3 ความเสี่ยง Climate ไทย รับมือโลกเปลี่ยน
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป เพราะกำลังส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต การค้าระหว่างประเทศ รายได้ของประชาชน และความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทย โดยเฉพาะเมื่อหลายประเทศเริ่มใช้กฎด้านคาร์บอนและสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ผู้ประกอบการจึงต้องเตรียมพร้อมทั้งด้านข้อมูล แผนธุรกิจ และการรับมือภัยพิบัติที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น
ประเด็น 3 ความเสี่ยง Climate ไทย จึงเป็นเรื่องที่ทั้งภาครัฐ บริษัทขนาดใหญ่ เอสเอ็มอี และประชาชนควรทำความเข้าใจร่วมกัน เพราะหากเริ่มปรับตัวช้า ต้นทุนที่เกิดขึ้นอาจสูงกว่าการเตรียมตัวตั้งแต่วันนี้
3 ความเสี่ยง Climate ไทย ที่ธุรกิจต้องจับตา
3 ความเสี่ยง Climate ไทย เริ่มกระทบเศรษฐกิจอย่างไร
- ความเสี่ยงทางกายภาพ: น้ำท่วม ภัยแล้ง คลื่นความร้อน พายุ และระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น อาจกระทบชุมชน เกษตรกรรม โรงงาน โครงสร้างพื้นฐาน และห่วงโซ่อุปทาน
- ความผันผวนของตลาด: ราคาพลังงาน วัตถุดิบ และค่าขนส่งอาจเพิ่มขึ้นจากปัจจัยสภาพอากาศและการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ส่งผลให้ต้นทุนดำเนินงานสูงขึ้น
- ความเสี่ยงจากกฎคาร์บอน: ตลาดต่างประเทศให้ความสำคัญกับปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากขึ้น สินค้าที่มีข้อมูลไม่ครบหรือปล่อยคาร์บอนสูงอาจเสียเปรียบในการแข่งขัน
ความเสี่ยงทั้งสามด้านเชื่อมโยงกันอย่างชัดเจน เช่น ภัยแล้งอาจทำให้ผลผลิตทางการเกษตรลดลง ส่งผลให้ราคาวัตถุดิบเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันโรงงานที่ใช้พลังงานมากก็อาจต้องรับภาระจากต้นทุนคาร์บอนและข้อกำหนดของคู่ค้า หากไม่จัดการข้อมูลให้ดี ธุรกิจอาจเสียทั้งโอกาสทางการตลาดและความเชื่อมั่นจากลูกค้า
ต้นทุนพลังงานและคาร์บอนจะมีบทบาทมากขึ้น
ประเทศไทยกำลังเดินหน้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกผ่านเป้าหมายหลายระยะ โดยครอบคลุมภาคพลังงาน คมนาคมขนส่ง อุตสาหกรรม เกษตรกรรม ของเสีย รวมถึงป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน การลดก๊าซจึงไม่ได้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
หนึ่งในแนวทางสำคัญคือการกำหนดราคาคาร์บอน ซึ่งอาจอยู่ในรูปภาษีคาร์บอน ระบบซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือคาร์บอนเครดิต เมื่อการปล่อยก๊าซมีต้นทุน ธุรกิจที่ใช้พลังงานจำนวนมากและปล่อยก๊าซสูงจะต้องเร่งปรับปรุงกระบวนการผลิต ขณะที่บริษัทที่ลดการใช้พลังงานและมีข้อมูลคาร์บอนที่ตรวจสอบได้ อาจสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
สำหรับเอสเอ็มอี ผลกระทบอาจเริ่มจากการเป็นผู้ผลิตหรือซัพพลายเออร์ให้บริษัทขนาดใหญ่ ลูกค้าอาจขอข้อมูลการใช้พลังงาน วัตถุดิบ การผลิต การขนส่ง และการจัดการของเสีย ดังนั้นการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบจึงเป็นพื้นฐานสำคัญ แม้ธุรกิจจะยังไม่ต้องรายงานก๊าซเรือนกระจกโดยตรงตามกฎหมายก็ตาม
กฎคาร์บอนกระทบการส่งออกของไทย
ผู้ประกอบการที่ส่งออกควรติดตามมาตรการด้านคาร์บอนของประเทศคู่ค้าอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป หรือ CBAM ซึ่งให้ความสำคัญกับคาร์บอนที่ฝังอยู่ในสินค้านำเข้า นอกจากนี้ยังมีมาตรการของสหราชอาณาจักร รวมถึงกฎด้านสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่า หรือ EUDR
การเตรียมตัวไม่จำเป็นต้องเริ่มจากโครงการขนาดใหญ่เสมอไป ธุรกิจสามารถเริ่มจากการตรวจสอบข้อกำหนดของลูกค้าและตลาดส่งออก จัดทำบัญชีการใช้พลังงานและวัตถุดิบ สำรวจจุดที่มีการสูญเสีย และวางแผนลดต้นทุนในขั้นตอนที่ทำได้ทันที เช่น ปรับปรุงเครื่องจักร ลดการใช้ไฟฟ้า ใช้พลังงานหมุนเวียน หรือจัดเส้นทางขนส่งให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
รับมือภัยพิบัติด้วยข้อมูลและแผนที่ความเสี่ยง
การลดก๊าซเรือนกระจกเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ไทยยังต้องปรับตัวให้ทันต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นแล้ว แผนการปรับตัวแห่งชาติครอบคลุมทรัพยากรน้ำ เกษตรและความมั่นคงทางอาหาร การท่องเที่ยว สาธารณสุข ทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนการตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์
ภาคธุรกิจสามารถนำข้อมูลพยากรณ์อากาศ แผนที่น้ำท่วม ข้อมูลภัยแล้ง และการประเมินความเสี่ยงของพื้นที่มาใช้วางแผนได้ เช่น ตรวจสอบว่าที่ตั้งโรงงานอยู่ในพื้นที่เสี่ยงหรือไม่ เตรียมแหล่งน้ำสำรอง วางแผนเส้นทางขนส่งทางเลือก และจัดทำแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ส่วนภาคเกษตรควรเลือกชนิดพืชและช่วงเวลาการเพาะปลูกให้เหมาะกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง
ระบบเตือนภัยที่ดีควรส่งข้อมูลให้ประชาชนและผู้ประกอบการเข้าใจง่าย พร้อมระบุสิ่งที่ต้องทำอย่างชัดเจน โดยต้องคำนึงถึงกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้มีรายได้น้อย ผู้พิการ และชุมชนที่เข้าถึงข้อมูลได้จำกัด
แนวทางเริ่มต้นสำหรับธุรกิจไทย
- ตรวจสอบว่าลูกค้า คู่ค้า และประเทศปลายทางมีข้อกำหนดด้านคาร์บอนอะไรบ้าง
- รวบรวมข้อมูลการใช้ไฟฟ้า เชื้อเพลิง วัตถุดิบ น้ำ การขนส่ง และของเสีย
- ประเมินจุดเสี่ยงจากน้ำท่วม ภัยแล้ง ความร้อน และเหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรง
- กำหนดเป้าหมายลดต้นทุนพลังงานและลดการปล่อยก๊าซที่วัดผลได้
- ฝึกอบรมพนักงานและสื่อสารกับคู่ค้า เพื่อให้ทุกฝ่ายปรับตัวไปในทิศทางเดียวกัน
โดยสรุป 3 ความเสี่ยง Climate ไทย ไม่ได้เป็นเพียงภาระของธุรกิจ แต่เป็นโจทย์สำคัญที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการยกระดับประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างความน่าเชื่อถือในตลาดโลก ธุรกิจที่เริ่มเก็บข้อมูลและวางแผนก่อน ย่อมมีโอกาสรับมือกฎใหม่ได้ดีกว่า และอาจเปลี่ยนความเสี่ยงให้กลายเป็นโอกาสเติบโตอย่างยั่งยืน
อย่ารอให้กฎคาร์บอนหรือภัยพิบัติมาบังคับให้ต้องปรับตัว เริ่มสำรวจข้อมูลพลังงาน ประเมินความเสี่ยง และวางแผน Climate ขององค์กรตั้งแต่วันนี้ เพื่อสร้างความพร้อมให้ธุรกิจไทยเดินหน้าได้อย่างมั่นคง
ที่มา – เปิด 3 ความเสี่ยง Climate ไทยรับศึกต้นทุนพุ่ง-กฎคาร์บอน-ภัยพิบัติ