9 เดือน ทอท. โกยรายได้ 5 หมื่นล้าน ลุยศึกษา ดิวตี้ฟรี ขาเข้า
เชื่อว่าหลายคนคงกำลังจับตามองสถานการณ์การท่องเที่ยวและธุรกิจการบินของไทยอยู่ใช่ไหมครับ? ล่าสุดมีรายงานผลประกอบการที่น่าสนใจมากจากทาง 9 เดือน ทอท. โกยรายได้ 5 หมื่นล้าน ลุยศึกษา ดิวตี้ฟรี ขาเข้า โดยคุณปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ได้ออกมาเปิดเผยตัวเลขผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้อย่างชัดเจนครับ
สถานการณ์ 9 เดือน ทอท. โกยรายได้ 5 หมื่นล้าน ลุยศึกษา ดิวตี้ฟรี ขาเข้า
จากการรายงานพบว่าปริมาณการจราจรทางอากาศในท่าอากาศยานหลักทั้ง 6 แห่งของ ทอท. มีจำนวนเที่ยวบินรวมกว่า 605,838 เที่ยวบิน ซึ่งเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และที่น่าตื่นเต้นคือจำนวนผู้โดยสารรวมพุ่งสูงถึง 99.03 ล้านคน! แม้รายได้รวมจะอยู่ที่ 50,205 ล้านบาท แต่อย่าเพิ่งตกใจไปครับ เพราะกำไรสุทธิยังคงเติบโตอยู่ที่ 14,812.33 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีมากสำหรับภาพรวมเศรษฐกิจการบินบ้านเรา
ก้าวต่อไปของ ทอท. กับแผนเพิ่มรายได้
ไม่เพียงแค่ตัวเลขกำไรเท่านั้น แต่สิ่งที่น่าสนใจคือแผนกลยุทธ์ใหม่ๆ ที่ ทอท. กำลังเร่งดำเนินการเพื่อเพิ่มความสะดวกและรายได้ในอนาคต ดังนี้:
- Premium Service: บริการช่องทางพิเศษเพื่อลดความแออัดและสร้างประสบการณ์การเดินทางที่เหนือระดับให้แก่ผู้โดยสาร
- การกลับมาของ Duty Free ขาเข้า: ทอท. กำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการเปิดร้านค้าปลอดอากรขาเข้าอีกครั้ง เพื่อเพิ่มทางเลือกให้นักท่องเที่ยว
- การพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์: เปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนในโครงการต่างๆ เช่น ศูนย์บริการโลจิสติกส์รอบสนามบินสุวรรณภูมิ
ด้วยกลยุทธ์ 9 เดือน ทอท. โกยรายได้ 5 หมื่นล้าน ลุยศึกษา ดิวตี้ฟรี ขาเข้า นี้เอง ที่จะช่วยให้การบริหารจัดการท่าอากาศยานไทยมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการพัฒนาโครงการขนส่งสินค้าที่จะช่วยลดระยะเวลาการนำเข้าและส่งออกเหลือเพียง 3 ชั่วโมง ซึ่งจะเป็นแต้มต่อสำคัญให้กับธุรกิจโลจิสติกส์ของไทยในเวทีโลก
ในมุมมองของผม การที่ ทอท. เร่งเครื่องศึกษาการเปิด Duty Free ขาเข้าอีกครั้งถือเป็นไอเดียที่ยอดเยี่ยมมากครับ เพราะไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับองค์กรเท่านั้น แต่ยังเป็นการดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจซื้อสินค้าในสนามบินก่อนออกเดินทางกลับ ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาพรวมการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจอย่างแน่นอน เราคงต้องมารอลุ้นกันต่อไปว่าแผนการดำเนินงานเหล่านี้จะเห็นผลเป็นรูปธรรมได้เร็วแค่ไหนครับ

