ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ทรู-ดีแทค มอบประสบการณ์สุดพิเศษให้ลูกค้ารับเครื่อง Galaxy Z Fold7 | Flip7 จากมือซุปตาร์ “ภูวินทร์”

เปิดบ้านรับเครื่อง Galaxy Z Fold7 และ Z Flip7 กับงาน Lucky Galaxy Fans with Phuwin

ทรู-ดีแทค มอบประสบการณ์สุดพิเศษให้กับแฟน ๆ ได้สัมผัสกับความล้ำสมัยของสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Samsung Galaxy Z Fold7 และ Z Flip7 ที่สำคัญยังได้รับโมเมนต์ประทับใจสุดพิเศษเมื่อได้พบเห็นอย่างใกล้ชิดและรับเครื่องจากมือของหนุ่มคนนี้ directly…ซุปตาร์สุดฮอตอย่าง “ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน” ในงานที่ชื่อว่า Lucky Galaxy Fans with Phuwin by True dtac 5G ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 9-23 กรกฎาคม 2568

ความประทับใจไม่รู้ลืม และความเร็ว 5G ที่สุดลื่น

บรรยากาศภายในงานพร้อมไปด้วยรอยยิ้มและความปลื้มปิติของลูกค้าที่มาร่วมงานอย่างล้นหลาม หลายคนได้มีโอกาสพูดคุยกับ Khun Phuwin และรับมือถือรุ่นใหม่ด้วยตัวเองจากเขา สร้างความประทับใจและเป็นโมเมนต์วิเศษที่ไม่มีวันลืม ควบคู่ไปกับการแนะนำสมาร์ทโฟนฝาพับและจอพับที่ผสานเทคโนโลยีล้ำหน้าด้วยเครือข่าย True dtac 5G ที่ให้ความเร็วและความปลอดภัยระดับท็อป

สำหรับลูกค้าทั่วไป ถ้าคุณสนใจในโทรศัพท์ Galaxy Z Fold7 หรือ Z Flip7 ก็สามารถเป็นเจ้าของกันได้แล้วตั้งแต่วันที่ 1 – 31 สิงหาคม 2568 กับหลากหลายแผนและโปรโมชั่นสุดคุ้มที่ทรู-ดีแทคมอบให้

โปรโมชั่น Galaxy Z Fold7 และ Z Flip7 ที่ทรู-ดีแทค

  • เก่าแลกใหม่ รับส่วนลดสูงสุด 8,000 บาท เมื่อซื้อสมาร์ทโฟนพร้อมแพ็กเกจ
  • ยิ่งใช้เครื่องเก่ามานาน ยิ่งได้ส่วนลดเพิ่ม กว่า 2,000 บาท!
  • แพ็กเกจ 5G SUPER GAMER ให้เน็ตไม่อั้น เพื่อคอเกมส์โดยเฉพาะ
  • คุ้มครองจอฟรีถึง 2 ปี (ไม่รวมอุบัติเหตุ) ลดความกังวลไปได้เยอะ
  • ผ่อน 0% นาน 36 เดือน กับบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ หรือ เลือกทางผ่อนเพิ่มเติมอย่าง PAY NEXT EXTRA ผ่อนสบาย 48 เดือน พร้อมรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 5,000 บาท

เรียบหรู เพราะแฟน ๆ…คู่ควรสิ่งที่ดีที่สุด

ทางทีมงาน True dtac ยังมีแขกรับเชิญคนพิเศษอย่างคุณปิยะพันธ์ นาคะโยธิน หัวหน้าสายงานบริหารธุรกิจค้าปลีกจากบริษัททรู คอร์ปอเรชั่น มาร่วมยินดีกับลูกค้าผู้โชคดี โดยบรรยากาศกลายเป็นช่วงเวลาที่ทั้งแฟนคลับได้สุขใจ และมีสมาร์ทโฟนใหม่ล้ำสมัยอยู่ในมือ

เทคโนโลยีจาก Samsung ภายใต้เครือข่าย True dtac 5G ยืนยันความเร็ว ความลื่นไหล และความปลอดภัยสูงสุด เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ไม่หยุดนิ่ง และต้องการประสิทธิภาพสูงสุดจากทุกอุปกรณ์

จะเป็นเจ้าของ Galaxy Z Fold7 | Z Flip7 ด้วยตัวเองก็ง่าย

ถ้าคุณยังไม่มีเวลาไปร่วมงาน Lucky Galaxy Fans ไม่ต้องเสียใจ เพราะทุกคนสามารถรับสมาร์ทโฟนสุดล้ำนี้ได้ต่อเนื่องถึงวันที่ 31 ส.ค. 68 เราขอแนะนำให้คุณเข้าไปที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของทรู-ดีแทคเพื่อเลือกดูสเปค โปรโมชั่น ผ่อนจ่าย ส่วนลดเพิ่มเติม พร้อมลงทะเบียนก่อนใคร

True dtac ยังเปิดโอกาสให้เลือกได้ทั้งเครื่องพร้อมแพ็กเกจ หรือเครื่องเปล่า ไม่ติดสัญญา เพื่อความยืดหยุ่นตามความต้องการของลูกค้า ใครที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่นี้อยู่ อย่าลืมรีบจัดด่วนเพื่อสิทธิพิเศษสุดคุ้มที่มีจำนวนจำกัด

อย่ารอช้า…เป็นเจ้าของ Galaxy Z Fold7 และ Z Flip7 พร้อมสัมผัสเครือข่าย 5G ที่เร็วและปลอดภัยที่สุดไปกับทรู-ดีแทค พร้อมโปรโมชั่นที่เรียกว่า “ใจบาง” ทั้งราคาและบริการ เราเชื่อว่าสมาร์ทโฟนรุ่นพิเศษนี้จะเป็นเสมือนตัวช่วยที่เปิดใหม่ให้คุณพับทุกขีดจำกัดของการใช้ชีวิตได้อย่างเหนือชั้น

สนใจข้อมูลเพิ่มเติม หรืออยากเริ่มจองก่อนใคร ไปได้เลยที่ https://www.true.th/store/online-store/shop/samsunggalaxy-z-series-flip7-fold7

ที่มา – ทรู-ดีแทค มอบประสบการณ์สุดพิเศษให้ลูกค้ารับเครื่อง Galaxy Z Fold7 | Flip7 จากมือซุปตาร์ “ภูวินทร์”

ผอ.รพ.สต.บ้านซำเม็ง ชี้เขมรเลือกเป้าทำลายโรงพยาบาล ไร้มนุษยธรรมที่สุด!

ผอ.รพ.สต.บ้านซำเม็ง ชี้เขมรเลือกเป้าทำลายโรงพยาบาล ไร้มนุษยธรรมที่สุด!

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ที่ผ่านมา คณะทูตทหารได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย หลังเกิดเหตุการณ์กระสุนตกใส่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านซำเม็ง ซึ่งตั้งอยู่ที่ ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ที่เกิดเหตุขึ้นเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยเป็นเหตุการณ์ที่โรงพยาบาลได้รับความเสียหายจากกระสุนยิงจากฝ่ายกัมพูชา และยังมีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งมีเด็กเล็กกว่า 30 คนได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตาม โชคดีที่ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต เนื่องจากมีการอพยพชาวบ้านไปยังพื้นที่ปลอดภัยตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันแรกที่มีการเปิดฉากยิงจากฝั่งกัมพูชา

ความสำคัญของโรงพยาบาลต่อชุมชน

โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) มีบทบาทสำคัญในการดูแลสุขภาพประชาชนในพื้นที่ชนบท โดยเฉพาะเด็กเล็กและผู้สูงอายุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านซำเม็งได้กล่าวว่า “โรงพยาบาลควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการรักษาและดูแลสุขภาพ โดยไม่ควรถูกทำลายหรือใช้เป็นเป้าหมายในทางการเมืองหรือการทหาร”

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายตรงข้ามได้เลือกโจมตีพื้นที่ซึ่งโดยปกติเป็นที่ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลและเด็กเล็กถึง 30 คน หากไม่มีการอพยพก่อนหน้า ก็อาจมีความสูญเสียมากกว่านี้ จึงเป็นเรื่องน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง ที่เหตุการณ์นี้ถือเป็นการกระทำที่ไม่มีมนุษยธรรม

การตอบสนองจากประชาชนและสังคม

หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ประชาชนจำนวนมากในพื้นที่ใกล้เคียงและในโซเชียลมีเดียต่างแสดงความไม่พอใจและเรียกร้องให้มีมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวด เพื่อปกป้องสถานที่ที่เป็นกลางทางการแพทย์และไม่ควรถูกโจมตี

ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ทุกประเทศควรมีหน้าที่เคารพความปลอดภัยของโรงพยาบาลตามหลักเกณฑ์สิทธิมนุษยชน และความร่วมมือระหว่างประเทศควรเพิ่มการสื่อสารในกรณีที่เกี่ยวกับความขัดแย้งบริเวณชายแดน ที่ส่งผลต่อความปลอดภัยของพลเรือน

  • ควรจัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเพื่อให้ความชัดเจน
  • ควรมีกลไกป้องกันการทำลายสถานที่สาธารณะ
  • สื่อสารกับองค์กรระหว่างประเทศเพื่อให้ได้รับการสนับสนุน

ผู้เข้าชมสามารถติดตามข่าวเพิ่มเติมได้จากรายงานที่เผยแพร่ รวมถึงให้ความสำคัญกับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับโครงสร้างพื้นฐานทางสุขภาพที่ประชาชนให้ความไว้วางใจมานาน

ผอ.รพ.สต.บ้านซำเม็งระบุว่า ความสงบชายแดนควรได้รับความสำคัญอันดับหนึ่ง เพื่อไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลชีวิตของผู้คน ซึ่งถือเป็นพื้นที่แห่งความหวัง ไม่ใช่พื้นที่แห่งความหวาดกลัว

เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการมีกฎหมายและมาตรการที่เข้มงวดยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันการโจมตีต่อ ผอ.รพ.สต.บ้านซำเม็ง ที่ไม่ควรถูกใช้เป็นเป้าทางการเมืองหรือการทหาร ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีมนุษยธรรมอย่างแท้จริง

ทุกคนควรมีสิทธิ์ที่จะเข้าถึงบริการสาธารณสุขอย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องหวาดกลัวต่อการถูกโจมตี ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วย ผู้ปกครอง หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ปฏิบัติหน้าที่ ยิ่งในกรณีนี้ ที่ ผอ.รพ.สต.บ้านซำเม็ง ต้องเผชิญกับการทำลายสถานที่ที่ควรเป็นเขตปลอดภัย มันเป็นเรื่องที่สังคมไทยต้องให้ความสนใจอย่างจริงจัง

ที่สำคัญเหตุการณ์เช่นนี้ควรเป็นบทเรียนให้ทุกฝ่ายระมัดระวังมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะระหว่างความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้น ควรตระหนักว่าโรงพยาบาลเป็นสถานที่ช่วยชีวิต และหากถูกทำลาย ผู้ที่เดือดร้อนคือประชาชนทั่วไป เหตุการณ์นี้ไม่ควรถูกมองข้าม แต่ควรเป็นการเตือนให้เห็นถึงความสำคัญของความรับผิดชอบร่วมกัน

หากคุณติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หรืออยากเห็นการพัฒนาด้านสุขภาพในพื้นที่ทุรกันดารให้คงอยู่ได้ โปรดติดตามประเด็นนี้อย่างใกล้ชิด และแสดงเสียงของคุณเพื่อสนับสนุนให้เกิดการเคารพสถานที่ทางสาธารณสุขทุกแห่ง

ที่มา – ผอ.รพ.สต.บ้านซำเม็ง ชี้เขมรเลือกเป้าทำลายโรงพยาบาล ไร้มนุษยธรรมที่สุด!

ศาลรัฐธรรมนูญฟันความผิด “พิเชษฐ์” พ้นตำแหน่ง กรณีแปรงบประมาณปี 69 ลงพื้นที่ตนเอง ขัดรัฐธรรมนูญ

ศาลรัฐธรรมนูญ ฟัน ‘พิเชษฐ์’ พ้นตำแหน่ง หลังพบแปรงบประมาณปี 69 สู่พื้นที่ตัวเอง

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติสำคัญในการตัดสินคดีที่เกี่ยวข้องกับความโปร่งใสในกระบวนการจัดทำงบประมาณ โดยได้พิจารณาและมีมติว่านายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้กระทำการขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 วรรคสาม เนื่องจากมีพยานหลักฐานชัดเจนเกี่ยวกับการที่เขามีส่วนริเริ่ม 3 โครงการในงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ที่จังหวัดเชียงราย

ข้อหาและการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ

ศาลรัฐธรรมนูญระบุว่า การเสนอโครงการเหล่านี้เกิดจากการดำริของนายพิเชษฐ์และทีมงาน โดยสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ขอนำเสนอโครงการทั้งหมดเข้าสู่งบประมาณ ซึ่งตรงกับลักษณะการใช้งบในทางที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญเดิมที่กำหนดไว้ในปีงบประมาณ 2568 โดยศาลได้พิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำนี้ขัดต่อมาตรา 144 วรรคสอง และนำไปสู่การสิ้นสุดตำแหน่ง ส.ส. ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (11)

ศาลรัฐธรรมนูญ ฟัน ‘พิเชษฐ์’ อย่างไร?

การตัดสินใจของศาลครั้งนี้ไม่ใช่แค่การมีส่วนในกระบวนการเบื้องต้นเพื่อผลักดันงบประมาณเท่านั้น แต่ยังถือเป็นการทบทวนกระบวนการและการใช้อำนาจของผู้ดำรงตำแหน่งในทางที่ไม่เหมาะสม ซึ่งการใช้งบประมาณในลักษณะนี้สามารถส่งผลกระทบต่อความไว้วางใจของประชาชนในระบบทั้งหมด

สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนอะไรได้บ้าง?

