นกระแส

โซเชียลมีเดียกับความรับผิดชอบทางสังคม
ในยุคที่ทุกคนเป็นสื่อกับสมาร์ทโฟน ผู้ให้บริการเนื้อหาต้องเข้าใจว่าการเผยแพร่ข้อมูลเท็จอาจถูกตรวจสอบได้ทันที การวิเคราะห์โดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายชี้ว่าแม้จะอ้างว่าทำนายตาม “ประสงค์ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์” หากข้อมูลไม่มีพื้นฐานความจริงหรือสร้างความหวาดกลัว ก็เข้าข่ายผิดกฎหมายได้ ที่น่าเป็นห่วงคือเด็กและเยาวชนที่คล้อยตามคำทำนายง่าย จนอาจเกิดความตื่นตระหนกแบบไม่จำเป็น
นอกจากนี้ ทนายทั้งสองยังระบุว่าจะดำเนินการแจ้งความทุกกรณีหากพบหมอดูรายอื่นทำนายลักษณะนี้ต่อเนื่อง นี่คือสัญญาณชัดเจนว่าสังคมควรแยกแยะระหว่างความบันเทิงกับข้อมูลที่ส่งผลต่อความมั่นคง อย่าให้ 2 ทนายดังบุกโรงพักแจ้งความ หมอปลาย พรายกระซิบ ปมทำนายปะทะเขมร กลายเป็นจุดเริ่มต้นของวิกฤตความเชื่อที่เกินเลยขอบเขต
สุดท้ายนี้ อยากชวนให้คุณผู้อ่านตั้งคำถามกับข้อมูลทุกชิ้นก่อนเชื่อและแชร์! เมื่อเห็นข่าวด่วนหรือคำทำนายที่สร้างความหวาดกลัว ลองตรวจสอบจากแหล่งข่าวหลักที่น่าเชื่อถือ หรือเพจทางการของหน่วยงานรัฐก่อนเสมอ การเป็นคนดีของโซเชียลมีเดียคือการไม่แพร่เชื้อข่าวปลอม แล้วคุณล่ะคิดอย่างไรกับกรณีนี้? แชร์มุมมองผ่านความคิดเห็นด้านล่างกันได้เลย
ที่มา – 2 ทนายดังบุกโรงพักแจ้งความ “หมอปลาย พรายกระซิบ” ปมทำนายปะทะเขมร