3 กสทช.หารือสภาผู้บริโภค จับตาทีวีดิจิทัล
ประเด็น 3 กสทช.หารือสภาผู้บริโภค กำลังได้รับความสนใจจากทั้งวงการสื่อและประชาชน เพราะเกี่ยวข้องกับอนาคตของทีวีดิจิทัล คลื่นวิทยุเอฟเอ็ม และสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารอย่างทั่วถึง การหารือครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลว่า หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่สามารถพิจารณาแผนงานสำคัญได้ทันเวลา อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการ สถานีโทรทัศน์ สถานีวิทยุ รวมถึงผู้ชมและผู้ฟังทั่วประเทศ
น.ส.พิรงรอง รามสูต กรรมการ กสทช. เปิดเผยว่า ตนเองพร้อมด้วยนายศุภัช ศุภชลาศัย และพลอากาศโท ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ ได้เข้าหารือกับสภาองค์กรของผู้บริโภค หลังจากสภาผู้บริโภคมีหนังสือขอให้สำนักงาน กสทช. สนับสนุนกรรมการ กสทช. ที่เหลืออยู่ จัดประชุมเพื่อพิจารณาวาระเร่งด่วน โดยเฉพาะร่างแผนที่นำทาง หรือโรดแมปกิจการโทรทัศน์และการแพร่ภาพและเสียง พ.ศ. 2569-2573
3 กสทช.หารือสภาผู้บริโภค เรื่องทีวีดิจิทัลและสิทธิประชาชน
หัวใจสำคัญของการหารือคือการเตรียมแผนรองรับใบอนุญาตทีวีดิจิทัลที่จะหมดอายุในปี 2572 หากไม่มีแนวทางที่ชัดเจนล่วงหน้า ผู้ประกอบการอาจไม่สามารถวางแผนลงทุนด้านเนื้อหา เทคโนโลยี และบุคลากรได้เต็มที่ ขณะเดียวกันประชาชนก็อาจเกิดความสับสนว่าในอนาคตจะรับชมรายการข่าว สาระความรู้ และความบันเทิงผ่านช่องทางใด
ทีวีดิจิทัลไม่ได้เป็นเพียงธุรกิจสื่อ แต่ยังเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลข่าวสารของสังคม โดยเฉพาะในช่วงเกิดภัยพิบัติ เหตุฉุกเฉิน หรือสถานการณ์ที่ประชาชนจำเป็นต้องได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็ว ฟรีทีวีจึงมีบทบาทเป็นพื้นที่สาธารณะที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ โดยไม่ต้องเสียค่าสมาชิกหรือมีอุปกรณ์ราคาแพง
3 กสทช.หารือสภาผู้บริโภค เพื่อรักษาฟรีทีวีให้เข้าถึงได้
สภาผู้บริโภคและกรรมการ กสทช. มองตรงกันว่า การเปลี่ยนผ่านจากการรับชมโทรทัศน์แบบเดิมไปสู่ระบบออนไลน์ควรเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปและคำนึงถึงความพร้อมของประชาชนทุกกลุ่ม ปัจจุบันผู้ชมจำนวนมากรับชมคอนเทนต์ผ่านโทรศัพท์มือถือ สมาร์ททีวี และแพลตฟอร์มสตรีมมิง แต่การรับชมรูปแบบดังกล่าวมาพร้อมค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ทั้งค่าอินเทอร์เน็ต ค่าอุปกรณ์ และค่าสมาชิกบริการต่าง ๆ
กลุ่มผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้มีรายได้น้อย และประชาชนในพื้นที่ห่างไกลอาจได้รับผลกระทบมากกว่ากลุ่มอื่น หากฟรีทีวีถูกลดบทบาทลงโดยไม่มีระบบรองรับที่เหมาะสม ดังนั้น แนวทางในอนาคตควรทำให้ประชาชนยังสามารถรับชมข่าวสารและรายการสำคัญได้อย่างสะดวก ไม่ว่าจะผ่านสัญญาณโทรทัศน์ ระบบออนไลน์ หรือเทคโนโลยีที่ผสานทั้งสองช่องทางเข้าด้วยกัน
หนึ่งในแนวทางที่ถูกเสนอคือการพัฒนาแพลตฟอร์มสตรีมมิงกลางของประเทศ เพื่อรวบรวมรายการฟรีทีวีไว้ในระบบเดียว ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงเนื้อหาสดและย้อนหลังได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังมีแนวคิดเรื่องระบบไฮบริดบรอดคาสต์บรอดแบนด์ทีวี หรือ HbbTV ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่นำสัญญาณโทรทัศน์ดิจิทัลมาทำงานร่วมกับอินเทอร์เน็ต ผู้ชมจึงสามารถรับชมรายการสด ดูย้อนหลัง และเข้าถึงบริการเสริมได้ผ่านอุปกรณ์ที่รองรับ
ผลกระทบต่อคลื่นวิทยุเอฟเอ็มสาธารณะ
นอกจากทีวีดิจิทัลแล้ว การหารือครั้งนี้ยังครอบคลุมปัญหาคลื่นวิทยุเอฟเอ็มสาธารณะของรัฐจำนวน 236 คลื่นความถี่ จาก 23 หน่วยงาน เช่น กรมประชาสัมพันธ์ กองทัพ และมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ซึ่งใบอนุญาตกำลังจะสิ้นสุดในวันที่ 3 เมษายน 2570 หากการจัดทำแผนความถี่วิทยุเอฟเอ็มและกระบวนการยื่นขอรับใบอนุญาตใหม่ไม่ดำเนินการทันเวลา อาจทำให้สถานีวิทยุบางแห่งต้องหยุดออกอากาศหรือเกิดภาวะจอดับ
คลื่นวิทยุยังมีความสำคัญต่อการสื่อสารกับประชาชนในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะชุมชนที่อินเทอร์เน็ตยังไม่ครอบคลุม หรือประชาชนที่คุ้นเคยกับการติดตามข่าวสารผ่านวิทยุ การขาดความต่อเนื่องของสถานีอาจกระทบทั้งการแจ้งเตือนภัย การประชาสัมพันธ์บริการภาครัฐ และการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน
- ทีวีดิจิทัล: ต้องมีโรดแมปที่ชัดเจนก่อนใบอนุญาตสิ้นสุดในปี 2572
- วิทยุเอฟเอ็ม: ต้องเร่งพิจารณาแผนความถี่และการต่ออายุใบอนุญาตก่อนวันที่ 3 เมษายน 2570
- ประชาชน: ควรได้รับบริการข้อมูลข่าวสารที่เข้าถึงง่ายและมีค่าใช้จ่ายเหมาะสม
- กลุ่มเปราะบาง: ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ระบบออนไลน์
- หน่วยงานกำกับดูแล: ควรสื่อสารแผนงานและกรอบเวลาให้ทุกฝ่ายรับทราบอย่างโปร่งใส
ข้อเสนอเพื่อการเปลี่ยนผ่านสื่ออย่างเป็นธรรม
อีกประเด็นที่ถูกเสนอคือการทำให้อินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์เป็นส่วนหนึ่งของบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม หรือยูโซ่ แนวคิดนี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำด้านการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต เพราะหากประชาชนต้องพึ่งพาแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น แต่ยังมีค่าใช้บริการสูงหรือโครงข่ายไม่ครอบคลุม การเปลี่ยนผ่านก็อาจกลายเป็นภาระใหม่แทนที่จะเป็นโอกาส
การออกแบบนโยบายสื่อจึงควรมองมากกว่าจำนวนช่องหรือเทคโนโลยีที่จะใช้งาน แต่ควรคำนึงถึงประสบการณ์ของผู้ชมจริงด้วย เช่น ผู้สูงอายุควรมีวิธีเข้าถึงรายการที่ไม่ซับซ้อน คนพิการควรมีคำบรรยายหรือบริการเสียงที่เหมาะสม และประชาชนในพื้นที่ห่างไกลควรได้รับสัญญาณที่มีคุณภาพใกล้เคียงกับคนในเมือง
ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการสื่อเองก็ต้องการความชัดเจนในการวางแผนธุรกิจ หากกระบวนการพิจารณาล่าช้า อาจทำให้การลงทุนด้านรายการและนวัตกรรมสะดุด ส่งผลต่อการจ้างงานและระบบนิเวศของอุตสาหกรรมสื่อในภาพรวม การมีโรดแมปที่เปิดเผยและรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายจึงเป็นเรื่องจำเป็น
การทำงานของ กสทช. ต้องเดินหน้าต่อ
สภาองค์กรของผู้บริโภคเสนอให้กรรมการ กสทช. ที่เหลืออยู่อย่างน้อย 2 คน ลงนามเปิดประชุมเพื่อขับเคลื่อนงาน โดยให้สำนักงาน กสทช. ทำหน้าที่ฝ่ายธุรการ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาสำนักงานยังไม่ได้ดำเนินการตามข้อเสนอดังกล่าว กรรมการที่เกี่ยวข้องจึงยืนยันว่าจะเดินหน้าตามหน้าที่ พร้อมบันทึกหลักฐานต่าง ๆ เพื่อตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย
สำหรับประชาชนทั่วไป เรื่องนี้อาจดูเป็นประเด็นด้านกฎหมายและการกำกับดูแลที่ซับซ้อน แต่ผลลัพธ์จะใกล้ตัวกว่าที่คิด เพราะเกี่ยวข้องกับการรับชมข่าว การติดตามประกาศสำคัญ และการเข้าถึงเนื้อหาที่มีคุณภาพในชีวิตประจำวัน หากกระบวนการตัดสินใจไม่ชัดเจน ความไม่แน่นอนก็อาจส่งต่อมายังผู้ชมและผู้ฟังโดยตรง
โดยสรุป 3 กสทช.หารือสภาผู้บริโภค สะท้อนความจำเป็นที่ประเทศไทยต้องเร่งวางแผนอนาคตของทีวีดิจิทัลและวิทยุเอฟเอ็มให้รอบด้าน การรักษาฟรีทีวี การพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์ การผลักดัน HbbTV และการขยายอินเทอร์เน็ตให้ทั่วถึง ล้วนควรเดินไปพร้อมกัน สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำให้ประชาชนยังเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างเท่าเทียมในทุกยุคสมัย
มุมมองที่น่าสนใจคือ การเปลี่ยนผ่านด้านสื่อจะประสบความสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อเทคโนโลยีและนโยบายถูกออกแบบจากความต้องการของประชาชนจริง ๆ ทุกฝ่ายจึงควรติดตามความคืบหน้า แสดงความคิดเห็น และร่วมผลักดันให้แผนงานมีความโปร่งใส เพราะอนาคตของสื่อไทยไม่ใช่เรื่องของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของคนไทยทุกคน
ที่มา – 3 กสทช.หารือสภาผู้บริโภค หวั่น“ทีวีดิจิทัล-คลื่นวิทยุ”สะดุด กระทบอุตสาหกรรมสื่อ-ประชาชน