ปรากฏการณ์เช่นนี้เรียกระดับความตระหนักในคุณภาพของผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงให้มาอยู่ภายใต้การตรวจสอบอย่างชัดเจน การกระทำที่เข้าข่าย ‘แปรงบ’ เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองใกล้ตัว ถือเป็นเรื่องที่อาจจะเกิดขึ้นได้บ่อย หากไม่มีระบบตรวจสอบที่โปร่งใสและทันสมัย

  • ความโปร่งใส: ศาลได้แสดงให้เห็นถึงบทบาทสำคัญในการรักษาหลักนิติธรรม
  • สังคมเฝ้าระวัง: ข้อมูลเรื่องการใช้งบผิดวัตถุประสงค์สามารถถูกเปิดเผยได้ง่าย ด้วยเวทีดิจิทัลสมัยใหม่
  • พรรคการเมืองต้องรับผิดชอบ: ความสัมพันธ์ระหว่างผู้แทนและนโยบายต้องคำนึงถึงผลประโยชน์สาธารณะเป็นหลัก

บทเรียนสำหรับอนาคต

เรื่องนี้เป็นบทเรียนเกี่ยวกับความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์ และความโปร่งใสของนักการเมืองไทย การตรวจสอบและถ่วงดุลทางการเมืองเป็นสิ่งสำคัญไม่ว่าจะอยู่ในยุคสมัยไหน ทั้งนี้ สังคมออนไลน์ได้มีบทบาทในการทำให้เหตุการณ์เช่นนี้กลายมาเป็นกระแสที่มีการจับตามองจากทั่วประเทศ

ศาลรัฐธรรมนูญ ฟัน ‘พิเชษฐ์’ พ้นตำแหน่ง

กรณีนี้จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สะท้อนให้เห็นถึงการทำงานขององค์กรตรวจสอบที่สามารถตัดสินใจเชิงประจักษ์ได้อย่างรวดเร็ว ป้องกันการละเลยและช่วยปิดช่องโหว่ที่อาจกลายเป็นแบบอย่างในทางลบต่อการเมืองไทย

บทบาทของเทคโนโลยีในประชาธิปไตยไทย

อย่างที่กล่าวไปข้างต้น ปัจจัยหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมความโปร่งใสคือเทคโนโลยี เช่น การเผยแพร่ข้อมูลการใช้งบประมาณแบบออนไลน์ หรือแพลตฟอร์มตรวจสอบค่าใช้จ่ายของรัฐบาล ซึ่งช่วยให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการติดตาม กล่าวอย่างง่ายๆก็คือ เทคโนโลยีไม่ใช่แค่เครื่องมือสำหรับความสะดวก แต่ยังเป็นปัจจัยสำคัญของระบอบประชาธิปไตยในยุคดิจิทัลด้วย

การตัดสินใจจากรัฐธรรมนูญในครั้งนี้จึงเป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังนักการเมืองทุกฝ่ายให้รักษากรอบตามบทบาทของตนไว้ให้ชัดเจน สังคมไทยในโลกปัจจุบันติดตามประเด็นเหล่านี้ผ่านสื่อสารหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นโซเชียลมีเดีย, ข่าวออนไลน์ หรือแพลตฟอร์มที่เปิดให้วิพากษ์วิจารณ์ได้อย่างเสรี ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการเฝ้าระวังการใช้อำนาจที่ผิดวัตถุประสงค์

บทสรุป: อย่าอยู่เหนือกฎหมายด้วยบทบาทใดก็ตามในระบบ ไม่ว่าจะเป็นภาคส่วนของความบันเทิงหรือด้านเทคโนโลยี การติดตามความเคลื่อนไหวของรัฐและบุคคลสาธารณะเป็นเรื่องที่ทุกคนยากจะมองข้าม หากคุณเห็นด้วยกับการใช้งบที่โปร่งใส อย่าลืมติดตามข่าวสารและร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง ด้วยการแบ่งปันและตรวจสอบข้อมูลสาธารณะให้ได้รับการเผยแพร่อย่างตรงไปตรงมา

ที่มา – ศาลรัฐธรรมนูญ ฟัน “พิเชษฐ์’ พ้นตำแหน่ง แปรงบ 69 ลงพื้นที่ตัวเองขัดรัฐธรรมนูญ

“เทพศิรินทร์” ยังไร้พ่าย เชือด “พิชญบัณฑิต” ศึกลูกหนังขาสั้น “เดลินิวส์ คัพ 2025” อย่างสุดมันส์

“เทพศิรินทร์” ยังไร้พ่าย เชือด “พิชญบัณฑิต” อย่างสุดระทึก

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2568 ที่สนามของมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ได้มีการจัดการแข่งขันฟุตบอลรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ในศึก “เทพศิรินทร์” ยังไร้พ่าย เชือด “พิชญบัณฑิต” ศึกลูกหนังขาสั้น “เดลินิวส์ คัพ 2025” โดยเป็นการแข่งขันรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปีประเภท ก. ซึ่งจัดโดยร่วมกันระหว่างกรมพลศึกษากับเดลินิวส์ ถ้วยพระราชทานของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

เกมครึ่งแรก: พิชญบัณฑิตบุกไม่หยุด แต่ยังเจาะประตูไม่ได้

เกมดังกล่าวเริ่มต้นด้วยความเข้มข้น เมื่อ “พิชญบัณฑิต” เปิดเกมบุกได้อย่างน่าประทับใจ ใช้เวลาหลายนาทีในการตั้งเกมบุกและได้ลุ้นทำประตูหลายต่อหลายครั้ง โดยเฉพาะการเล่นริมเส้นและการยิงจากนอกกรอบ แต่ก็ไม่สามารถเจาะตาข่าย “เทพศิรินทร์” ได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว

ฝั่ง “เทพศิรินทร์” หรือ “ลูกแม่รำเพย”เอง แม้จะปล่อยให้คู่แข่งบุกได้มาก แต่ก็โชว์ความรวดเร็วในการโต้กลับ และทำให้คู่แข่งไม่กล้าประมาท โดยภาพรวมของการแข่งขันในครึ่งแรก ถือว่าทั้งสองทีมสู้กันได้อย่างสนุกสนาน แต่ไม่มีใครได้เปรียบมากจนเกินไป สุดท้ายจบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 0-0

เกมครึ่งหลัง: สิทธาเปลี่ยนโอกาสให้เป็นประตูสุดเฉียบคม

ในช่วงครึ่งหลัง “พิชญบัณฑิต” ยังคงเดินเกมบุกต่อเนื่อง แต่แนวรับของ “เทพศิรินทร์” ที่แข็งแกร่งและมีวินัยทางแท็คติกช่วยกันปิดโอกาสในการยิงของคู่แข่งได้อย่างยอดเยี่ยม กลับกัน “เทพศิรินทร์” ก็อาศัยจังหวะโต้กลับเร็วได้ลุ้นอย่างต่อเนื่อง จนมาถึงนาทีที่ 67 “เทพศิรินทร์” ได้ประตูนำจากลูกเปิดทางฝั่งขวา โดย สิทธา แพ่งสภา วิ่งมาซัดด้วยเท้าขวาเข้าประตูไปอย่างเด็ดขาด

หลังจากได้ประตูขึ้นนำ ทั้งสองทีมต่างเร่งเครื่องเพื่อหวังทำประตูเพิ่ม แต่เกมก็ยังคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง สกอร์ยังคงอยู่ที่ 1-0 และจบเกมในเวลาที่กำหนดด้วยผลการแข่งขันนี้

ผลการแข่งขันชี้ให้เห็นความได้เปรียบของเทพศิรินทร์

ผลปรากฏว่า “เทพศิรินทร์” เอาชนะ “พิชญบัณฑิต” ไปได้หวุดหวิด 1-0 ในการแข่งครั้งนี้ ช่วยเพิ่มคะแนนเป็น 15 คะแนน โดยลอยลำเข้าสู่รอบต่อไป ขณะที่ “พิชญบัณฑิต” แม้ว่าจะยังมีลุ้น แต่มีเพียง 6 คะแนน และรั้งอยู่อันดับที่ 6 ของกลุ่ม B ทำให้ต้องลุ้นหนักในเกมนัดต่อไป

การแข่งขันระดับเยาวชนที่สร้างจุดเปลี่ยน

  • เป็นแรงบันดาลใจให้กับเยาวชน
  • สะท้อนถึงความสามารถของโค้ชทีมเยาวชน
  • ช่วยสร้างความสนุกและช่องทางสำหรับแฟนบอลได้ติดตาม
  • เป็นเวทีสำหรับเด็กฝึกหัดเพื่อก้าวสู่อาชีพ

ศึกฟุตบอลเยาวชนในรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปีอย่าง “เทพศิรินทร์” ยังไร้พ่าย เชือด “พิชญบัณฑิต” ศึกลูกหนังขาสั้น “เดลินิวส์ คัพ 2025” ไม่เพียงแค่เป็นการแข่งขันทางฟุตบอลเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีที่สร้างโอกาสให้เยาวชนได้ใช้สิ่งที่เรียนรู้ทั้งการทีมเวิร์ก การวางแผนเล่น และทัศนคติที่ดีต่อวงการกีฬาไทย

เรื่องนี้ถือเป็นอีกตัวอย่างว่า ความแข็งแกร่งไม่จำเป็นต้องมาจากพละกำลัง แต่การอ่านเกมและจังหวะตัดสินใจได้ดีก็สามารถทำให้คว้าชัยชนะได้แม้จะไม่ได้ครองบอลมากที่สุดก็ตาม หากคุณชื่นชอบติดตามข่าวกีฬาเยาวชน เราแนะนำให้รอชมเกมต่อไปของ “เทพศิรินทร์” ในรอบตัดเชือกเพื่อดูว่าพวกเขาจะสามารถรักษาฟอร์มได้แบบนี้ต่อไปหรือไม่

ที่มา – “เทพศิรินทร์” ยังไร้พ่าย เชือด “พิชญบัณฑิต” ศึกลูกหนังขาสั้น “เดลินิวส์ คัพ 2025”

อาชีวศึกษาเอกชน เรียกร้องรัฐบาลเพิ่มสัดส่วนเงินกู้ กยศ. ให้มากขึ้น

อาชีวศึกษาเอกชน วอนรัฐบาลปรับเพดานเงินกู้ กยศ.

เมื่อเร็วๆ นี้ นายวิเชียร เนียมน้อม นายกสมาคมวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย ได้ออกมาแสดงความเป็นห่วงเกี่ยวกับปัญหาการเข้าถึงเงินกู้เพื่อการศึกษา (กยศ.) ที่ยังไม่เพียงพอสำหรับนักเรียนและนักศึกษาระดับอาชีวศึกษาเอกชน โดยปัจจุบันมีวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชนทั่วประเทศรวม 418 แห่ง กระจายอยู่ตามภูมิภาคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพฯ ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้

ปัญหาหลักคือการเข้าถึงเงิน กยศ. ไม่เพียงพอ

จากข้อมูลที่สมาคมรายงาน พบว่ามีนักเรียน นักศึกษาในระดับอาชีวศึกษาเอกชน เช่น ปวช. และ ปวส. กว่า 340,000 คน และมีความต้องการในการกู้ยืมเพื่อการศึกษาเพิ่มขึ้นทุกปี แต่บางครั้งกองทุน กยศ. มีข้อจำกัดในด้านจำนวนเงิน ทำให้นักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ไม่สามารถสมัครกู้ได้ตามความต้องการ และส่งผลต่อการศึกษาต่อของผู้เรียนโดยตรง

โดยเฉพาะกลุ่มศิษย์ระดับอาชีวศึกษาที่จบออกมาแล้วพร้อมทำงานตามสาขาที่มีความต้องการในตลาดแรงงาน จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนเป็นพิเศษ เพื่อเพิ่มจำนวนแรงงานที่มีทักษะตรงตามความต้องการของประเทศ

ทำไมต้องให้ความสำคัญกับอาชีวศึกษาเอกชน?

  • อาชีวศึกษาเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจฐานราก
  • สถานศึกษาเอกชนเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมนักศึกษาเข้าสู่ตลาดแรงงาน
  • ความต้องการเงินกู้ต่อปีเพิ่มขึ้น แต่สัดส่วนของ กยศ. ไม่สามารถรองรับได้

ในมุมมองเศรษฐกิจ กลุ่มผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษานั้นมีศักยภาพในการทำงานได้ทันที ไม่ต้องผ่านการฝึกอบรมเพิ่มเติมมากเหมือนสาขาอื่นๆ ดังนั้น การเพิ่มโอกาสให้เด็กกลุ่มนี้ได้มีสิทธิ์กู้ยืมกยศ. จึงเปรียบเสมือนการลงทุนให้กับทุนความรู้ ทักษะ และแรงงานของประเทศ เพราะเงินกยศ. หากจัดสรรได้อย่างเหมาะสม จะช่วยลดช่องว่างทางสังคม และเปิดโอกาสให้เยาวชนได้พัฒนาตนเอง

เสนอให้รัฐบาลเร่งปรับนโยบายเรื่องเงินกู้นักศึกษา

นายวิเชียร ยังกล่าวด้วยว่า สมาคมได้ประสานงานกับทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการคลัง เพื่อขอให้เร่งเพิ่มสัดส่วนการกู้ในกลุ่ม อาชีวศึกษาเอกชน ให้มากขึ้น รวมถึงพิจารณาความต้องการของตลาดแรงงาน เพื่อให้ผู้เรียนสาขาที่จำเป็นได้รับการสนับสนุนอย่างเหมาะสม

การศึกษายังเป็นเรื่องสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีและอุตสาหกรรม เพราะกลุ่มนักศึกษาอาชีวศึกษามักมีโอกาสในการทำงานสายเทคโนโลยี วิศวกรรม และการบริการวิชาชีพที่ตอบโจทย์ Thailand 4.0 หากปรับเรื่องงบประมาณและสัดส่วนการกู้ได้ ภารกิจเร่งการพัฒนาเศรษฐกิจก็มีโอกาสประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น

ทิศทางและบทบาทของรัฐในอนาคต

Association อยากให้รัฐบาลเห็นศักยภาพของ อาชีวศึกษาเอกชน เพราะนอกจากจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำแล้ว ยังสร้างช่องทางให้คนทุกระดับเข้าถึงการศึกษา และเข้าสู่การทำงานได้โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นในระดับช่างอุตสาหกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือการบริการต่างๆ ที่กำลังขาดแคลนแรงงานทักษะเฉพาะทาง

เชื่อว่าหากมีการกระจายงบประมาณและเพิ่มปริมาณโควตาผู้กู้ในสาย อาชีวศึกษาเอกชน ได้มากขึ้น จะช่วยเสริมทัพภารกิจพัฒนาประเทศให้เป็นรูปธรรม ฝากความหวังไว้ว่านโยบายให้ความช่วยเหลือด้านการศึกษาควรคำนึงถึงผู้เรียนกลุ่มนี้อย่างยั่งยืน

หากคุณสนใจหรือนักศึกษาในสายอาชีวศึกษา ร่วมเป็นหนึ่งในเสียงสะท้อนเพื่อเรียกร้องสิทธิ์ให้กลุ่มที่ต้องการมากที่สุด สามารถติดตามและร่วมมือกับองค์กรที่ให้การสนับสนุนอาชีวศึกษาเอกชน รวมถึงติดตามการเปลี่ยนแปลงนโยบายจากรัฐอย่างใกล้ชิด

ที่มา – ‘อาชีวศึกษาเอกชน’ วอนรัฐบาลให้ความสำคัญ ขอเพิ่มสัดส่วนกู้ยืมกยศ.

กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยเปิดเกมรุนแรง เอาชนะวิชูทิศพร้อมคว้าชัยเดลินิวส์คัพ 2025

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2568 ได้เกิดการแข่งขันฟุตบอลที่สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนบอลทั่วไป โดยเป็นศึกระดับโรงเรียนในรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ประเภท ก. ที่จัดขึ้นภายใต้ชื่อรายการ ‘เดลินิวส์คัพ 2025’ ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘กรมพลศึกษา เดลินิวส์คัพ 2025’ ที่สนามของมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

คู่การแข่งขันที่น่าจับตาในวันนี้ คือระหว่าง ‘กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย’ และ ‘วิชูทิศ’ ในกลุ่ม B ซึ่งเป็นเกมที่เต็มไปด้วยความมันส์และทั้งสองทีมต่างงัดฟอร์มที่ดีที่สุดออกมาเพื่อแสวงหาชัยชนะ

กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยครึ่งแรกดุดัน

ในช่วงครึ่งแรก กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยหรือที่รู้จักกันในฉายา ‘ชงโคสีม่วง’ เริ่มเกมได้เป็นอย่างดี โดยสามารถขึ้นนำได้ตั้งแต่นาทีที่ 17 จากจังหวะทำชิ่งหน้ากรอบเขตโทษก่อนที่ทาง กิตติภพ ชีพันคุง จะหลุดเข้าไปยิงลอดขาผู้รักษาประตู สกอร์ตอนนั้นเป็น 1-0

หลังจากได้เปรียบตั้งแต่ก้าวเข้าสู่เกม นักเตะกรุงเทพคริสเตียนยังคงบุกอย่างต่อเนื่อง แม้ทางวิชูทิศจะอาศัยเกมสวนกลับสร้างโอกาสได้หลายครั้ง แต่ก็ยังติดอยู่ที่แนวรับของคริสเตียนที่แน่นหนา สุดท้ายหมดครึ่งแรกด้วยสกอร์นำที่ 1-0 สำหรับกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย

ครึ่งหลังตื่นเต้นสุดกู่

ในครึ่งหลังเกมกลับมาสู่สถานการณ์สูสีเมื่อวิชูทิศสามารถยิงตีเสมอ 1-1 ได้สำเร็จในนาทีที่ 54 จากลูกฟรีคิกของ นฤเทพ ศรีโลเพี้ยน ที่ขึ้นโขกแบบไม่มีตัวประกบบอลเสียบเสาเข้าไปอย่างสวยงาม

ทว่า ‘กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย’ ยังคง สปิริตของทีมยอดเยี่ยม กลับมานำอีกครั้งเป็น 2-1 ในนาทีที่ 70 จากความสามารถของ จอมพล หอมบุญมา ที่รับบอลจากริมเส้นขวาก่อนตัดสินใจยิงเล่นทางเข้าประตูไป

เกมยังกลับมาให้แฟนบอลได้ลุ้นจนครบถ้วน 90 นาที และช่วงนาทีสุดท้าย กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ปิดกล่องทำคะแนนเพิ่มได้สำเร็จจากจังหวะสวนกลับของ กีรติสกุล จันทโลก ที่หลุดเดี่ยวก่อนจะยิงบอลเสียบมุมเข้าไป ในนาทีที่ 90 นำห่างสุดท้าย 3-1 ขณะที่ทั้งสองทีมสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมอย่างมาก

สรุปผลหลังเกมจบ

  • กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย เก็บชัยชนะไป 3-1 เล่นมาแล้ว 5 เกม มีคะแนนรวม 9 แต้ม รั้งที่ 3 ของกลุ่ม B
  • วิชูทิศ เก็บไป 0 คะแนน จากการเล่น 4 เกม ลงมาเป็นอันดับท้ายของตารางเดียวกัน

ความคิดเห็นหลังเกม

หลังเกมจบ สิ่งที่น่าสนใจคือการยืนหยัดของกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยที่แม้จะเสียประตูในช่วงครึ่งหลังแต่ก็ยังกลับมาลุยและคว้าชัยโดยตลอด ถือเป็นการแสดงถึงความมุ่งมั่นที่น่าชื่นชม จากฟอร์มเกมที่ผ่านมา คริสเตียนวิทยาลัยมีแนวโน้มเข้ารอบในศึกลูกหนังขาสั้น ‘เดลินิวส์ คัพ 2025’ ด้วยความพร้อมของทีมและความสมดุลในการบุกและรับที่ยอดเยี่ยม

หากคุณเป็นแฟนกีฬาโรงเรียน และติดตามสนามฟุตบอลระดับเยาวชน กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย น้อยครั้งที่คุณจะพบทีมที่ผสมผสานกลยุทธ์ด้วยศิลปะการเล่นและการจัดทีมได้อย่างลงตัวแบบนี้ เชื่อว่า ‘กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย’ จะโชว์ฟอร์มได้ดีกว่าในรอบถัดไป

ที่มา – “กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย” เก็บชัยเหนือ “วิชูทิศ” ศึกลูกหนังขาสั้น “เดลินิวส์ คัพ 2025”

อาจารย์สุดช้ำ เมียปันใจแอบกินกับ ‘รอง ผอ.’ เพื่อนรัก กอดจูบชัดๆ บอกแค่หยอกล้อ

เรื่องราวความรักสามเศร้าที่สะเทือนวงการศึกษาไทย

อาจารย์วิทยาลัยคนหนึ่งออกมาร้องเรียนผ่านมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม หลังจากที่เขาต้องเผชิญกับเหตุการณ์ปวดใจซ้ำซ้อน เมื่อภรรยาของเขามีความสัมพันธ์แอบแฝงกับ ‘รอง ผอ.’ วิทยาลัยที่ตนเองทำงานอยู่ และเป็นเพื่อนซี้ที่รู้ใจกันมากว่ากว่าสิบปี

จากความรักกลายเป็นความเจ็บช้ำ

นายเอ อาจารย์ประจำวิทยาลัยนามสมมุติ เล่าว่าจากเคยใช้ชีวิตครอบครัวอย่างมีความสุขหลังจดทะเบียนสมรสกับภรรยามานานหลายสิบปี จนมีลูกสาวด้วยกัน 3 คน แต่พฤติกรรมของภรรยาเริ่มเปลี่ยนไปในปี 65 โดยเฉพาะเมื่อร้านค้าของภรรยาอยู่ภายในสหกรณ์ของวิทยาลัย ที่มี ‘รอง ผอ.’ เข้าออกบ่อยครั้ง

อาจารย์สุดช้ำต้องค้นความจริงด้วยตัวเอง

เพื่อคลายข้อสงสัย จึงได้แอบติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ในร้าน และพบหลักฐานช็อกใจเมื่อวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา ขณะที่ภรรยาและ ‘รอง ผอ.’ ได้แสดงพฤติกรรมใกล้ชิดเกินเลยโดยมีการกอดจูบ แถมภรรยายังถอดเสื้อให้เห็นหน้าอก สิ่งที่เห็นในคลิปเป็นการกระทำที่คนทั่วไปมองก็รู้ได้เลยว่าทั้งสองคนมีอะไรกันมากกว่าแค่ ‘หยอกล้อ’

‘อาจารย์สุดช้ำ’ รู้สึกสิ้นหวัง ไม่ได้รับการช่วยเหลือ

แม้จะร้องเรียนทั้งไปที่สำนักนายกรัฐมนตรีและสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา (สอศ.) แต่กลับไม่มีการรับเรื่องอย่างจริงจัง สิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกช้ำซ้อน จนตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากทนายความ และมูลนิธิว่าความยุติธรรมในสังคม

กฎหมายช่วยได้มากกว่าที่คุณคิด

  • ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กรณีผู้บังคับบัญชาเพิกเฉยไม่ดำเนินการ
  • กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516 สามารถฟ้องเรียกค่าเสียหายจากคู่ชู้ได้

ทนายรณณรงค์ยังชี้ว่า การกระทำลักษณะนี้เป็นการทำลายศักดิ์ศรีแห่งวิชาชีพครู และบ่อนทำลายความไว้วางใจของประชาชนต่อระบบการศึกษาไทยอีกด้วย มูลนิธิพร้อมเดินหน้าผลักดันให้มีการสอบวินัยอย่างรัดกุม และหากยืนยันความผิดจริง ควรให้ชู้คู่นี้ถูกไล่ออกจากราชการทันที

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้ในระบบราชการและองค์กรการศึกษา ก็ไม่เว้นวายจากปัญหาความสัมพันธ์นอกกฎหมาย เมื่อ ‘อาจารย์สุดช้ำ เมียปันใจแอบกินกับ ‘รอง ผอ.’ เพื่อนรักจนลุกลามบานปลายและเกือบจะส่งผลต่อชีวิตของผู้เสียหายในทางลบ’

บทสรุปและบทเรียนสำคัญ

เรื่องนี้ควรเป็นจุดเปลี่ยนที่กระทรวงศึกษาธิการและสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ต้องเร่งสอบและดำเนินการอย่างจริงจัง ศักดิ์ศรีของตัวบุคคลและองค์กรต้องได้รับการปกป้อง เพื่อเป็นการรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนในระบบนี้ให้กลับคืนมา

เหตุการณ์เช่นนี้ไม่ใช่เรื่องเบา แต่ควรนำไปสู่การตั้งคำถามถึงจรรยาบรรณของครูสอนศิษย์ แต่กลับประพฤติตนไม่สำรวม การฟ้องร้องและการสอบวินัยจึงจำเป็นอย่างมากเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นซ้ำ

หากคุณหรือคนรอบตัวมีปัญหาในลักษณะนี้ อย่าเก็บไว้ ควรรีบปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือมูลนิธิด้านกฎหมายทันที เพราะการแก้ไขตั้งแต่เนิ่นๆ อาจช่วยรักษาชีวิตคู่และอาชีพของคุณได้

ที่มา – อาจารย์สุดช้ำ! เมียปันใจแอบกินกับ “รอง ผอ.” เพื่อนรัก กอดจูบชัดๆ บอกแค่หยอกล้อ

มาสด้าจัดแคมเปญใหญ่แห่งปี “ซื้อรถลุ้นรถ” กับโชค 2 ต่อสูงสุด 1.8 ล้านบาท

มาสด้าได้จัดแคมเปญแห่งปีที่เรียกได้ว่าเป็นโอกาสทองสำหรับคนที่มองหารถยนต์คันใหม่ ภายใต้ MAZDA MID-YEAR SURPRISE ข้อเสนอมาสด้าแห่งปี “ซื้อรถลุ้นรถ” ลูกค้าที่จองและออกรถมาสด้าทุกรุ่นภายในช่วงกำหนดจะมีสิทธิ์ลุ้นโชคก้อนใหญ่ มูลค่ารวมกว่า 1.8 ล้านบาท พร้อมข้อเสนอพิเศษอื่น ๆ อีกมากมาย

มาสด้าจัดแคมเปญใหญ่แห่งปี “ซื้อรถลุ้นรถ” ช่วยเติมเต็มความสุข

แคมเปญ มาสด้าจัดแคมเปญใหญ่แห่งปี “ซื้อรถลุ้นรถ” เริ่มขึ้นระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม 2568 – 30 กันยายน 2568 เป็นช่วงเวลาสำคัญที่มาสด้าต้องการเชิญชวนลูกค้าใหม่ให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวมาสด้า และมอบประสบการณ์เหนือระดับที่สอดคล้องกับแนวทางของแบรนด์ “Joy Drives Live” หรือ “ความสุขขับเคลื่อนชีวิต” ทั้งในด้านการขับขี่และประสบการณ์อื่น ๆ ที่มาพร้อมกับการเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้า

กิจกรรมลุ้นโชค 2 ต่อ: ซื้อรถลุ้นรถ!

ภายในแคมเปญนี้ ลูกค้าที่ออกรถยนต์มาสด้าทุกรุ่นในช่วงเวลาที่กำหนด จะมีสิทธิ์ลุ้นของรางวัลใหญ่ 2 ต่อ ได้แก่:

  • รางวัลประจำเดือน: รวมถึง 260 รางวัล พร้อมแจกทุกวัน!
  • ของรางวัลใหญ่ประจำแคมเปญ: รถยนต์ NEW MAZDA2 ESSENTIAL รุ่น 1.3 PRIME ในจำนวน 1 รางวัล

เป็นโอกาสที่จะได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการใช้รถ ตลอดจนโอกาสลุ้นรับรถยนต์นวัตกรรมใหม่จากมาสด้า!

ความพิเศษเฉพาะ Mazda Family

สำหรับผู้ที่เคยเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้าหรือสมาชิกครอบครัวของพวกเขา แคมเปญนี้ไม่เพียงแค่เป็นข้อเสนอ “ซื้อรถลุ้นรถ” แต่ยังได้รับสิทธิ์เพิ่มเติมอย่าง บัตรน้ำมันมูลค่าสูงสุด 30,000 บาท ซึ่งถือเป็นการขอบคุณลูกค้าที่อยู่กับแบรนด์มาสด้าอย่างต่อเนื่อง

ทำไมต้องใช้โอกาสนี้ลุยออกรถ?

แคมเปญ ซื้อรถลุ้นรถ มาสด้า ไม่ใช่ของแถมครั้งเล็ก ๆ แต่ถือเป็นการมอบมูลค่าให้ลูกค้าในระดับที่น่าสนใจ ซึ่งรวมถึง:

  • ส่วนลดสูงสุด 150,000 บาท สำหรับรุ่นที่ร่วมรายการ
  • ลุ้นรถกับโอกาสทอง หนึ่งเดียวในรอบปีที่จะได้เป็นเจ้าของ Mazda2
  • คืนกำไรให้ลูกค้าอย่างเต็มที่ สะท้อนถึงจุดยืนของแบรนด์ที่พร้อมตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกด้าน

แคมเปญนี้มาพร้อมกับความคุ้มค่าและแรงยกตลาดรถยนต์ครึ่งปีหลัง ซึ่งมีอายุการจัดขึ้นจำกัด เพียงแค่สองเดือนเท่านั้น ลูกค้าที่สนใจควรรีบตัดสินใจ จัดการสอบถามจากที่ปรึกษาการขายตามโชว์รูมต่าง ๆ ทั่วประเทศ หรือศึกษาเพิ่มเติมผ่าน เว็บไซต์ทางการของมาสด้า

สรุป: คุ้มค่าจริงจัง ห้ามพลาดแคมเปญ “ซื้อรถลุ้นรถ” มาสด้า

ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ซื้อรถครั้งแรก หรือเป็นแฟนพันธุ์แท้มาสด้า มาตรฐานของแบรนด์และการจัดกิจกรรม “ซื้อรถลุ้นรถ” ในช่วงครึ่งปีหลังของ Mazda Sales (Thailand) สื่อถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับประสบการณ์ลูกค้า อย่าพลาดโอกาสก้อนใหญ่ที่เกิดขึ้นได้แค่ปีละครั้ง!

คุณก็สามารถเป็นเจ้าของรถใหม่และร่วมตื่นเต้นกับการลุ้นรถไปพร้อมกัน อย่าลืมเข้าไปสำรวจ www.mazda.co.th ตอนนี้ เพื่อดูว่ามาสด้ารุ่นที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์คุณคืออะไร

2 ทหารเขมร สาบานไม่รบกับไทย หลังได้รับความช่วยเหลือก่อนถูกส่งตัวกลับประเทศ

2 ทหารเขมร สาบานไม่รบกับไทย หลังได้รับความช่วยเหลืออย่างมนุษยธรรม

วันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุการณ์น่าประทับใจขึ้น ณ จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม จังหวัดสุรินทร์ โดยทหารไทยได้นำทหารกัมพูชา 2 นาย ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะบริเวณชายแดน ส่งตัวกลับประเทศอย่างปลอดภัย พร้อมด้วยคำสาบานอันลึกซึ้งว่าจะไม่เข้าร่วมการสู้รบกับฝ่ายไทยอีก

สองทหารผู้โชคร้ายที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม

นายทหารคนแรกที่มีชื่อว่า สิบเอก มอม ริทธี มีอาการบาดเจ็บสาหัส โดยแขนหักและมีแผลเน่าที่บริเวณสะโพกด้านขวา หลังถูกพบในสภาพร้ายแรงและขอกำลังใจจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย สำหรับอีกหนึ่งรายคือ ว่าที่ร้อยตรีอาง เอือง พบว่ามีอาการผิดปกติทางจิตใจ จากความเครียดจากการรบ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า ควรให้ครอบครัวดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้อาการแย่ลง

การส่งตัวตามหลักมนุษยธรรมและความร่วมมือระหว่างสองประเทศ

การส่งตัวทหารทั้งสองรายกลับสู่ประเทศกัมพูชาในครั้งนี้ ดำเนินตาม อนุสัญญาเจนีวา รวมถึง พ.ร.บ. ป้องกันการทรมานและอุ้มหาย รวมถึง พ.ร.บ. คนเข้าเมือง อย่างเคร่งครัด โดยทั้งสองฝ่ายยึดหลักการปฏิบัติต่อกันด้วยความเคารพและความเป็นมนุษย์ แม้ว่าจะเคยเป็นฝ่ายตรงข้าม แต่ในช่วงเวลายากลำบาก ต่างก็ยื่นมือเข้าช่วยเหลืออย่างจริงใจ


บทบาทของความเมตตาในการช่วยเหลือคนจากอีกฝั่ง

เรื่องราวของ 2 ทหารเขมร สาบานไม่รบกับไทย ในครั้งนี้สะท้อนถึงการรับมือกันด้วยใจมนุษย์มากกว่าการปฏิบัติเหมือนศัตรูโดยทหารฝ่ายไทยให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์ ความเข้าใจทางจิตวิทยา และการปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ความขัดแย้งไม่จำเป็นต้องสิ้นสุดด้วยความเกลียดชัง แต่สามารถมีจุดจบด้วยความปรารถนาดีและความเข้าใจร่วมกัน

บทสรุปของความร่วมมือและความหวังแห่งสันติภาพ

เรื่องราวนี้กลายเป็นจุดประกายแห่งความหวังไม่เพียงแต่ในระดับการทูต แต่ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงแนวทางที่ดีสำหรับการปฏิบัติต่อกันระหว่างประเทศ เหตุการณ์ที่จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม ทำให้เรารู้ว่านอกจากกฎหมายแล้ว สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งในการสร้างสันติคือ ความเมตตาและความเข้าใจซึ่งกันและกัน


