4 จังหวัดเตรียมรับมือการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา
จากสถานการณ์ฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ตอนบนใกล้ท้ายอ่างเก็บน้ำ ส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลลงแม่น้ำเจ้าพระยามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น แม้ กรมชลประทาน จะดำเนินการทดน้ำและจ่ายน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งสองฝั่งอย่างเต็มศักยภาพ แต่ปริมาณน้ำส่วนเกินยังคงจำเป็นต้องมีการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา
4 จังหวัดเตรียมรับมือการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา
เพื่อบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับ พื้นที่ลุ่มต่ำริมน้ำ คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) จึงมีมติเห็นชอบให้ กรมชลประทาน ปรับเพิ่มอัตราการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ในช่วง 2,000 – 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนสูงขึ้นราว 40 – 60 เซนติเมตร
จังหวัดที่ได้รับผลกระทบมีดังนี้
- จังหวัดชัยนาท ได้แก่ ตำบลโพนางดำออก และบ้านท่าทราย อำเภอสรรพยา
- จังหวัดสิงห์บุรี วัดสิงห์ อำเภออินทร์บุรี, อำเภอพรหมบุรี และวัดเสือข้าม อำเภอเมืองสิงห์บุรี
- จังหวัดอ่างทอง วัดไชโย ตำบลเทวราช อำเภอไชโย, อำเภอป่าโมก และคลองโผงเผง
- จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา, ตำบลลาดชิด และตำบลท่าดินแดง อำเภอผักไห่ ตลอดจนพื้นที่แม่น้ำน้อย สองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาที่อยู่นอกคันกั้นน้ำ และคลองบางบาล
เพื่อลดผลกระทบและเร่งการระบายน้ำ ทางกรมชลประทานได้ติดตั้งและเปิดระบบสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำเพื่อส่งน้ำลงสู่อ่าวไทย พร้อมทั้งจัดการกำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางที่อาจทำให้การระบายน้ำไม่คล่องตัว
การติดตามสถานการณ์และแจ้งเตือนประชาชน
ทุกโครงการในสังกัด กรมชลประทาน ได้รับคำสั่งให้เฝ้าระวัง ติดตาม และประเมินสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ให้สามารถเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ได้ทันท่วงที เพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
การจัดการน้ำในช่วงฤดูฝนเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยการวางแผนและการประสานงานอย่างรอบคอบ หากคุณอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและเตรียมความพร้อม เพราะความปลอดภัยของคุณคือสิ่งสำคัญที่สุด
ที่มา – 4 จังหวัดเตรียมรับมือ กรมชลประทานเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา กระทบพื้นที่ลุ่มต่ำริมน้ำ


