3 ผู้นำหญิงร่วมสร้างอนาคต ใช้ AI เปลี่ยนเกมธุรกิจ

โลกธุรกิจกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากพลังของเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI ที่เข้ามามีบทบาทตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูล การให้บริการลูกค้า ไปจนถึงการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ แต่การใช้ AI ให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริงไม่ได้ขึ้นอยู่กับความฉลาดของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว หากยังต้องอาศัยวิสัยทัศน์ ความเข้าใจคน และความกล้าที่จะลงมือทำด้วย แนวคิดนี้สะท้อนชัดเจนจากเวทีเสวนาในงาน CP Innovation Exposition 2026 ซึ่งมี 3 ผู้นำหญิงร่วมสร้างอนาคต ใช้ AI เปลี่ยนเกมธุรกิจ พร้อมแบ่งปันประสบการณ์การทำงานและมุมมองต่อโลกอนาคตอย่างน่าสนใจ

3 ผู้นำหญิงร่วมสร้างอนาคต ใช้ AI เปลี่ยนเกมธุรกิจ

เวทีเสวนา “WOMEN WHO BUILD WHAT’S NEXT: Leading Innovation, Shaping Inclusive Growth” จัดขึ้นภายในงาน CP Innovation Exposition 2026 มหกรรมนวัตกรรมบัวบาน เครือเจริญโภคภัณฑ์ ครั้งที่ 9 ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค โดยมีผู้บริหารหญิงจาก 3 องค์กรมาร่วมเล่าประสบการณ์ ได้แก่ คุณมนสินี นาคปนันท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) แอสเซนด์ มันนี่ คุณณัชชาชนก ณ ตะกั่วทุ่ง CEO จากซีพี เฟรช และคุณสราณี สงวนเรือง หรือเฟื่องลดา CEO และผู้ก่อตั้งบริษัท โซล เฟิร์สต์ จำกัด

แม้ทั้งสามคนทำงานอยู่ในอุตสาหกรรมที่แตกต่างกัน แต่มีจุดร่วมสำคัญคือการเข้าใจตัวเอง รู้ว่าต้องการสร้างคุณค่าอะไร และพร้อมใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือเพื่อแก้ปัญหาให้ผู้คน ไม่ใช่ใช้ AI เพียงเพราะเป็นกระแส เทคโนโลยีจึงกลายเป็นพลังที่ช่วยขยายศักยภาพของคนและองค์กรให้เดินหน้าได้เร็วขึ้น

3 ผู้นำหญิงร่วมสร้างอนาคต ใช้ AI เปลี่ยนเกมธุรกิจอย่างไร

คุณมนสินีเล่าว่า แอสเซนด์ มันนี่ ให้ความสำคัญกับการทำให้บริการทางการเงินเข้าถึงง่าย สะดวก และปลอดภัยมากขึ้น เพราะผู้คนจำนวนไม่น้อยยังพบกับขั้นตอนที่ยุ่งยากเมื่อต้องการฝากเงิน ขอสินเชื่อ ทำประกัน หรือเริ่มต้นลงทุน บริษัทจึงนำเทคโนโลยีและ AI มาช่วยวิเคราะห์ข้อมูล สื่อสารกับลูกค้า รวมถึงสนับสนุนงานเอกสารที่ต้องใช้เวลาและความละเอียดสูง

อย่างไรก็ตาม หัวใจของการใช้ AI ในธุรกิจการเงินไม่ได้อยู่ที่ความรวดเร็วเท่านั้น แต่คือการสร้างความเชื่อมั่น ความโปร่งใส และการวัดผลอย่างต่อเนื่อง ยิ่ง AI มีความสามารถมากขึ้น มนุษย์ก็ยิ่งต้องรู้เท่าทันและตรวจสอบการทำงานของเทคโนโลยีให้รอบด้าน เพื่อให้บริการที่เกิดขึ้นมีความรับผิดชอบและเป็นประโยชน์ต่อลูกค้าอย่างแท้จริง คุณมนสินียังเปรียบผู้หญิงเป็นเหมือนน้ำ ซึ่งสามารถยืดหยุ่น ปรับตัว และรับมือกับสถานการณ์ที่แตกต่างกันได้ คุณสมบัตินี้ช่วยพาองค์กรผ่านวิกฤตและความเปลี่ยนแปลงได้อย่างมั่นคง

ด้านคุณณัชชาชนกจากซีพี เฟรช นำเสนอภาพของ AI ในธุรกิจอาหารและการเกษตรได้อย่างชัดเจน ตั้งแต่การคัดสรรผักและผลไม้ การทำความเข้าใจความต้องการของผู้บริโภค ไปจนถึงการติดตามการขนส่งตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรักษาความสดใหม่ของสินค้า การใช้ข้อมูลอย่างเป็นระบบช่วยให้บริษัทวางแผนการทำงานได้แม่นยำขึ้น ยกระดับมาตรฐานสินค้า และสร้างโอกาสในการส่งออก ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรด้วย

สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้ AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในหลายด้าน แต่คุณณัชชาชนกย้ำว่า “คน” ยังคงเป็นหัวใจของการเติบโต เธอให้ความสำคัญกับการพัฒนาทีมงานและการสร้างผู้นำรุ่นใหม่ เพราะความสำเร็จขององค์กรไม่ควรวัดจากผลลัพธ์ของคนเพียงคนเดียว แต่ควรวัดจากความสามารถในการส่งต่อโอกาสและสร้างคนให้เติบโตไปพร้อมกัน

ขณะที่คุณเฟื่องลดา ซึ่งมีประสบการณ์จากแวดวงคอนเทนต์ครีเอเตอร์และเทคโนโลยี มองว่าไม่มีใครสามารถหลีกเลี่ยง AI ได้อีกต่อไป ผู้คนควรเริ่มจากการรู้จักตัวเองและเข้าใจเป้าหมายของงาน จากนั้นจึงเลือกใช้ AI ให้เหมาะสมเพื่อสร้างผลงานใหม่ ลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน และเพิ่มเวลาให้ทีมได้ทำงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น การปรับกระบวนการทำงานเช่นนี้ช่วยให้องค์กรสร้างสมดุลระหว่างประสิทธิภาพ คุณภาพชีวิต และคุณค่าที่ส่งมอบให้สังคม

บทเรียนสำคัญจากการใช้ AI ในองค์กร

  • เริ่มจากปัญหาที่ต้องการแก้: ก่อนเลือกเครื่องมือ AI ควรทำความเข้าใจปัญหา ลูกค้า และเป้าหมายขององค์กรให้ชัดเจน
  • ให้คนทำงานร่วมกับเทคโนโลยี: AI ควรช่วยลดงานซ้ำ ๆ และสนับสนุนการตัดสินใจ ขณะที่มนุษย์ยังทำหน้าที่กำหนดทิศทางและตรวจสอบความเหมาะสม
  • สร้างความน่าเชื่อถือ: ธุรกิจต้องใส่ใจเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล ความโปร่งใส และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ใช้บริการ
  • เรียนรู้จากการทดลอง: การลองผิดลองถูกทำให้องค์กรเห็นข้อจำกัดของ AI และสามารถพัฒนาแนวทางที่เหมาะสมมากขึ้น
  • พัฒนาคนควบคู่กับระบบ: เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว บุคลากรก็ต้องได้รับโอกาสเรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกับองค์กร

กล้าลงมือทำเพื่อสร้างอนาคต

อีกหนึ่งประเด็นที่ทั้งสามผู้นำหญิงเห็นตรงกันคือ ความสำเร็จมักเริ่มต้นจากการลงมือทำ ไม่ใช่การรอให้ทุกอย่างพร้อม คุณมนสินีแนะนำให้คนที่ยังไม่กล้าเริ่มต้นลองทำสิ่งต่าง ๆ อย่างเต็มที่ เพราะไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร ประสบการณ์ที่ได้รับจะกลายเป็นภูมิปัญญาและทำให้เข้าใจตัวเองมากขึ้น

คุณณัชชาชนกมองว่าการลองผิดลองถูกเป็นส่วนสำคัญของการเติบโต หากโอกาสเข้ามาก็ควรกล้าที่จะคว้าไว้ แล้วเรียนรู้ระหว่างทาง เมื่อทำผิดก็ทบทวนและไม่ทำซ้ำ เมื่อทำได้ดีก็นำไปต่อยอด ส่วนคุณเฟื่องลดาย้ำว่า “คำว่าพร้อมไม่มีอยู่จริง” หลายครั้งที่ผู้คนไม่กล้าทำเพราะกลัวถูกตัดสินหรือกลัวผลลัพธ์ แต่เมื่อเวลาผ่านไป สิ่งที่น่าเสียดายที่สุดอาจไม่ใช่ความล้มเหลว แต่คือการไม่ได้ลองเลย

เรื่องราวของ 3 ผู้นำหญิงร่วมสร้างอนาคต ใช้ AI เปลี่ยนเกมธุรกิจ จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของเทคโนโลยี แต่เป็นเรื่องของความกล้า วิสัยทัศน์ และการใช้ความเป็นมนุษย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด AI อาจช่วยให้เราทำงานได้เร็วและแม่นยำขึ้น แต่ภูมิปัญญา ความเข้าใจผู้อื่น และความสามารถในการตัดสินใจอย่างมีความรับผิดชอบ ยังคงเป็นสิ่งที่ทำให้คนและองค์กรแตกต่าง

มุมมองส่งท้าย: หากต้องการเริ่มใช้ AI ในวันนี้ ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากโครงการใหญ่ ลองเลือกงานหนึ่งอย่างที่ใช้เวลามากหรือทำซ้ำบ่อย แล้วทดลองให้ AI เข้ามาช่วย จากนั้นวัดผล เรียนรู้ และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เมื่อคนพร้อมเรียนรู้และกล้าลงมือทำ เทคโนโลยีก็จะไม่ใช่สิ่งที่น่ากังวล แต่จะกลายเป็นโอกาสในการสร้างอนาคตที่เติบโตอย่างทั่วถึงและยั่งยืน

ที่มา – 3 ผู้นำหญิงร่วมสร้างอนาคต ใช้ AI เปลี่ยนเกมธุรกิจ ในงาน CP Innovation Exposition 2026

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *