4 พฤติกรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ รู้ทันฐานลับใกล้ตัว
ทุกวันนี้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ไม่ได้ทำงานอยู่แค่ในสถานที่ห่างไกลหรือสำนักงานลับเท่านั้น แต่อาจแอบเช่าคอนโดมิเนียม บ้านจัดสรร หรือบ้านเช่าใกล้ชุมชน แล้วใช้เป็นฐานปฏิบัติการหลอกลวงคนทั้งในประเทศและต่างประเทศได้อย่างแนบเนียน การรู้จักสังเกต 4 พฤติกรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนช่วยกันทำได้ โดยไม่จำเป็นต้องเข้าไปเผชิญหน้าหรือเสี่ยงอันตรายด้วยตัวเอง
แก๊งมิจฉาชีพมักแอบอ้างเป็นตำรวจ ธนาคาร เจ้าหน้าที่รัฐ หรือบริษัทขนส่ง จากนั้นจะสร้างความตกใจและเร่งให้เหยื่อโอนเงิน เปิดเผยข้อมูลส่วนตัว หรือกดลิงก์ที่เป็นอันตราย การตั้งฐานปฏิบัติการใกล้ตัวช่วยให้กลุ่มเหล่านี้ทำงานได้สะดวกและหลบเลี่ยงการตรวจจับ ดังนั้นคนในชุมชน นิติบุคคลอาคารชุด และเจ้าของบ้านเช่าจึงควรช่วยกันสอดส่องอย่างมีสติ
4 พฤติกรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ควรจับตา
พฤติกรรมต่อไปนี้เป็นสัญญาณเตือนที่ตำรวจแนะนำให้ประชาชนสังเกต หากพบเพียงข้อใดข้อหนึ่งอาจยังไม่ใช่หลักฐานยืนยันว่าผู้พักอาศัยเกี่ยวข้องกับอาชญากรรม แต่หากพบหลายข้อพร้อมกัน ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ตรวจสอบแทนการสรุปหรือตัดสินด้วยตนเอง
4 พฤติกรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในที่พักอาศัย
- รวมกลุ่มชาวต่างชาติหลายคนในห้องเดียวกัน มักพบผู้พักอาศัยประมาณ 3-6 คน โดยไม่มีอาชีพหรือแหล่งรายได้ที่ชัดเจน เช่าที่พักระยะสั้น และไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ยังอาจมีการเข้าออกห้องในเวลาที่ไม่แน่นอน หรือเปลี่ยนผู้พักอาศัยอยู่เป็นระยะ
- มีเสียงสนทนาทางโทรศัพท์ภาษาต่างประเทศเป็นเวลานาน หากได้ยินเสียงพูดโทรศัพท์ดังต่อเนื่องเกือบทั้งวัน โดยมีรูปแบบคล้ายการอ่านบทพูดหรือสคริปต์ซ้ำ ๆ อาจเป็นสัญญาณว่ามีการใช้ห้องเป็นสถานที่โทรหลอกเหยื่อ อย่างไรก็ตาม ควรสังเกตจากหลายปัจจัยประกอบกัน ไม่ควรเหมารวมจากภาษาเพียงอย่างเดียว
- ปิดม่านตลอดวันและเปิดไฟตลอดคืน ลักษณะดังกล่าวอาจเกิดจากการทำงานตามช่วงเวลาของประเทศต้นทางที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย โดยผู้ปฏิบัติงานมักทำงานตอนกลางคืน ขณะเดียวกันการปิดม่านช่วยป้องกันไม่ให้คนภายนอกเห็นโต๊ะทำงาน อุปกรณ์สื่อสาร หรือกิจกรรมภายในห้อง
- มีอุปกรณ์สื่อสารและสายไฟจำนวนมาก ห้องพักบางแห่งอาจมีคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ เราเตอร์ หรือปลั๊กพ่วงหลายชุด รวมถึงสายไฟพาดไปมาอย่างผิดปกติ นอกจากนี้อาจพบคนมาซ่อม ขนย้ายอุปกรณ์ หรือส่งของเข้าออกบ่อยครั้งโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน
วิธีรับมือเมื่อพบสิ่งผิดปกติ
สิ่งแรกที่ควรทำคือรักษาระยะห่างและไม่เข้าไปสอบถามหรือเผชิญหน้ากับบุคคลที่สงสัย เพราะเราไม่ทราบว่ากลุ่มดังกล่าวมีอาวุธหรือมีพฤติกรรมรุนแรงหรือไม่ ควรจดจำข้อมูลที่สังเกตได้อย่างปลอดภัย เช่น สถานที่ ชั้นหรือเลขห้อง ลักษณะการเข้าออก ช่วงเวลาที่พบเห็น และจำนวนคนโดยประมาณ หากจำเป็นต้องบันทึกภาพ ควรทำเฉพาะจากพื้นที่สาธารณะและไม่เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะจนทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย
สำหรับผู้พักอาศัยในคอนโดมิเนียม สามารถแจ้งนิติบุคคลหรือผู้ดูแลอาคารให้ช่วยตรวจสอบตามขั้นตอน รวมถึงแจ้งตำรวจที่สายด่วน 191 หากเป็นเหตุเร่งด่วน หรือสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 เพื่อให้เจ้าหน้าที่รับข้อมูลและประสานงานต่อไป การแจ้งเบาะแสควรใช้ข้อมูลตามข้อเท็จจริง ไม่ใส่สีหรือตั้งข้อกล่าวหาเอง
ป้องกันตัวเองจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์
นอกจากช่วยกันสังเกต 4 พฤติกรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แล้ว ทุกคนควรป้องกันตนเองเมื่อได้รับสายหรือข้อความน่าสงสัย โดยจำหลักง่าย ๆ ว่าเจ้าหน้าที่จริงจะไม่เร่งรัดให้โอนเงินไปยังบัญชีส่วนตัว ไม่ขอรหัสผ่านหรือรหัสใช้ครั้งเดียว และไม่สั่งให้ติดตั้งแอปพลิเคชันจากแหล่งที่ไม่ปลอดภัย หากมีผู้โทรมาอ้างเป็นหน่วยงานใด ให้หยุดการสนทนาแล้วติดต่อหน่วยงานนั้นผ่านหมายเลขโทรศัพท์จากเว็บไซต์ทางการด้วยตนเอง
อย่ากดลิงก์แปลก ๆ อย่าส่งภาพบัตรประชาชนหรือข้อมูลบัญชีให้คนที่ไม่รู้จัก และควรเปิดการแจ้งเตือนธุรกรรมทางการเงินไว้เสมอ หากเผลอโอนเงินไปแล้ว ให้รีบติดต่อธนาคารเพื่อระงับธุรกรรม เก็บหลักฐานการสนทนาและสลิปโอนเงิน แล้วแจ้งตำรวจโดยเร็ว
การรู้เท่าทัน 4 พฤติกรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ไม่ได้หมายความว่าเราต้องหวาดระแวงทุกคน แต่เป็นการเพิ่มความปลอดภัยให้กับชุมชนอย่างมีเหตุผล หากพบสัญญาณผิดปกติ ควรแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและปล่อยให้เจ้าหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบ การช่วยกันสังเกตอย่างรอบคอบอาจป้องกันไม่ให้เพื่อนบ้านหรือคนในครอบครัวตกเป็นเหยื่อได้
อย่านิ่งนอนใจเมื่อเห็นความผิดปกติใกล้บ้าน หากพบเบาะแสที่น่าเชื่อถือ ให้แจ้ง 191 หรือ 1599 ทันที เพราะการแจ้งข้อมูลอย่างรวดเร็วอาจช่วยหยุดฐานปฏิบัติการและลดความเสียหายของผู้คนได้
ที่มา – ‘ไซเบอร์อ้อ’ ตีแผ่ 4 พฤติกรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จับสังเกต แอบตั้งฐานปฏิบัติการใกล้ตัวคุณ

