AIS เตรียมพร้อมโครงข่ายสื่อสารภาคใต้รับมือน้ำท่วม
เมื่อเกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ การสื่อสารกลายเป็นเรื่องสำคัญที่ช่วยให้ประชาชนติดตามข่าวสาร ติดต่อครอบครัว และขอความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที ล่าสุด AIS เดินหน้าเตรียมความพร้อมโครงข่ายสื่อสารในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อรองรับสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชนในหลายพื้นที่
การเตรียมพร้อมครั้งนี้ครอบคลุมทั้งการติดตามสถานการณ์ การตรวจสอบสถานีฐาน และการจัดเตรียมอุปกรณ์สนับสนุนสำหรับเข้าดูแลพื้นที่เสี่ยง โดยมีทีมวิศวกรคอยประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถวางแผนเข้าพื้นที่ได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย แม้จะต้องเผชิญกับเส้นทางที่มีน้ำท่วมขังหรือการเดินทางที่ทำได้ยากก็ตาม
AIS เตรียมพร้อมโครงข่ายสื่อสารภาคใต้รับมือน้ำท่วม
หัวใจสำคัญของแผนงานคือการดูแลให้โครงข่ายยังสามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่องมากที่สุด AIS จึงเตรียมรถสถานีฐานเคลื่อนที่ เครื่องปั่นไฟ และอุปกรณ์สนับสนุนเอาไว้สำหรับใช้งานในกรณีฉุกเฉิน อุปกรณ์เหล่านี้ช่วยเสริมสัญญาณหรือทดแทนการทำงานของสถานีฐานที่อาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ไฟฟ้าดับ หรือข้อจำกัดด้านการเดินทาง
สำหรับประชาชน การมีสัญญาณสื่อสารในช่วงน้ำท่วมมีความหมายมากกว่าการโทรศัพท์ทั่วไป เพราะโทรศัพท์มือถือสามารถใช้แจ้งเหตุ ขอความช่วยเหลือ ตรวจสอบประกาศจากหน่วยงานรัฐ และติดตามข้อมูลระดับน้ำหรือเส้นทางที่ควรหลีกเลี่ยงได้ นอกจากนี้ยังช่วยให้ครอบครัวที่อยู่ต่างพื้นที่รับรู้ความปลอดภัยของกันและกัน ลดความกังวลในช่วงที่สถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
AIS เตรียมพร้อมโครงข่ายสื่อสารภาคใต้รับมือน้ำท่วมอย่างไร
ที่ผ่านมา AIS ได้เสริมความแข็งแกร่งให้โครงข่ายในพื้นที่ภาคใต้ด้วยการปรับปรุงฐานวางตู้ระบบของสถานีฐานในพื้นที่เสี่ยงให้มีความสูงประมาณ 3 เมตร แนวทางนี้ช่วยลดโอกาสที่น้ำจะเข้าถึงอุปกรณ์สำคัญและลดความเสี่ยงต่อความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นเมื่อระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
นอกจากการยกระดับฐานวางตู้ระบบแล้ว ยังมีการเพิ่มแบตเตอรี่สำรองไฟฟ้าในสถานีฐานสำคัญ เพื่อให้ระบบสามารถทำงานต่อได้ในช่วงที่ไฟฟ้าขัดข้อง รวมถึงการยกระดับฐานวางเครื่องปั่นไฟและติดตั้งจุดเชื่อมต่อเครื่องปั่นไฟฉุกเฉิน การเตรียมการเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในพื้นที่ที่อาจจำเป็นต้องตัดกระแสไฟฟ้าเพื่อความปลอดภัยของประชาชน
- ตรวจสอบสถานีฐาน: ทีมวิศวกรติดตามความพร้อมของสถานีฐานในพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง
- เตรียมอุปกรณ์ฉุกเฉิน: จัดเตรียมรถสถานีฐานเคลื่อนที่ เครื่องปั่นไฟ และอุปกรณ์สนับสนุนสำหรับเข้าพื้นที่
- สำรองพลังงาน: เพิ่มแบตเตอรี่สำรองไฟฟ้าให้สถานีฐานสำคัญ เพื่อรองรับกรณีไฟฟ้าดับ
- ยกระดับอุปกรณ์: ปรับปรุงฐานวางตู้ระบบและเครื่องปั่นไฟ เพื่อลดความเสี่ยงจากน้ำท่วม