แม้ว่าความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชาจะเคยเกิดขึ้นทั้งในอดีตและปัจจุบัน แต่กรณีของ 2 ทหารเขมร ที่ได้รับความเมตตาจากเจ้าหน้าที่ไทย เป็นตัวอย่างที่ดีของการhandlehuman + friendly oftensions ระหว่างประเทศได้อย่างสันติ

  • ความเห็นใจระหว่างทหารช่วยสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน
  • กฎหมายระหว่างประเทศอย่างอนุสัญญาเจนีวา มีบทบาทสำคัญในกรณีนี้
  • การส่งตัวกลับในครั้งนี้ส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ของทั้งสองประเทศ

ทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจ โดยคำสาบานของทหารทั้งสองว่าจะไม่เข้ารบกับฝ่ายไทยอีก ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่ามนุษย์สามารถเปลี่ยนจากการเป็น “ศัตรู” มาเป็น “ผู้เข้าใจกัน” ด้วยการกระทำที่เต็มไปด้วยเมตตา

ที่มา – 2 ทหารเขมร สาบานไม่รบกับไทย หลังได้รับความช่วยเหลือก่อนถูกส่งตัวกลับประเทศ

ซีพี แอ็กซ์ตร้า ใส่ใจสิ่งแวดล้อม มุ่งสู่ SDG 12 – การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน

เมื่อพูดถึงการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนในประเทศไทย บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ถือเป็นหนึ่งในผู้นำที่มีบทบาทสำคัญอย่างมาก ด้วยการร่วมงาน GCNT Expo 2025 – Forward SDGs Faster Together ซึ่งเป็นเวทีแสดงวิสัยทัศน์และผลักดันเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) โดยเฉพาะเป้าหมาย SDG 12 หรือ “การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน” อย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม

ยุทธศาสตร์ซีพี แอ็กซ์ตร้า เสริมสร้าง SDG 12 – การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน

สำหรับแนวทางสำคัญในการมุ่งสู่ SDG 12 – การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน ซีพี แอ็กซ์ตร้า ได้กำหนดยุทธศาสตร์หลักที่ช่วยทั้งสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจในระยะยาว ดังนี้

1) สนับสนุนเกษตรกรและ SMEs ผ่านแพลตฟอร์มเชื่อมโยงโอกาส

หนึ่งในแนวทางสำคัญคือการเชื่อมโยงเกษตรกรและธุรกิจขนาดเล็ก (SMEs) เข้ากับช่องทางการตลาดและตลาดโดยตรง เพื่อให้พวกเขามีโอกาสเติบโต โดยทางซีพี แอ็กซ์ตร้า จัดตั้ง “แพลตฟอร์มของโอกาส” ซึ่งไม่เพียงแค่ช่วยเพิ่มรายได้ แต่ยังสนับสนุนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งจัดอบรมเพื่อเสริมศักยภาพในการผลิตแบบยั่งยืน ในปัจจุบัน พื้นที่ดำเนินการของซีพี แอ็กซ์ตร้า สามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรและ SMEs แล้วรวมกว่า 28,727 ล้านบาทต่อปี

2) ลดคาร์บอนตลอดห่วงโซ่อุปทาน

ซีพี แอ็กซ์ตร้ามุ่งเน้นการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยร่วมมือกับคู่ค้าเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเตรียมแผนสำหรับจัดการกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมกันนี้ ยังส่งเสริมสินค้าและบริการที่มาพร้อมกับความยั่งยืน เพื่อให้บริษัทเป็นส่วนหนึ่งของแรงผลักดันในการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน

3) การจัดการและลดขยะผ่านโครงการต่าง ๆ

อีกหนึ่งความมุ่งมั่นของบริษัทคือการจัดการขยะตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน โดยในสาขาแม็คโครและโลตัส มีการคัดแยกขยะอาหารและนำมารีไซเคิลให้เกิดประโยชน์ เช่น การเปลี่ยนขยะให้เป็นอาหารสัตว์และน้ำหมักชีวภาพ (EM) เพื่อใช้ในเกษตรกรรม รวมทั้งนำองค์ความรู้ด้านการใช้ขยะอาหารไปเลี้ยงแมลง BSF ซึ่งสามารถกลายเป็นแหล่งโปรตีนสำหรับสัตว์เศรษฐกิจ อาทิ ไก่ เมื่อจัดการแบบหมุนเวียนได้ อาชีพเกษตรกรก็จะมีต้นทุนลดลงและสร้างความยั่งยืนทางธุรกิจได้

นอกจากนี้ บริษัทยังได้เปิดตัวโครงการ AXTRA Green Together โดยตั้งจุดรับขวดพลาสติก PET จากลูกค้านำไปแปรรูปเป็นเสื้อผ้า ช่วยลดขยะพลาสติกที่เป็นปัญหาใหญ่ของโลก และสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน

สร้างแรงผลักให้ SDG 12 – การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน ร่วมกัน

ภายในงาน GCNT Expo 2025 ผู้บริหารของซีพี แอ็กซ์ตร้า ได้ร่วมแบ่งปันวิสัยทัศน์อย่างโดดเด่น โดย คุณศิริพร เดชสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กรได้ขึ้นพูดถึงการจัดการขยะตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ต้นน้ำด้วยการรับซื้อสินค้าจากผู้ผลิตใกล้สาขาเพื่อลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากการขนส่ง รวมถึงกระตุ้นให้ลูกค้าบริโภคยั่งยืนด้วยกัน

พร้อมกับนี้ คุณวสันต์ สินพิทักษ์สกุล ได้พูดคุยเกี่ยวกับแนวทางการสร้างความยั่งยืนในการบริหารคนไว้สำหรับสังคมผู้สูงวัย และ ดร.อนันต์ วัชรพงษ์วินิจ ก็ร่วมเสนอแนวคิดในการลดคาร์บอนสู่เป้าหมาย Net Zero จึงแสดงถึงความร่วมมือหลากหลายมิติที่มุ่งสู่ SDG 12 – การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน

ซีพี แอ็กซ์ตร้า ได้ยึดมั่นหลักการดำเนินธุรกิจที่เติบโตเคียงข้างสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างคุณค่าร่วมกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง ทั้งลูกค้า พาร์ทเนอร์ และชุมชน เมื่อเราทุกคนลุกขึ้นมาสร้างการบริโภคอย่างมีจิตสำนึก การพัฒนาที่ยั่งยืนก็ไม่ใช่สิ่งไกลตัวอีกต่อไป

หากคุณกำลังมองหาแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตที่มีความยั่งยืน เพื่อโลกที่น่าอยู่ขึ้น ลองเริ่มจากทางเลือกเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน เหมือนที่ซีพี แอ็กซ์ตร้ากำลังทำอยู่ ทุกกำลังเล็ก ๆ เมื่อรวมกันกลายเป็นพลังใหญ่ สู่ SDG 12 – การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน

ที่มา – ซีพี แอ็กซ์ตร้า ใส่ใจสิ่งแวดล้อม มุ่งสู่ SDG 12 – การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน