8 ข้อเสนอจากเอกชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล

“อุตสาหกรรมดิจิทัล” กำลังเป็นความหวังในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดิจิทัล จีดีพี ของไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่ผ่านมาได้มีการวางเป้าหมายให้ เศรษฐกิจดิจิทัล ขยายตัวมีสัดส่วนได้ 30% ของจีดีพีของประเทศไทยในปี 70 !?!

และจากข้อมูลประมาณการของ สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) หรือ สดช. ก็ได้คาดการณ์เศรษฐกิจดิจิทัล ปี 69 ของไทย จะขยายตัว 4.2% หรือมีมูลค่า 5.6 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 29% ของจีดีพีที่ 19.3 ล้านล้านบาท

ซึ่งก็เป็นตัวเลขใกล้เคียงเป้าหมายดังกล่าว แต่การจะให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง และยั่งยืน ต้องได้รับความร่วมมือและสนับสนุนจากทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งเมื่อเร็วๆนี้ ทาง สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า ได้มีการประชุมหารือกับ เครือข่ายพันธมิตรในแวดวงอุตสาหกรรมดิจิทัลของประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วยภาคเอกชนสมาคมต่างๆ เพื่อ รวบรวมความคิดเห็นเพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ ให้เติบโตเพิ่มมากขึ้น

ภาพ pixabay.com

โดยประกอบด้วย สมาคมไทยไอโอที สมาคมการค้าผู้ประกอบการเทคโนโลยี สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย สมาคมดิจิทัลคอนคอนเทนต์ไทย สมาคมการค้าสตาร์ทอัพไทย สมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย สมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย สมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย สมาคมระบบกล้องวงจรปิดอัจฉริยะไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมเทคโนโลยีเพื่อการตลาด สมาคมผู้ดูแลเว็บไซต์และสื่อออนไลน์ไทย ฯลฯ

ซึ่งการระดมความคิดเห็นครั้งนี้ ได้ตกผลึกออกมา 8 ข้อ ที่เห็นว่าจะเป็นประโยชน์ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมดิจิทัลในประเทศไทย ประกอบด้วย

“เอกชน”เคาะ 8 ข้อเสนอต่อ “ภาครัฐ” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย

1. เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศดิจิทัลรองรับการเติบโต

ภาคอุตสาหกรรมดิจิทัลเห็นว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องยกระดับตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานด้าน Cloud, Data Center รวมถึงมาตรฐาน IoT ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลด้านอื่น ๆ เพื่อรองรับการลงทุนจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการดึงดูดงานสร้างสรรค์ เช่น ภาพยนตร์หรือดิจิทัลคอนเทนต์ให้อยู่ในประเทศแบบครบวงจร

2. หนุนให้ผู้ประกอบการไทย “แข่งขันได้จริง” ในเวทีโลก

ที่ประชุมสะท้อนว่า ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะสาย AI, MarTech และดิจิทัลคอนเทนต์ ต้องการการสนับสนุนที่ช่วยสร้างความได้เปรียบ เช่น การลดข้อจำกัดด้านกฎหมาย การสนับสนุนให้เกิด IP ไทย การสร้างความเชื่อมโยงกับต่างประเทศ การเปิดพื้นที่ทดสอบ (POC) โดยมีรัฐช่วยเป็นผู้รับรองความน่าเชื่อถือ ขณะเดียวกัน SMEs ต้องเผชิญแรงกดดันให้ปรับตัวสู่เทคโนโลยีใหม่อย่างรวดเร็ว แต่ยังขาดความพร้อม ทำให้เกิดช่องว่างระหว่าง Demand-Supply ที่ต้องเร่งแก้ไข

3. สร้างบุคลากรดิจิทัลอย่างเป็นระบบ แก้ปัญหาแรงงาน–ทักษะไม่ตรงตลาด

ไทยยังมีจำนวนผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยี เช่น AI ต่ำเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่ง อีกทั้งบัณฑิตจบใหม่จำนวนมากยังไม่มีงานทำ เพราะทักษะไม่ตรงตามความต้องการของตลาด จึงเสนอให้มีการพัฒนาทักษะเชิงลึก การสร้างแรงงานฝีมือ และการกระจายโอกาสให้เยาวชนจากต่างจังหวัดเข้าถึงอุตสาหกรรมได้มากขึ้น

ภาพ pixabay.com

4. ส่งเสริมชุมชนดิจิทัล (Digital Community) ให้เติบโตและเข้มแข็ง

ผู้ประกอบการและกลุ่มอาชีพต่าง ๆ ต้องการพื้นที่พบปะ แลกเปลี่ยน และสร้างเครือข่ายร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เช่น Meet up เวิร์กชอป หรือกิจกรรมสร้างความร่วมมือ โดยเสนอให้ ดีป้า ทำให้พื้นที่ขององค์กรเป็น Digital Hub ที่เปิดกว้างให้ชุมชนดิจิทัลเข้ามาใช้ได้ เพื่อให้เกิดความร่วมมือใหม่ ๆ

