5 พฤติกรรมไม่ไว้วางใจ กกต. กับทางออกการเลือก สว. ที่ศาลฎีกา
5 พฤติกรรมไม่ไว้วางใจ กกต. กับทางออกการเลือก สว. ที่ศาลฎีกา
เมื่อวันที่ 4 ส.ค. 2569 ที่ผ่านมา ทางคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ได้จัดกิจกรรมเสวนาในหัวข้อ “ครบรอบ 2 ปี เลือก สว. – เจาะลึกหลักฐานคดีฮั้ว สว. (ภาคพิเศษ) เราไว้ใจ กกต. ได้แค่ไหน?” ซึ่งงานนี้ได้รับความสนใจอย่างมาก เมื่อ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ ‘ไอติม’ จากพรรคประชาชน ได้สรุปข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับความไม่ชอบมาพากลในการทำหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
เปิด 5 พฤติกรรมที่ กกต. ทำประชาชนไม่ไว้ใจ
สำหรับประเด็นที่ นายพริษฐ์ ได้หยิบยกขึ้นมาพูดถึงคือ 5 พฤติกรรมไม่ไว้วางใจ กกต. กับทางออกการเลือก สว. ที่ศาลฎีกา โดยสรุปได้ดังนี้:
- การออกระเบียบที่ดูเหมือนไม่รัดกุมในการป้องกันการทุจริต
- ขั้นตอนการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครที่ยังขาดความรอบคอบ
- การปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตในวันเลือก สว.
- ความเคลือบแคลงใจเกี่ยวกับการเตะถ่วงคดีและการตั้งคณะอนุฯ เพื่อฟอกขาว
- ความกังวลว่า กกต. อาจเตรียมเป่าคดีอ้างว่าหลักฐานไม่เพียงพอ เพื่อไม่ให้เรื่องถึงศาล
นอกจากประเด็นดังกล่าวแล้ว นักวิชาการด้านนิติศาสตร์อย่าง มุนินทร์ พงศาปาน ยังได้ตั้งข้อสังเกตว่า ในเมื่อมีพยานหลักฐานทั้งที่เป็นคลิปและพยานบุคคลเป็นหลักพันชิ้น กกต. ก็ไม่มีเหตุผลอื่นใดที่จะไม่ยื่นเรื่องต่อศาลฎีกา การพยายามตั้งอนุกรรมการซ้ำซ้อนหลายชุดเป็นสิ่งที่ผิดปกติและสุ่มเสี่ยงต่อการถูกมองว่าเป็นการช่วยเหลือผู้กระทำผิด
ในฝั่งของ ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ นักวิชาการรัฐศาสตร์ ได้ชี้ให้เห็นว่าระบบฮั้ว สว. นั้นมีการจัดตั้งอย่างเป็นระบบและไม่เกรงกลัวกฎหมาย ซึ่งมองว่าการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของ กกต. ได้ดีที่สุด คือการส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณา เพราะหาก กกต. เลือกที่จะนิ่งเฉย ก็อาจทำให้เกิดการตั้งคำถามถึงความรับผิดชอบจนนำไปสู่การดำเนินคดีกับ กกต. เองในที่สุด
ท้ายที่สุด การเลือก สว. เป็นกลไกสำคัญในระดับประเทศ เราจึงควรจับตามองว่าบทสรุปของคดีนี้จะเป็นอย่างไร และ กกต. จะสามารถกู้คืนความเชื่อมั่นจากประชาชนกลับมาได้หรือไม่ การยึดมั่นในกระบวนการยุติธรรมและศาลฎีกาคือทางรอดเดียวที่จะทำให้สังคมก้าวข้ามปัญหาเรื่องระบบอุปถัมภ์ไปได้