ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ความฝันชาวไทยอยากเห็นรัฐบาลแบบไหน: เป้าหมายอยู่ที่ ‘การเลือกตั้ง’ หรือ ‘ความยั่งยืน’

ในยุคที่ผ่านมา ปัญหาที่คนไทยต้องเผชิญมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจตกต่ำ ความขัดแย้งทางสังคม และปัญหาการเมืองที่สะท้อนภาพลักษณ์ไม่ดี ทำให้ประชาชนเริ่มเบื่อหน่ายกับระบบที่ดูเหมือนทำงานไม่เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน

ความฝันชาวไทยอยากเห็นรัฐบาลแบบไหน: เป้าหมายอยู่ที่ ‘การเลือกตั้ง’ หรือ ‘ความยั่งยืน’

แต่ถ้าผู้นำมีวิสัยทัศน์เห็น “ประโยชน์สุขส่วนรวมของประเทศชาติ” เป็นเป้าหมาย ต้องการสะสางปัญหา ผ่าทางตัน เรียกคืนความเชื่อมั่น ปูทางสู่อนาคตที่ยั่งยืน หน้าตา ครม. จะ “หล่อ” อีกแบบหนึ่ง

อะไรคือสิ่งที่ประชาชนเบื่อหน่ายที่สุด นอกจากเรื่องพฤติกรรมของนักการเมืองหน้าเดิม ๆ แล้ว เรื่องเร่งด่วน คือปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ ปัญหาความขัดแย้งและความไม่มั่นคงตามแนวชายแดน ความแตกแยกของผู้คนในสังคม ไปจนถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ทรุดโทรม ปัญหาภัยพิบัติซ้ำซากทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ และที่ร้ายแรงที่สุดคือปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน และธรรมาภิบาลที่บิดเบี้ยวในระบบราชการ

รัฐบาลที่ดี ต้องมีเป้าหมายของความยั่งยืน

ทั้งหมดนี้ คือ “ปัญหา 4 เสาหลักของความยั่งยืน” ที่รัฐบาลไม่เคยให้ความสำคัญเร่งด่วน มีแค่วาทกรรมที่สวยหรู

ถ้าฝันได้ เราอยากเห็นรัฐบาลชุดใหม่ ที่มีภารกิจระยะสั้น เรียก “ความศรัทธา” ของประชาชนให้กลับคืนมา เราฝันว่า นายกรัฐมนตรีท่านใหม่จะสร้างความเชื่อมั่นโดย “สร้างการเปลี่ยนแปลงที่โดนใจประชาชน” โชว์แนวทางแก้ไข Pain Point ใหญ่ของชาติ ใช้วิธีคิด “พอเพียง ยั่งยืน” เป็นยุทธศาสตร์คืน “ประโยชน์สุข” ให้กับประชาชน

  • 1. คน คือ Brand การคัดเลือกคณะรัฐมนตรีที่ว้าว จะเรียกความเชื่อมั่นได้ทันที ไทยเรามีคนเก่ง คนดีมากมาย สามารถซ่อมแซมระบบราชการให้ดีขึ้นได้
  • 2. ภารกิจ ยิ่งใหญ่กว่าหน่วยงาน ในวิกฤติที่รุมเร้ามาทุกด้าน การทำงานแยกส่วนจะไม่เกิด Impact เราต้องรวมภารกิจเป็นหมวดหมู่ตามปัญหาสำคัญเร่งด่วน
  • 3. ชูโครงการเรือธงด้านความยั่งยืน มิใช่ประชานิยม รีบเปิดตัวโครงการ Flagship ระยะสั้นที่ว้าว ๆ ทั้ง 4 ด้าน

ถ้าฝันเป็นจริง เราจะเห็นการซ่อมแซมเสาหลักความยั่งยืน ดังนี้:

1. คน คือ Brand การคัดเลือกคณะรัฐมนตรีที่ว้าว จะเรียกความเชื่อมั่นได้ทันที ไทยเรามีคนเก่ง คนดีมากมาย สามารถซ่อมแซมระบบราชการให้ดีขึ้นได้ ซึ่งในภาวะปกติคนเก่งเหล่านี้คงไม่เปลืองตัวมารับใช้ชาติ และไม่อยากรับใช้รัฐบาลสีเทา ถ้านายกรัฐมนตรีท่านใหม่มี HR มืออาชีพ ช่วยสรรหาคนที่มีภาพลักษณ์ดี มีความสามารถตรงกับภารกิจของกระทรวงหลัก ไม่โอนเอียงตามอิทธิพลทางการเมือง รับรองเสียงเชียร์ถล่มทลาย แต่นี่คงเป็นแค่ฝัน

2. ภารกิจ ยิ่งใหญ่กว่าหน่วยงาน ในวิกฤติที่รุมเร้ามาทุกด้าน การทำงานแยกส่วนจะไม่เกิด Impact เราต้องรวมภารกิจเป็นหมวดหมู่ตามปัญหาสำคัญเร่งด่วน ที่ผ่านมา ทีมเศรษฐกิจแก้ปัญหาไม่ได้ ไม่ทันโลก ไม่ตอบโจทย์เศรษฐกิจท้องถิ่น เราต้องการรองนายกฯเศรษฐกิจที่มาจากเอกชน ที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ สร้าง “ดรีมทีมเศรษฐกิจ” คัดเลือกคนเก่ง ๆ ด้านการค้า การเงิน การลงทุน มาร่วมทำงานกับ รมต. กระทรวงเศรษฐกิจต่าง ๆ รีบแก้ปัญหาเศรษฐกิจฐานราก การส่งออก การท่องเที่ยว และดันเศรษฐกิจใหม่ที่ใช้ความยั่งยืนเป็นตัวสร้างความสามารถการแข่งขัน

ถ้าเราแก้ปัญหาเสาหลักเศรษฐกิจได้ เราก็ใช้วิธีเดียวกัน ให้รองนายกฯอีก 3 ท่าน สร้างดรีมทีมที่ระดมมืออาชีพในอีก 3 เสาหลัก “ดรีมทีมสังคม” “ดรีมทีมสิ่งแวดล้อม” และ “ดรีมทีมสันติภาพ และธรรมาภิบาล” รองนายกฯ 4 ท่านนี้ที่จริงแล้วคือ “ดรีมทีมความยั่งยืนแห่งชาติ” ที่มีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน

3. ชูโครงการเรือธงด้านความยั่งยืน มิใช่ประชานิยม เมื่อตั้งรัฐบาลได้ ให้รีบเปิดตัวโครงการ Flagship ระยะสั้นที่ว้าว ๆ ทั้ง 4 ด้าน 1. เศรษฐกิจ 2. สังคม 3. สิ่งแวดล้อม 4. สันติภาพและธรรมาภิบาล อาจจะเป็นโครงการเดี่ยว หรือชุดโครงการก็ได้ ที่ไม่ใช่การแจกเงิน กาสิโน หรือเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ การขับเคลื่อนชุดโครงการเรือธงทั้ง 4 ด้าน รีบทำโดยด่วน ด้วยดรีมทีมทั้ง 4 ที่มีรองนายกฯผู้รับผิดชอบรายงานตรงต่อประชาชนได้เลย นี่คือการโชว์ “หนังตัวอย่าง” เรือธงความยั่งยืน ที่ใช้ปัญหาความเดือดร้อนเร่งด่วนของประชาชนเป็นตัวตั้ง และ SDG เป็นเป้าหมาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และเรียกคะแนนเสียงในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีคนใหม่ สามารถทำตามคำแนะนำนี้ได้เกินครึ่ง จะเป็นการส่งสัญญาณว่า “นักการเมืองก็เป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม เห็นประโยชน์สุขส่วนรวม อยู่เหนือผลประโยชน์ส่วนตน” นี่คือนักการเมืองต้นแบบที่ประชาชนต้องการ

ทำแค่ 3 เรื่องนี้ให้ ว้าว จะเรียก “ศรัทธา” ของประชาชนคืนมา ภาพจำใหม่จะแตกต่างจากภาพความล้มเหลวในอดีต ที่เหล่านักการเมืองเชื่อถือไม่ได้ เอาประโยชน์ส่วนตนและพรรคพวกเป็นใหญ่สร้างสังคมสีเทา ขาดคุณธรรม จริยธรรม

ระหว่างนี้แม้จะเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านสั้น ๆ แต่ประชาชนก็มีความสุข อิ่มเอมกับ “ความฝัน” นี้ ในไม่ช้าเราคงจะต้องตื่นขึ้นมา เพื่อพบกับ “ความจริง”หวังว่าคราวนี้ ความจริงจะใกล้เคียงกับภาพที่พวกเราฝันไว้.

ที่มา – ความฝันชาวไทยอยากเห็นรัฐบาลแบบไหนเป้าหมายอยู่ที่ ‘การเลือกตั้ง’ หรือ ‘ความยั่งยืน’

เดลินิวส์ 9 ก.ย.ดึง 6 คนนอกเสริมทัพ บวรศักดิ์ รองฯ

หนังสือพิมพ์ เดลินิวส์ 9 กันยายน 2568 เปิดเผยข่าวสำคัญเกี่ยวกับการแต่งตั้งตำแหน่งรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรี โดยมีการดึงผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกพรรคเข้ามาร่วมงานเพิ่มเติม ถึง 6 ราย ขึ้นแท่นในรัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของพลเอก บวรศักดิ์ ธนะสิน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และพลเอก ศุภจี พัฒน์ธนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

เดลินิวส์ 9 ก.ย.ดึง 6 คนนอกเสริมทัพ บวรศักดิ์ รองฯ

หนึ่งในประเด็นใหญ่ที่เป็นที่จับตามองคือการที่รัฐบาลเตรียมเปิดทางให้บุคคลภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญและมีศักยภาพเข้ามารับตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจในการยกระดับบุคลากรของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีหลายประเด็นทั้งในและนอกประเทศที่ต้องการการบริหารจัดการอย่างเฉพาะทาง

บุคลากรใหม่ พร้อมพลังการปฏิรูป

ข่าวดีล่าสุดจากการรายงานของ หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ระบุว่า รัฐบาลในความหวังที่จะขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ จึงจับมือกับเหล่าผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายวงการ ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ให้เข้ามามีบทบาทอย่างจริงจังในรัฐบาลชุดนี้

  • 1. ดึงผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจที่มีประสบการณ์นานาชาติ
  • 2. แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิด้านนโยบายสาธารณะเข้าร่วมช่วยเหลือทางการเมือง
  • 3. เชิญนักวิชาการด้านกฎหมายเป็นที่ปรึกษาทางด้านกฎหมาย
  • 4. รับผู้บริหารระดับสูงจากเอกชนมารับตำแหน่งในกระทรวงแรงงาน
  • 5. ดึงผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลเพื่อดูแลการพัฒนาเทคโนโลยีรัฐ
  • 6. แต่งตั้งเมืองนอกที่มีความเข้าใจด้านการเมืองเข้าสรรหน้าที่

การแปรผันใหญ่ครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า รัฐบาลพร้อมเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่คำตอบต่อความคาดหวังของสังคมต้องเร่งด่วนและสอดคล้องตามเป้าหมายที่วางไว้

ทั้งนี้ ฝ่ายบริหารไม่เพียงแค่มองในระยะสั้น ยังเตรียมโครงสร้างคนรุ่นใหม่เข้ามามีบทบาทในระบบราชการ เช่น กรมการปกครอง กรมการพัฒนาชุมชน และหน่วยงานด้านความมั่นคงที่ต้องการแรงกระตุ้น

antigovernment ได้กลายเป็นคำศัพท์ที่ไร้ความหมายในรัฐบาลชุดนี้ โดย บวรศักดิ์ ธนะสิน ย้ำว่าจะไม่ประมาทต่อทุกข้อเสนอที่สร้างสรรค์ และอยากให้ทุกคนในรัฐบาลเข้าใจว่า “รัฐคือเรา” ซึ่งหมายถึงความรู้เท่าทันและการทำงานร่วมกัน

เดลินิวส์ 9 ก.ย. ยังรายงานข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจไม่น้อย เช่น เรื่องของโครงการคนละครึ่งที่กำลังจะกลับมาในโฉมใหม่ พร้อมประเมินความต้องการของผู้บริโภคอย่างมาก่อนปล่อยให้ประชาชน

ทั้งนี้คาดว่าในเร็ว ๆ นี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีการจัดทำแนวทางใหม่ที่ตอบโจทย์จริง ๆ ทั้งในแง่ของบริโภคและสั่งซื้อผ่านระบบออนไลน์ รองรับช่องทางโอนเงินแบบง่าย ๆ และต่อยอดความสำเร็จจากครั้งที่ผ่านมา

เมื่อพิจารณาทั้งหมด หากมองภาพรวมอาจกล่าวได้ว่า การดึง “คนนอก” เข้ามายังไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนแปลงแค่พื้นผิว แต่เป็นการทดลองปลูกฝังวัฒนธรรมการทำงานที่ใส่ใจสมรรถนะมากกว่าความสัมพันธ์ ซึ่งหากออกผลดี…อาจกลายเป็นรากฐานสำคัญของระบบที่ดีในอนาคตของไทย

ติดตามข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับ เดลินิวส์ 9 ก.ย. เพิ่มเติมในฉบับเต็มที่หน้าหนังสือพิมพ์และเว็บไซต์หลักของสำนักข่าวรายใหญ่ได้ทุกวัน

ที่มา – เดลินิวส์ 9 ก.ย.ดึง 6 คนนอกเสริมทัพ บวรศักดิ์ รองนายกฯ-ศุภจี พณ.

โตนาลีซัดชัยนาทีพาอัซซูรีเชือดอิสราเอลสุดระทึก

ศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก โซนยุโรป กลุ่ม I เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทีมชาติอิตาลี สวมหัวใจสิงห์บุกไปไล่แซงเชือด อิสราเอล แบบสุดระทึก 5-4 เดินหน้าเก็บชัยเป็นนัดที่ 2 ติดต่อกันได้สำเร็จ

โตนาลีซัดชัยนาทีพาอัซซูรีเชือดอิสราเอลสุดระทึก

เกมนี้เจ้าถิ่นออกตัวแรง เมื่อพังประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากการทำเข้าประตูตัวเองของ มานูเอล โลคาเตลลี มิดฟิลด์ทีมชาติอิตาลี ทว่ายี่ห้อ “อัซซูรี” ไม่เคยยอมแพ้ง่าย ๆ และตามตีเสมอเป็น 1-1 ได้จาก มอยส์ คีน ในนาทีที่ 40

ทีมอิตาลีกลับมาแย่งชัยทันควัน

ครึ่งหลัง อิสราเอล ยังไม่สิ้นฤทธิ์เมื่อแซงขึ้นนำ 2-1 ได้จากประตูของ ดอร์ เปเรตซ์ ในนาทีที่ 52 จากนั้น อิตาลี เร่งเครื่อง และรัวคืน 3 ประตูรวดจาก คีน นาทีที่ 54, มัตเตโอ โปลิตาโน นาทีที่ 59 และ จาโคโม ราสปาโดรี นาทีที่ 81 พลิกขึ้นนำ 4-2

อย่างไรก็ตาม อิสราเอล ฮึดสู้ และไล่ขึ้นมาเป็น 3-4 ได้จากการทำเข้าประตูตัวเองของ อเลสซานโดร บาสโตนี นาทีที่ 87 ก่อนที่ เปเรตซ์ จะซัดให้เจ้าถิ่นตีเสมอเป็น 4-4 ได้สำเร็จในนาทีที่ 89

โตนาลีซัดชัยนาทีพาอัซซูรีเชือดอิสราเอลสุดระทึก

กระทั่งช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90+1 แชมป์โลก 4 สมัย จึงมาแซงเข้าวิน 5-4 จนได้จากจังหวะที่ ซานโดร โตนาลี เปิดบอลเข้าไปในเขตโทษก่อนจะลอยผ่านนักเตะทุกคนเสียบเสาไกลเข้าไปอย่างเหลือเชื่อ

จากชัยชนะนัดนี้ทำให้ อิตาลี มี 9 คะแนนจาก 4 นัดรั้งอันดับ 2 ส่วน อิสราเอล มี 9 คะแนนเท่ากันจากการลงเล่น 5 นัด แต่ผลต่างประตูได้เสียเป็นรองรั้งอันดับ 3

อัซซูรีเปิดบ้านสู้เต็มที่

  • นาทีที่ 40 ประตูตีเสมอของมอยส์ คีน
  • นาทีที่ 52 เปเรตซ์ พาอิสราเอลแซง 2-1
  • ช่วงทดเจ็บ โตนาลี ซัดชัย 5-4 ให้อัซซูรี

ผลคู่อื่น กลุ่ม B โคโซโว ชนะ สวีเดน 2-0, สวิตเซอร์แลนด์ ชนะ สโลวีเนีย 3-0, กลุ่ม C เบลารุส แพ้ สกอตแลนด์ 0-2, กรีซ แพ้ เดนมาร์ก 0-3, กลุ่ม L ยิบรอลตา แพ้ หมู่เกาะแฟโร 0-1, โครเอเชีย ชนะ มอนเตเนโกร 4-0.

การกลับมาของ “อัซซูรี” นำโดยหัวใจอย่าง โตนาลี ทำให้เกมนี้กลายเป็นเกมน่าจดจำสำหรับแฟนบอลชาวอิตาลี

ที่มา – “โตนาลี” ซัดชัยนาทีบาปพา “อัซซูรี” เชือดอิสราเอลสุดระทึก

เรื่องน่ารู้ : ขมิ้น

ขมิ้นถือเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์มากมายในประเทศไทย ไม่ว่าจะนำมาประกอบอาหารหรือใช้ทางการแพทย์พื้นบ้าน ขมิ้นเป็นพืชล้มลุกที่เติบโตได้ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยมีอายุหลายปีและมีความสูงประมาณ 30-90 เซนติเมตร

เรื่องน่ารู้ : ขมิ้น

ขมิ้นเป็นไม้ล้มลุก ซึ่งหมายความว่าสามารถเติบโตได้ในฤดูฝนและฤดูแล้งในพื้นที่ที่มีความชื้นเพียงพอ เหง้าใต้ดินของขมิ้นมีลักษณะเป็นรูปไข่มีแขนงแตกออกเป็นทรงกระบอกจากด้านข้าง เมื่อหาดูภายในจะเห็นว่าเนื้อในมีสีเหลืองส้มและกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งเป็นที่มาของกลิ่นหอมและคุณค่าทางการแพทย์ของขมิ้น

ลักษณะใบของขมิ้น

ใบของขมิ้น จะเดี่ยวและแทงออกมาจากเหง้าเรียงกันเป็นวง ลำดับซ้อนทับกันอย่างเป็นระเบียบ โดยมีลักษณะเป็นรูปใบหอก มีขนาดกว้างประมาณ 12-15 เซนติเมตร ยาวประมาณ 30-40 เซนติเมตร

ใบของขมิ้นมีสีเขียวเข้มหรือสีเขียวอ่อน และเมื่อนำมาใช้จะมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ทำให้เหมาะกับการนำมาปรุงอาหาร เช่น ต้มยำ แกงเผ็ด หรือขมิ้นชัน นอกจากนี้ยังใช้ในการทำยาในตำรับยาแผนโบราณอีกด้วย

ดอกและลักษณะของผล

ดอกของขมิ้นจะออกเป็นช่อลักษณะทรงกระบอกบนปลายต้น โดยจะแทงออกมาระหว่างก้านใบ กลีบดอกจะมีสีเหลืองอ่อน มักจะบานพร้อมกัน 3-4 ดอก ซึ่งทำให้ต้นดูสวยงามและแปลกตา

นอกจากดอกที่สวยงามแล้ว ต้นขมิ้นยังให้ผลที่มีคุณประโยชน์ ผลของขมิ้นมีลักษณะเป็นรูปกลม และมี 3 พูภายใน ซึ่งในอดีตผลของขมิ้นก็ถูกนำมาใช้ในการรักษาอาการต่าง ๆ เช่น อาการปวดท้อง หรือไข้หวัด

ขมิ้นมีคุณสมบัติในการช่วยลดการอักเสบที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ต้านอนุมูลอิสระ และช่วยกระตุ้นการย่อยอาหารอีกด้วย ด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่สูง ขมิ้นจึงเป็นพืชที่คนไทยนิยมปลูกและใช้กันอย่างแพร่หลาย

ประโยชน์ของขมิ้นในชีวิตประจำวัน

  • ใช้ในอาหารไทยเพื่อเพิ่มรสชาติและกลิ่นหอม
  • ยับยั้งการอักเสบและช่วยฟื้นฟูร่างกาย
  • ลดอาการปวดท้องและท้องเสียได้
  • ใช้ทำเครื่องประดับหรือใช้ในพิธีกรรมทางศาสนา

กล่าวโดยสรุปแล้ว เรื่องน่ารู้ : ขมิ้นคือพืชสมุนไพรที่มีคุณประโยชน์ด้านสุขภาพและวัฒนธรรมของคนไทยไว้อย่างมาก การรู้จักลักษณะและประโยชน์ของขมิ้นจะช่วยให้เราสามารถนำพืชชนิดนี้ไปใช้ได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย

หากคุณสนใจในข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสมุนไพรไทย อย่าลืมติดตามเพจของเราที่จะนำเสนอเรื่องราวและคุณประโยชน์ของธรรมชาติรอบตัวคุณ

ที่มา – เรื่องน่ารู้ : ขมิ้น

เตือนอย่าซื้อเด็ดขาด!! เจ้าของร้านบอกเอง 4 เคล็ดลับเด็ดวิธีเลือก ‘กุ้งสด’

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบกุ้ง และมักเลือกซื้อกุ้งมาทำอาหารทานที่บ้าน คงจะมีคำถามในใจว่า กุ้งที่เรานั่งเลือกซื้อกลับมา สดและปลอดภัยจริง ๆ หรือไม่? เพราะแม้ว่ากุ้งจะเป็นอาหารทะเลที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ทั้งโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุต่าง ๆ แต่หากเลือกไม่ดี ก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้มากกว่าที่คิด

เตือนอย่าซื้อเด็ดขาด!! เจ้าของร้านบอกเอง 4 เคล็ดลับเด็ดวิธีเลือก ‘กุ้งสด’

จากข้อมูลที่เผยแพร่โดยเจ้าของร้านอาหารทะเลในประเทศจีนให้ไว้ว่า “กุ้ง” หากเลือกไม่ดี จะไม่เพียงแต่ทำให้รสชาติไม่อร่อยเท่านั้น แต่ยังอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ โดยเฉพาะกุ้งบางประเภทที่อาจมีสารปนเปื้อน หรือถูกเก็บไว้นานเกินกำหนด

เพื่อที่คุณจะได้กุ้งที่สดใหม่และปลอดภัย ควรสังเกตจากลักษณะต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นสีของเปลือก กลิ่น หรือความกระด้างของกุ้งเอง เจ้าของร้านอาหารทะเลจึงได้เปิดเผยเคล็ดลับสำคัญ ในการเลือกกุ้งสดจริง ดังนี้

1. หลีกเลี่ยงกุ้งที่เปลือกเหนียวเหนอะหนะ

กุ้งที่สดใหม่จะมีเปลือกที่แข็งกระด่างและแน่น หากเปลือกของกุ้งเริ่มดูเหนียวหรือหลวม แสดงว่ากุ้งนั้นไม่สดแล้ว หรืออาจถูกแช่แรมไว้ในอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจทำให้เนื้อเสียได้ง่าย

2. สังเกตกุ้งที่มีสีดำหรือคราบสีผิดปกติ

กุ้งที่มีจุดด่างดำ หรือมีสีผิดปกติ เช่น สีเทาหม่น สีน้ำเงินชัดเจน ควรหลีกเลี่ยง เพราะอาจเกิดจากการปนเปื้อนของแบคทีเรีย หรือสารเคมีที่ใช้ในกระบวนการแปรรูป

3. เว้นใจกุ้งที่มีกลิ่นเหม็นคาว

กลิ่นเป็นหนึ่งในดัชนีสำคัญที่สามารถบอกความสดของกุ้งได้ หากกุ้งที่คุณกำลังถืออยู่มีกลิ่นฉุนหรือเหม็นคาวแรง ๆ หมายความว่ากุ้งนั้นไม่ใช่กุ้งที่สด อาจถูกแช่เย็นหรือแช่แข็งไว้นาน จนมีการเสื่อมสภาพของเนื้อสัตว์

4. ระวังกุ้งที่หน้า-หางแห้งหรือบิดเบี้ยว

กุ้งที่สดจะมีหน้าและหางคงรูป ไม่แห้งกร้าน หากคุณเห็นกุ้งที่หน้าหรือหางเริ่มแห้ง บิดงอ แสดงว่าถูกแช่ไว้นาน และอาจเริ่มเสื่อมสภาพเชิงสุขภาพแล้ว

เมื่อคุณมีข้อมูลเหล่านี้ คุณจะสามารถเลือกกุ้งที่ปลอดภัยและสดใหม่สำหรับใช้ในการประกอบอาหารที่บ้านได้อย่างมั่นใจ ลดความเสี่ยงจากวัตถุดิบที่ไม่ปลอดภัย และได้เพลิดเพลินกับอาหารทะเลสุดอร่อยอย่างไร้กังวล

หากคุณเป็นผู้รักสุขภาพและอยากได้กุ้งที่ดีที่สุด อย่าลืมตรวจสอบให้ดีทุกครั้งก่อนซื้อ และใช้วิจารณญาณในการเลือกสินค้า ทั้งสี่สิ่งที่เจ้าของร้านอาหารทะเลเตือนไว้ ล้วนเป็นจุดสังเกตที่ง่ายและแม่นยำ ว่ากุ้งนั้นจะอร่อยหรือไม่

เลือกกุ้งอย่างฉลาด สนุกไปกับความอร่อยอย่างปลอดภัย

ที่มา – เตือนอย่าซื้อเด็ดขาด!! เจ้าของร้านบอกเอง 4 เคล็ดลับเด็ดวิธีเลือก ‘กุ้งสด’

เอกีตีเก รับงานหนักต้องแย่งตัวจริงกับ อิซัค

อูโก เอกีตีเก สตาร์หน้าใหม่ของ ลิเวอร์พูล ยอมรับว่าเขาจะต้องเผชิญกับแรงกดดันและการแข่งขันภายในทีมอย่างหนัก เมื่อต้องแย่งตำแหน่งตัวจริงกับ อเล็กซานเดอร์ อิซัค ดาวยิงทีมชาติสวีเดน ที่เพิ่งย้ายจาก นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด มาร่วมทีมในช่วงตลาดนักเตะซัมเมอร์ที่ผ่านมา

การย้ายทีมของอิซัคมาอยู่กับหงส์แดง ด้วยค่าตัวสูงถึง 125 ล้านปอนด์ หรือราว 5,500 ล้านบาท กลายเป็นข่าวใหญ่ของวงการฟุตบอลยุโรป และยิ่งทำให้ความคาดหวังในแนวรุกของทีมสูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากฟอร์มการเล่นของทั้งสองนักเตะในช่วงต้นฤดูกาล

เอกีตีเก รับงานหนักต้องแย่งตัวจริงกับ อิซัค

เอกีตีเก กล่าวว่า “เมื่อคุณลงเล่นให้ทีมที่เก่งที่สุดมันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้วที่จะต้องแข่งกับนักเตะที่เก่งที่สุด อิซัค คือนักเตะที่ผมเคยดูเขาเล่นมาตลอด และมันก็น่ายินดีที่จะได้เห็นเขาเล่นสด ๆ มันจะเป็นการแข่งขันที่ยากมาก ๆ แน่นอน แต่ผมจะทำงานหนักเพื่อให้เก่ง และเล่นได้ดี ดังนั้นมันจึงน่าจะเป็นปัญหาของโค้ช (อาร์เนอ ชล็อต) เท่านั้น”

ความท้าทายในการปรับตัวของทั้งสอง

ความเข้มข้นของแนวรุกในทีมลิเวอร์พูลในฤดูกาลนี้สูงมาก ทั้งเอกีตีเกที่มีผลงานยิงไป 3 ประตูจาก 4 นัดแรก และอิซัคที่เพิ่งย้ายมาใหม่กับค่าตัวสูง ต่างมีความสามารถและความคาดหวังจากแฟนบอลและโค้ชอย่างมาก

  • เอกีตีเก ฟอร์มร้อนในช่วงต้นฤดูกาล
  • อิซัค มีค่าตัวสูงสุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก
  • คอนเฟริ์มทั้งคู่พร้อมแย่งสถานะตัวจริง

ทั้งนี้ต้องบอกว่าคู่แข่งในแนวรุกอย่าง เอกีตีเก รับงานหนักต้องแย่งตัวจริงกับ อิซัค ดูเหมือนจะเป็นเทรนด์ใหม่ของการสร้างทีมที่มีความลึกและแข่งขันภายในอย่างสูง เป็นวิธีการทำงานที่น่าสนใจของ เจ้าบ้านแอนฟิลด์

การมีนักเตะระดับท็อปหลายคนในแนวรุกย่อมส่งผลให้โค้ชอาร์เนอ ชล็อตต้องเลือกอย่างละเอียดเพื่อจัดทีมที่สมดุลและเหมาะสมกับแนวทางของทีม เรียกได้ว่าแฟนบอลก็คงต้องลุ้นกันทั้งเรื่องฟอร์มและการจัดทัพในแต่ละนัดอย่างแน่นอน

ทั้งคู่ยังมีเกมให้พิสูจน์ตัวเองอีกมาก ซึ่งความท้าทายร่วมกันนี้อาจส่งผลให้ลิเวอร์พูลรุ่งแรงต่อไปในฤดูกาลนี้

หากคุณเป็นแฟนบอลพรีเมียร์ลีก ห้ามพลาดติดตามฟอร์มของทั้งคู่ เพราะการแข่งขันในแนวรุกจะตัดสินฟอร์มของ ‘หงส์แดง’ ในฤดูกาลนี้อยางแน่นอน

ที่มา – “เอกีตีเก” รับงานหนักต้องแย่งตัวจริงกับ “อิซัค”

ฝนตกหนัก ส่งผลให้น้ำป่าทะลัก ‘น้ำตกม่านฟ้า’ วังน้ำเขียว ห้ามเข้าพื้นที่

เมื่อวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2568 ที่บริเวณ น้ำตกม่านฟ้า ภายใน อุทยานแห่งชาติทับลาน specifically ที่บ้านสวนห้อม ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา เหตุการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่ได้ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากลงสู่พื้นที่ลุ่มต่ำและลำน้ำในบริเวณตำบลไทยสามัคคี ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลหลากเข้าสู่บริเวณ น้ำตกม่านฟ้า ซึ่งอยู่ในเขตความรับผิดชอบของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติทับลานที่ 13 (สวนห้อม)

ฝนตกหนัก ส่งผลให้น้ำป่าทะลัก ‘น้ำตกม่านฟ้า’ วังน้ำเขียว ห้ามเข้าพื้นที่

เจ้าหน้าที่จากอุทยานแห่งชาติทับลานได้ออกประกาศห้ามไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่บริเวณ น้ำตกม่านฟ้า โดยชั่วคราว เนื่องจากมีความเสี่ยงจากน้ำป่าที่ไหลหลากอย่างรุนแรงในช่วงฤดูฝน ซึ่งอาจส่งอันตรายต่อผู้ที่ต้องการไปเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้ระบุว่าจะอนุญาตให้เข้าพื้นที่ได้อีกครั้งเมื่อสถานการณ์น้ำลดและสภาพพื้นที่กลับสู่ภาวะปกติ

น้ำตกม่านฟ้า ความสวยงามที่มาพร้อมความเสี่ยง

น้ำตกม่านฟ้า เป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่มีชื่อเสียงภายใน อุทยานแห่งชาติทับลาน โดยตั้งอยู่ที่หน่วยพิทักษ์อุทยานที่ 13 (สวนห้อม) ซึ่งบริเวณนี้จะมีน้ำเฉพาะในช่วงฤดูฝน ลักษณะของ น้ำตกม่านฟ้า คือหน้าผาหินกว้างประมาณ 50 เมตร ยาวประมาณ 30 เมตร เมื่อมีฝนตกหนักและน้ำไหลหลากจะเห็นว่าน้ำไหลตกลงมาคล้ายม่านน้ำ สวยงามอลังการ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นอันตรายอย่างมาก

ระยะทางจากจุดจอดรถยนต์ไปยัง น้ำตกม่านฟ้า ใช้เวลาเดินเท้าเพียงประมาณ 100 เมตร จึงเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ช่วงที่ฝนตกหนัก นักท่องเที่ยวจะต้องหลีกเลี่ยงการเดินทางมายังพื้นที่ดังกล่าวเพื่อความปลอดภัยของตนเอง

  • น้ำป่าไหลหลากมีความเสี่ยงสูงต่อลูกผู้เล่นน้ำ
  • พื้นที่ลื่นและมีหินหลุดลื่นง่าย
  • อุทยานฯ ย้ำเตือนห้ามเข้าพื้นที่ชั่วคราว
  • ขอให้รอจนกว่าน้ำจะลดลงและพื้นที่ปลอดภัย

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เราควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรก แม้ว่า น้ำตกม่านฟ้า จะมีความงามที่ชวนให้ประทับใจ แต่หากสภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวย เราควรเลื่อนการเดินทางออกไปเพื่อกลับมาในช่วงที่ปลอดภัยมากกว่า

หากคุณเป็นผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติหรือเคยไปเยี่ยมชม น้ำตกม่านฟ้า มาแล้ว อยากให้ช่วยกันถ่ายทอดข้อความนี้เพื่อเตือนสติให้กับนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ พฤติกรรมที่รับผิดชอบต่อธรรมชาติคือสิ่งที่ทำให้เอกลักษณ์ของไทยงดงามยิ่งขึ้น

ที่มา – ฝนตกหนัก ส่งผลให้น้ำป่าทะลัก ‘น้ำตกม่านฟ้า’ วังน้ำเขียว ห้ามเข้าพื้นที่เกรงอันตราย

“เผ่าภูมิ” ผลักดัน “หวยเกษียณ” ผ่าน ส.ว. หวังรัฐบาลชุดใหม่สานต่อ

ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังในรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร ได้ให้สัมภาษณ์หลังจากวุฒิสภาลงมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “หวยเกษียณ” เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2568 ด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบ 111 เสียง ไม่เห็นชอบ 2 เสียง และงดออกเสียง 8 เสียง

“หวยเกษียณ” ใกล้บรรลุเป้าหมาย

ดร.เผ่าภูมิ กล่าวว่า “หวยเกษียณ” เป็นนโยบายหลักของพรรคเพื่อไทยที่ได้ประกาศไว้ในสัญญากับประชาชน ซึ่งขณะนี้อยู่ในระยะใกล้เส้นชัยแล้ว หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลภายในอีกไม่เกิน 3 เดือน โครงการนี้จะสามารถเปิดให้ประชาชนได้รับสิทธิประโยชน์ในรูปแบบของการซื้อสลากฯ ครั้งแรกอย่างแน่นอน

ความหวังที่ “หวยเกษียณ” จะเกิดจริง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.เผ่าภูมิ ย้ำว่าความสำเร็จครั้งนี้เป็นผลจากการทำงานร่วมกันของทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร และถือเป็นก้าวสำคัญที่จะนำไปสู่ความมั่นคงทางการเงินสำหรับประชาชนในวัยเกษียณ อีกทั้งยังช่วยกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจให้ทั่วถึงมากยิ่งขึ้น

เป็นที่น่าสังเกตว่า “หวยเกษียณ” ถูกออกแบบมาให้เป็นแรงผลักดันทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดยมีกลไกที่ไม่เหมือนกับหวยทั่วไป เพื่อจำกัดผลกระทบในเชิงลบจากการเสพเสี่ยง ทั้งยังตั้งเป้าให้เป็นช่องทางหนึ่งที่สร้างรายได้ให้แก่ผู้สูงอายุอย่างมีศักดิ์ศรีและยั่งยืน

หากพิจารณาจากกระแสการตอบรับจากประชาชนที่ให้ความสนใจในนโยบาย “หวยเกษียณ” เชื่อได้ว่า ประชาชนต้องการการเปลี่ยนแปลงในระบบทุนนิยมแบบเก่าๆ ที่เคยเน้นแค่การเก็งกำไร กลับมาสนใจความยุติธรรมและการสนับสนุนเศรษฐกิจแบบฐานรากมากขึ้น

  • ร่าง พ.ร.บ. กองทุนการออมแห่งชาติ ได้รับการลงมติเห็นชอบแล้ว
  • “หวยเกษียณ” ถูกออกแบบมาเพื่อประโยชน์ของประชาชน
  • หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย จะเปิดให้ประชาชนซื้อได้ภายใน 3 เดือน

การผลักดันการรับร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาถือเป็นชัยชนะทางการเมืองที่สำคัญของพรรคเพื่อไทย ที่ตั้งใจจะสานต่อนโยบายเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง เพราะเชื่อว่า “หวยเกษียณ” คือแผนการหนึ่งที่จะช่วยให้คนไทยมีรายได้เสริมในวัยเกษียณ และเป็นการกระจายสภาพคล่องไปยังคนชั้นล่างของสังคมได้อย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของ “หวยเกษียณ” จะไม่สมบูรณ์หากไม่มีการรับเอาจิตวิญญาณสำคัญคือ “ความยุติธรรมทางเศรษฐกิจ” ไปสู่การปฏิบัติจริง ซึ่งผู้นำในอนาคตต้องคงบทบาทของ “หวยเกษียณ” ไว้อย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงเป็นเพียงชื่อนโยบายที่ขายฝันเท่านั้น

ฉะนั้น การมุ่งเน้นและต่อยอดนโยบายที่จริงใจ เช่น “หวยเกษียณ” ถือเป็นบททดสอบสำคัญของรัฐบาลชุดใหม่ในแง่ของการตัดสินใจเพื่อประชาชน ด้วยความจริงใจและจริงจังเท่านั้น จึงจะสามารถผลักดันให้ประเทศเดินหน้าได้อย่างยั่งยืน

“หวยเกษียณ” ไม่ใช่แค่หวยอีกหนึ่งใบ แต่คือการลงทุนเพื่ออนาคตของทุกคนในสังคมไทย

ที่มา – “เผ่าภูมิ” ทำสำเร็จ ดัน “หวยเกษียณ” ผ่าน ส.ว. วาระ 2-3 หวัง รัฐบาลใหม่สานต่อ

ลูกแม่รำเพยคว้าแชมป์บอลนักเรียนกรมพลศึกษา 14 ปี ก

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา ณ สนามศุภชลาศัย สนามกีฬาแห่งชาติ นายมงคล วิมลรัตน์ อธิบดีกรมพลศึกษา พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรมพลศึกษา ให้เกียรติเข้าร่วมพิธีมอบรางวัลการแข่งขันฟุตบอลกีฬาระหว่างโรงเรียน ประจำปี 2568 ในรุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี ประเภท ก และ รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี ประเภท ข ซึ่งมีบุคลากรกรมพลศึกษา รวมถึงคณะผู้จัดการแข่งขันเข้าร่วมให้ความสำคัญในครั้งนี้

ลูกแม่รำเพยคว้าแชมป์บอลนักเรียนกรมพลศึกษา 14 ปี ก

ในการแข่งขันฟุตบอลกีฬาระหว่างโรงเรียน ประจำปี 2568 รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี ประเภท ก รอบชิงชนะเลิศ ซึ่งจัดแข่งขันเวลา 15.00 น. มีการพบกันระหว่าง “เจ้าสัวน้อย” โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี กับ “ลูกแม่รำเพย” โรงเรียนเทพศิรินทร์ ซึ่งเป็นคู่แข่งที่ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่แต่ก็เต็มไปด้วยความเป็นมืออาชีพ ทั้งสองทีมผลัดกันบุกอย่างเต็มที่ และพิสูจน์บทสรุปได้ว่าใครจะคว้าแชมป์ไปครอง

ช่วงการแข่งขันคึกคักทั้งสองข้าง แต่ก็มีจังหวะสุดสวยเป็นของทีมโรงเรียนเทพศิรินทร์ เมื่อยิ่งรักษ์ ฐิตะฐาน สังหารประตูจากลูกฟรีคิกอย่างน่าทึ่ง ทำให้ทีม “ลูกแม่รำเพย” สามารถคว้าถ้วยแชมป์ ลูกแม่รำเพยคว้าแชมป์บอลนักเรียนกรมพลศึกษา 14 ปี ก ไปได้อย่างสมเกียรติ

ศึกชิงชนะเลิศประเภท ข น่าติดตาม

ในขณะที่อีกคู่การแข่งขันในรุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี ประเภท ข ก็จัดขึ้นในเวลา 13.30 น. โดยเป็นการพบกันระหว่าง “สิงห์ปากน้ำ” โรงเรียนราชวินิตบางแก้ว กับ “ลูกพระเจ้าตาก” โรงเรียนมัธยมตากสินระยอง

ในครึ่งแรกทั้งสองทีมแสดงฟอร์มได้ค่อนข้างสูสีกัน แต่ราชวินิตบางแก้วเอาชนะได้โดยเร็วจากลูกเจาะของนันทกานต์ เข็มผกา แนวรุกตัวเก่งของทีม ทำให้หมดครึ่งแรกราชวินิตบางแก้วขึ้นนำ 1-0 อย่างรวดเร็ว แต่ความสู้ของมัธยมตากสินระยองก็ประทับใจไม่น้อย เมื่อธรรณัฐ จันทร์เต็มดวง สามารถซัดตีเสมอได้อย่างน่าตื่นเต้นทำให้จบเวลาจริงแบบ 1-1

เนื่องจากเวลาปกติไม่พอใครผ่านไป จึงต้องมาตัดสินกันที่ดวลจุดโทษ และวันนี้โชคหนุนนักเตะราชวินิตบางแก้ว “สิงห์ปากน้ำ” เอาชนะไป 5-3 คว้าแชมป์ 14 ปี ประเภท ข ไปครอง และยังเข้ารอบเลื่อนชั้นไปร่วมการแข่งขันในประเภท ก ปีหน้าอีกด้วย

การประกวดขันเหล่านี้นับว่าสมดุลระหว่างความสู้ การฝึกซ้อม การเตรียมพร้อมของแต่ละทีม ทำให้กีฬานักเรียนในระดับมัธยมศึกษาต้องเรียกได้ว่า “ดีจริง” ทั้งในด้านพลังพุทธิ และศักยภาพของผู้เล่นเด็ก ๆ ที่มีฝันต่อวงการฟุตบอลในอนาคต

ติดตามข่าวสารการแข่งขันกีฬาระหว่างโรงเรียนทั้งหมดต่อไป เพราะในแต่ละปีจะมีการพัฒนา พรสวรรค์เยาวชนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ที่มา – “ลูกแม่รำเพย” ผงาดคว้าแชมป์บอลนักเรียนกรมพลศึกษา 14 ปี ก

ผบ.ตร. สั่งเรียกคืน-ตรวจสอบกระสุน 9 มม. ทำปืนราชการเสียหาย

เมื่อเร็ว ๆ นี้ เกิดเหตุการณ์ที่เป็นกระแสในโลกออนไลน์ โดยมีภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กระสุนปืนขนาด 9 มิลลิเมตร ยี่ห้อ VENOM ซึ่งเกิดการระเบิดบริเวณจานท้ายปลอกกระสุน จนทำให้อาวุธปืนของทางราชการเสียหาย ทาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) โดย พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษก ตร. ได้ออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า ได้แจ้งให้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ทราบอย่างทันท่วงที

ผบ.ตร. สั่งเรียกคืน-ตรวจสอบกระสุน 9 มม. ทำปืนราชการเสียหาย

ในฐานะผู้บริหารระดับสูง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐได้สั่งการให้จัดตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อเดินทางตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ว่ากระสุนที่ใช้นั้นมีคุณลักษณะเฉพาะตรงตามมาตรฐานของอาวุธปืนที่ใช้ในราชการหรือไม่? และมีการผลิตและผ่านการรับรองด้านความปลอดภัยตามที่กำหนดไว้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม สำนักงานส่งกำลังบำรุงยืนยันว่า ในการรับ-ตรวจรับพัสดุนั้นมีความถูกต้อง โปร่งใส และดำเนินการตามขั้นตอนอย่างครบถ้วน

กระสุน VENOM มาตรฐาน NATO แต่เกิดข้อผิดพลาด?

กระสุนดังกล่าวเป็นผลิตภัณฑ์จากบริษัท MEDEF DEFENCE ประเทศตุรกี ซึ่งเป็นบริษัทที่ได้รับการรับรองตามมาตราฐาน นาโต้ (NATO Standard) มีการส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ทั้งในอเมริกา ตุรกี และประเทศในยุโรป และผ่านกระบวนการตรวจสอบมาตรฐานทั้งเรื่องความเร็วของกระสุน น้ำหนัก ความทนทานของปลอกกระสุน ตลอดจนการเคลือบกันน้ำ ซึ่งจากข้อมูลการตรวจรับครั้งแรกไม่พบว่ามีกระสุนที่ไม่ผ่านเกณฑ์แต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเบื้องต้นเผยให้เห็นว่าบริษัทผู้ผลิตมีการรับประกันสินค้า และจะรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดกับอาวุธปืนของทางราชการหากยืนยันได้ว่ามีความผิดพลาดจากการใช้งานกระสุนเป็นตัวการ

  • จัดตั้งคณะกรรมการสอบเท็จจริงทันที
  • เรียกกระสุนทั้งหมดกลับมาตรวจสอบ
  • ระงับการใช้กระสุนยี่ห้อ VENOM ก่อน
  • บริษัทเจ้าของสัญญารับผิดชอบหากเกิดความเสียหาย

นอกจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ พร้อมมั่นใจว่าการจัดซื้อกระสุนนี้มีความถูกต้องตามระเบียบ และภายหลังจะป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก

การออกมาชี้แจงครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าหน่วยงานตำรวจมีความรับผิดชอบสูงต่อความปลอดภัยของอาวุธในการใช้งานจริง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ใน一线รบ

หากคุณเป็นผู้ติดตามเรื่องกฎหมายและอาชญากรรม การติดตามข่าวกรณี ผบ.ตร. สั่งเรียกคืน-ตรวจสอบกระสุน 9 มม. ทำปืนราชการเสียหาย ถือเป็นเหตุการณ์ที่น่าจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการใช้อาวุธของเจ้าหน้าที่

ที่มา – ผบ.ตร. สั่ง ‘เรียกคืน-ตรวจสอบ’ กระสุน 9 มม.ทำปืนราชการเสียหาย