5. ปรับขั้นตอนรัฐให้ “เข้าถึงง่าย คล่องตัว และรองรับความเสี่ยง”

อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหามานานและยังแก้ไขไม่ได้ โดยผู้ประกอบการมองว่าภาครัฐยังมีขั้นตอนที่ยุ่งยาก การยื่นข้อเสนอช้า และการพิจารณาเอกสารใช้เวลานาน ทำให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะรายเล็กเข้าถึงบริการและสิทธิการสนับสนุนจากภาครัฐได้ยาก พร้อมกันนี้ ภาคเอกชนต้องการให้ภาครัฐยอมรับความเสี่ยงในการล้มเหลวของนวัตกรรม ไม่ใช่มองว่าการสนับสนุนทุกโครงการต้องประสบความสำเร็จเสมอ เพราะอุตสาหกรรมเทคโนโลยีต้องมีพื้นที่สำหรับความผิดพลาดเพื่อเติบโต

6. สร้างความร่วมมือระหว่างรัฐ–เอกชนอย่างสมดุล

ปจุบันหลายภาคส่วนต้องการให้หน่วยงานรัฐทำงานร่วมกับสมาคมฯต่างๆมากขึ้น โดยเฉพาะในโครงการขนาดใหญ่ เช่น งานระดับนานาชาติ เพื่อให้สมาคมฯที่เกี่ยวข้องมีบทบาทตัดสินใจอย่างแท้จริงและสะท้อนความต้องการของอุตสาหกรรมได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ภาพ pixabay.com

7. เสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการไทย

ผู้ประกอบการจำนวนมากสะท้อนว่าปัญหา Credit Term ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญ แม้กฎหมายกำหนด 45 วัน แต่หลายธุรกิจยังปฏิบัติไม่ได้จริง ส่งผลต่อสภาพคล่องของผู้ประกอบการรายย่อยและ SMEs จึงเสนอแนะให้มีมาตรการช่วยเหลือ หรือแนวทางเพื่อให้ระบบการชำระเงินเป็นธรรมและสอดคล้องกับความเป็นจริงของอุตสาหกรรม

8. ผลักดันอุตสาหกรรมเกมไทยให้เติบโตต่อเนื่อง

ภาคอุตสาหกรรมเกมสะท้อนว่า ไทยยังมีศักยภาพสูง สามารถดึงงานและการลงทุนจากต่างชาติได้ หากมีการผลักดันเชิงระบบ โดยที่ประชุมมีการเสนอว่าไทยควรใช้ความสำเร็จของงาน gamescom x Thailand Game Show 2025 ที่จัดในไทยเป็นจุดเริ่มต้นในการดึงดูดนักลงทุน ครีเอเตอร์ และแรงงานต่างชาติให้เข้ามาทำงานในประเทศ

นอกจากนี้ รัฐควรกระจายกิจกรรมและโอกาสไปยังภูมิภาค เพื่อเปิดพื้นที่ให้เยาวชนในต่างจังหวัดเข้าสู่อุตสาหกรรมเกมมากขึ้น พร้อมเปิดให้สมาคมและภาคอุตสาหกรรมมีบทบาทตัดสินใจร่วมกับภาครัฐในการจัดกิจกรรมระดับนานาชาติ เพื่อให้การขับเคลื่อนสอดคล้องกับความต้องการจริงของอุตสาหกรรม ซึ่งจะสะท้อนความต้องการให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางคอนเทนต์–เกมของภูมิภาคในอนาคต

ข้อเสนอจากเอกชนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล

ทั้งหมดเป็น เสียงสะท้อน และข้อเสนอแนะจากภาคเอกชน ที่มองว่า หากประเทศไทยต้องการก้าวไปสู่ “เศรษฐกิจดิจิทัล”อย่างเต็มรูปแบบ ยังมีสิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการและแก้ไข พร้อมสนับสนุน ดัง 8 ข้อที่กล่าวมา เพื่อ สร้างระบบนิเวศดิจิทัล ที่เอื้อกับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน!!! การรับฟังและนำข้อเสนอเหล่านี้ไปพิจารณา จะเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยให้เติบโตอย่างแท้จริง “เอกชน”เคาะ 8 ข้อเสนอต่อ “ภาครัฐ” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย

ที่มา – “เอกชน”เคาะ 8 ข้อเสนอต่อ “ภาครัฐ” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *