3 เดือนอันตราย เขย่าปรับ ครม. จับตาการเมืองไทย
ในสถานการณ์การเมืองปัจจุบันที่ดูเหมือนจะนิ่งสงบ แต่จริงๆ แล้วกลับมีความเคลื่อนไหวใต้ดินอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 3 เดือนอันตราย เขย่าปรับ ครม. ที่หลายฝ่ายกำลังจับตามองว่ารัฐบาลและพรรคแกนนำจะรับมือกับแรงกดดันทั้งจากภายในและภายนอกอย่างไร ทั้งปัญหารอยร้าวภายในพรรคและการจัดสรรโควตาที่ดูจะไม่ลงตัวเท่าที่ควร
3 เดือนอันตราย เขย่าปรับ ครม. ที่น่าจับตา
การบริหารราชการแผ่นดินเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญ ซึ่งประเด็น 3 เดือนอันตราย เขย่าปรับ ครม. ไม่ได้เป็นเพียงแค่ข่าวลือ แต่เป็นสัญญาณเตือนจากเหล่า สส. รุ่นใหญ่และรุ่นกลางที่เริ่มส่งเสียงถึงผู้นำพรรคและผู้ใหญ่ในพรรคถึงความไม่พอใจในการจัดสรรอำนาจ โดยเฉพาะการที่อำนาจไปกระจุกตัวอยู่กับกลุ่มคนเพียงไม่กี่กลุ่ม จนเกิดความรู้สึกเหลื่อมล้ำภายในพรรคสีน้ำเงินอย่างเห็นได้ชัด
สัญญาณเตือนภัยการเมืองและปัจจัยเร่งด่วน
ปัจจัยที่ทำให้เกิดกระแส 3 เดือนอันตราย เขย่าปรับ ครม. นั้นมีอยู่หลายประการ ดังนี้:
- แรงกดดันจากการบริหารงานของกลุ่ม ‘แก๊งค์ลูกเทพ’ ที่ถูกมองว่ามือไม่ถึง
- การจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีและประธานกมธ. ที่ไม่ทั่วถึงทุกซุ้มในพรรค
- คดีมหากาพย์สอบท้องถิ่นที่เป็นชนวนเหตุสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์
- ความคาดหวังของประชาชนที่ต้องการเห็นผลงานที่จับต้องได้มากกว่าการทดลองงาน
แม้ว่าผู้นำรัฐบาลจะออกมาให้สัมภาษณ์ในเชิงสยบข่าวลือว่ายังไม่ถึงเวลาปรับคณะรัฐมนตรี เพราะต้องการให้เวลาทีมงานได้พิสูจน์ฝีมืออย่างน้อย 1 ปี แต่สถานการณ์การเมืองไทยขึ้นชื่อเรื่องความไม่แน่นอน หากผลงานไม่เข้าตาหรือเกิดความเสียหายต่อประเทศชาติ การรีเซตทีมบริหารใหม่ย่อมเป็นทางออกที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งนี้ การจัดสรรดุลอำนาจระหว่าง ‘น.หนู’ และ ‘ครูใหญ่สีน้ำเงิน’ จะเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางของรัฐบาลในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้
ในมุมมองของเรา การปรับทัพเพื่อแก้ไขปัญหาความไม่พอใจภายในและการเน้นผลงานเชิงประจักษ์จะเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยพยุงเสถียรภาพของรัฐบาลให้อยู่รอดในวิกฤตนี้ไปได้ หรือหากไม่มีการปรับเปลี่ยนที่เหมาะสม รัฐบาลอาจต้องเผชิญกับคลื่นลมที่แรงกว่าเดิมจนยากจะรับมือไหว
ที่มา – 3 เดือนอันตราย เขย่าปรับ ครม.