94 ปีการเมืองไทยวนลูปอำนาจนิยมและอุปถัมภ์
เชื่อว่าหลายคนคงเคยตั้งคำถามว่า ทำไมการเมืองไทยถึงดูเหมือนย่ำอยู่กับที่มานานหลายทศวรรษ เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ที่ผ่านมา นายโภคิน พลกุล ได้ออกมาสะท้อนมุมมองที่น่าสนใจว่า 94 ปีการเมืองไทยวนลูปอำนาจนิยม-อุปถัมภ์ ทำองค์กรอิสระกลายเป็นเครื่องมือการเมือง ซึ่งถือเป็นประเด็นที่คนไทยควรหันมาตระหนักและร่วมกันหาทางออกอย่างจริงจัง
มุมมองโภคิน: 94 ปีการเมืองไทยวนลูปอำนาจนิยม-อุปถัมภ์ ทำองค์กรอิสระกลายเป็นเครื่องมือการเมือง
นายโภคิน พลกุล ได้กล่าวถึงปัญหารากเหง้าที่หยั่งรากลึกในสังคมไทย โดยชี้ให้เห็นว่าระบบอำนาจนิยมและอุปถัมภ์ที่แฝงอยู่ในกลไกของรัฐราชการ ได้กลายเป็นเครื่องมือที่คอยเกื้อหนุนผู้มีอำนาจมากกว่าที่จะรับใช้ประชาชน การเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าตามวงจรการยึดอำนาจ ทำให้เกิดการสร้างวาทกรรมหรูหรา แต่ในความเป็นจริงกลับเป็นเพียงเครื่องมือสืบทอดอำนาจเท่านั้น
ทำไมองค์กรอิสระถึงกลายเป็นเครื่องมือการเมือง
ปัญหาสำคัญที่นายโภคินได้วิเคราะห์ไว้คือ การที่องค์กรอิสระถูกครอบงำด้วยระบบอุปถัมภ์เสียเอง แทนที่จะทำหน้าที่เป็นกลไกตรวจสอบอย่างโปร่งใส กลับถูกฝ่ายการเมืองล็อบบี้และแทรกแซงเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มก้อนตนเอง สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า 94 ปีการเมืองไทยวนลูปอำนาจนิยม-อุปถัมภ์ ทำองค์กรอิสระกลายเป็นเครื่องมือการเมือง อย่างชัดเจน ไม่เว้นแม้แต่ในวงการศาสนาที่ถูกระบบยศถาบรรดาศักดิ์เข้าครอบงำ
ทางออกของปัญหาที่นายโภคินเสนอไว้เพื่อสร้างประชาธิปไตยที่แข็งแรงมีดังนี้:
- ปรับแก้รัฐธรรมนูญให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระได้จริง
- ผลักดันให้เกิด ป.ป.ช. ภาคประชาชน เพื่อขยายฐานการตรวจสอบ
- ลดขนาดของรัฐราชการที่เทอะทะและกลายเป็นฐานอำนาจของกลุ่มผลประโยชน์
- ยกเลิกกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตและสิทธิเสรีภาพของประชาชน
ในท้ายที่สุด นายโภคินเน้นย้ำว่า ประชาชนต้องเลิกหวังพึ่งปาฏิหาริย์หรือวีรบุรุษ และหันมาสร้างภาคประชาชนให้เข้มแข็ง เพื่อเป็นเกราะป้องกันการใช้อำนาจที่ไม่ถูกต้อง ถึงเวลาแล้วที่เราต้องร่วมกันผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างที่กินได้และส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของคนทุกช่วงวัยอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่การเชื่อตามวาทกรรมทางการเมืองที่สวยหรูแต่ไร้ความจริงใจ
ที่มา – ‘โภคิน’ ชี้ 94 ปีการเมืองไทยวนลูปอำนาจนิยม-อุปถัมภ์ ทำองค์กรอิสระกลายเป็นเครื่องมือการเมือง