- ประสานหน่วยงาน: ทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อวางแผนดูแลพื้นที่อย่างปลอดภัย
ในด้านการช่วยเหลือประชาชน AIS ให้ความสำคัญกับพื้นที่ชุมชน โรงพยาบาล และจุดประสานงานช่วยเหลือเป็นลำดับต้น ๆ เนื่องจากสถานที่เหล่านี้มีบทบาทสำคัญในช่วงเกิดภัยพิบัติ โรงพยาบาลต้องใช้การสื่อสารเพื่อประสานงานด้านผู้ป่วยและบุคลากร ขณะที่ชุมชนต้องติดต่อหน่วยงานหรือแจ้งข้อมูลผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ การรักษาความต่อเนื่องของสัญญาณจึงมีส่วนช่วยสนับสนุนการทำงานของหลายฝ่าย
การเข้าดูแลหรือเสริมสัญญาณในแต่ละพื้นที่จำเป็นต้องพิจารณาหลายปัจจัย ทั้งระดับน้ำ สภาพเส้นทาง ความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ และความพร้อมของหน่วยงานในพื้นที่ AIS จึงเตรียมวางแผนการทำงานตามสถานการณ์จริง พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนนำทีมและอุปกรณ์เข้าไปปฏิบัติงาน การทำงานลักษณะนี้ช่วยให้การสนับสนุนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และไม่เพิ่มความเสี่ยงระหว่างการช่วยเหลือ
สำหรับผู้ใช้งานมือถือในพื้นที่น้ำท่วม ควรเตรียมโทรศัพท์ให้พร้อมอยู่เสมอ เช่น ชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็ม เปิดโหมดประหยัดพลังงานเมื่อจำเป็น และเตรียมพาวเวอร์แบงก์ไว้ใช้งาน ควรบันทึกหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินและช่องทางติดต่อของครอบครัว รวมถึงติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการมากกว่าการแชร์ข้อมูลที่ยังไม่ได้ตรวจสอบ หากพบว่าสัญญาณอ่อนหรือใช้งานไม่ได้ ควรย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัยและหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านกระแสน้ำ
นอกจากนี้ ประชาชนควรใช้การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพในช่วงฉุกเฉิน โดยส่งข้อความสั้นและระบุข้อมูลสำคัญ เช่น ชื่อ ตำแหน่งที่อยู่ จำนวนผู้ประสบภัย และความต้องการเร่งด่วน การลดการใช้งานที่ไม่จำเป็นจะช่วยรักษาแบตเตอรี่และเปิดโอกาสให้เครือข่ายรองรับการติดต่อที่มีความสำคัญได้มากขึ้น
การที่ AIS เตรียมพร้อมโครงข่ายสื่อสารภาคใต้รับมือน้ำท่วม สะท้อนให้เห็นว่าการสื่อสารเป็นส่วนหนึ่งของการรับมือภัยพิบัติ ไม่แพ้การเตรียมอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค หรืออุปกรณ์ยังชีพ การมีโครงข่ายที่พร้อมใช้งานช่วยให้ประชาชนเชื่อมต่อกับคนที่รักและหน่วยงานช่วยเหลือได้ในเวลาที่ต้องการมากที่สุด
แม้สถานการณ์น้ำท่วมจะเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา แต่การเตรียมพร้อมล่วงหน้าและความร่วมมือจากทุกฝ่ายจะช่วยลดผลกระทบได้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เตรียมอุปกรณ์สื่อสารให้พร้อม และใช้ข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือเป็นหลัก เพราะในช่วงวิกฤต การสื่อสารที่ต่อเนื่องและถูกต้องอาจช่วยรักษาความปลอดภัยของคนหนึ่งคนหรือทั้งชุมชนได้
ที่มา – “AIS”เตรียมพร้อมโครงข่ายสื่อสารพื้นที่ภาคใต้รองรับสถานการณ์น้ำท่วม

