ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ผู้กองอะตอม โต้ภาพตัดต่อ ยันไม่เคยใส่บิกินี

ล่าสุด ร้อยเอกหญิง ปวิชญา วลีสุขสันต์ หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ ‘ผู้กองอะตอม’ ได้ออกมาชี้แจงหลังมีภาพตัดต่อของเธอในลักษณะที่ไม่เหมาะสมถูกเผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดีย โดยเธอโพสต์ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว @atompavichaya เพื่อยืนยันว่าภาพที่ปรากฏนั้นเป็นเพียงการตัดต่อจากผู้ไม่หวังดีเท่านั้น

ผู้กองอะตอม โต้ภาพตัดต่ออย่างชัดเจน

ในโพสต์ดังกล่าว ผู้กองอะตอม ระบุชัดว่า “ภาพที่ปรากฏในสื่อโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นภาพใส่ชุดว่ายน้ำหรือภาพอื่น ๆ เอย เป็นภาพตัดต่อทั้งหมดนะคะ ชีวิตนี้ยังไม่เคยใส่บิกินี่หรือแต่งตัววาบหวิวเลยค่ะ เพราะแม่ดุมาก หากเจอฝากรีพอร์ตด้วยนะคะ” ข้อความของเธอได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากชาวเน็ตที่ชื่นชมในความโปร่งใสและความกล้าหาญในการออกมายืนยันข้อเท็จจริง

ภาพลักษณ์ภาพพจน์ของคุณผู้กองอะตอม

ในฐานะผู้ช่วยโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย รวมถึงล่ามประจำคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว (IOT) ผู้กองอะตอม สื่อสารให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อหน้าที่และภาพลักษณ์ของตนเองอย่างชัดเจน โดยไม่ปล่อยให้ข่าวลือหรือภาพตัดต่อที่แพร่กระจายไปกระทบต่อความน่าเชื่อถือในตัวเธอ การแสดงออกครั้งนี้ได้สะท้อนถึงความมืออาชีพและการเคารพในวินัยทหารอย่างลึกซึ้ง

การที่ผู้กองอะตอม ออกมาโต้ข่าวด้วยวิธีที่มีสติ ไม่ก้าวร้าว กลับทำให้หลายคนเห็นถึงความนับถือและจริงจังในการใช้ชีวิตทั้งในหน้าที่การงานและการเป็นส่วนตัว ซึ่งกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ในวงการทหารและสังคมไทย

จากกรณีนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบข่าวสารก่อนเผยแพร่ เพราะภาพตัดต่อหรือข่าวปลอมสามารถสร้างความเข้าใจผิดและกระทบต่อชื่อเสียงของบุคคลได้ อย่างกรณีของผู้กองอะตอม ที่การตัดสินใจออกมาชี้แจงเป็นเวลาเป็นโอกาส ไม่เพียงปกป้องตัวเองเท่านั้น แต่ยังช่วยให้สังคมมีความเข้าใจมากขึ้นในตัวบุคคลที่อาจตกเป็นเหยื่อของข่าวเท็จ

หากคุณได้เห็นภาพที่น่าสงสัยหรือพบข่าวที่ต้องตรวจสอบ รบกวนช่วยรีพอร์ตและไม่แชร์ต่อเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้บริสุทธิ์ตกเป็นเหยื่อ เพราะผู้กองอะตอม เองก็ฝากข้อความไว้อย่างน่าประทับใจว่า “แม่ดุมาก หากเจอฝากรีพอร์ตด้วยนะคะ”

สรุป : การที่ผู้กองอะตอม ออกมาชี้แจงต่อภาพตัดต่อที่ปลอมขึ้นมา แสดงถึงความบริสุทธิ์ในใจและการรักษาภาพลักษณ์ของตนอย่างจริงจัง ในยุคที่ข่าวเท็จระบาด การยืนยันความจริงอย่างมีสติเป็นสิ่งที่ทุกคนควรเรียนรู้และปฏิบัติตาม

ที่มา – ‘ผู้กองอะตอม’ โต้ภาพตัดต่อ! ยันไม่เคยใส่บิกินี ลั่นแม่ดุมาก ฝากช่วยรีพอร์ต

ริว ภาสกร สละงานวงการ สู่ภารกิจรับใช้ชาติ

ข่าวที่กำลังกลายเป็นกระแสแรงในโลกออนไลน์เมื่อเร็วๆ นี้ คือ หนุ่ม ริว ภาสกร นิยติวัฒน์ชาญ นักแสดงหนุ่มจากซีรีส์วายชื่อดังอย่าง “OUR DAYS รักได้ไหมนายไม่ยิ้ม” ตัดสินใจพลิกบทบาทครั้งสำคัญในชีวิตจากการเป็นนักแสดงสู่การเป็นทหารประจำการอยู่แนวหน้าชายแดนไทย-กัมพูชา ข้อมูลนี้ถือได้ว่าเป็นแรงบันดาลใจให้หลายคนเห็นถึงจิตอาสาและแนวคิด “รับใช้ชาติ” อย่างแท้จริงของคนรุ่นใหม่

ริว ภาสกร สละงานวงการ สู่ภารกิจรับใช้ชาติแนวหน้าชายแดน!

เพจเฟซบุ๊ก Army Military Force ได้โพสต์ภาพและวิดีโอของ ริว ภาสกร ที่สวมชุดทหารและพร้อมรับใช้ชาติอย่างเต็มตัว ระบุข้อความว่า “หลายคนคงจำไม่ได้ น้องริว ภาสกร ดาราซีรีส์ดัง จากซีรีส์วายเรื่อง “OUR DAYS รักได้ไหมนายไม่ยิ้ม” ตัดสินใจสมัครทหาร ล่าสุดตอนนี้ เป็นทหารอยู่แนวหน้าที่ชายแดน รับใช้ชาติปกป้องแผ่นดินอธิปไตยของประเทศไทย”

ภาพลักษณ์ใหม่ของนักแสดงหนุ่ม

จากเด็กหนุ่มที่เคยปรากฏตัวในบทบาทตัวเอกของละครแนววายมากมาย ตอนนี้กลับมาในภูมิทัศน์ที่ต่างออกไป ซึ่งในภาพถ่ายเผยให้เห็นถึงความเข้มข้น ความพร้อม และความหวงแหนของแผ่นดินอย่างชัดเจน ในชุดนักสู้และอุปกรณ์ทหารที่ครบเครื่อง จัดเต็มในทุกความเคลื่อนไหวที่แสดงถึงนักทหาร

แฟนคลับหลากหลายค่ายออกมาแสดงความชื่นชมอย่างล้นหลาม ผู้คนต่างให้กำลังใจและชื่นชมในความกล้าหาญ การเสียสละ และน้ำใจของ ริว ภาสกร ที่พร้อมจะออกแบบชีวิตในทางที่มีความหมายมากกว่าการได้ชื่อเสียงและการเงิน

  • แสดงความเคารพในหน้าที่ของพลทหารอย่างเต็มตัว
  • แรงบันดาลใจให้วัยรุ่นเลือกเส้นทางใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์
  • พิสูจน์ความเป็นผู้ชายที่มีคุณค่าในตัวเอง

ทำไมถึงเลือกลางานในวงการบันเทิง?

หลายคนอาจสงสัยว่า ริว ภาสกร ที่เคยมีชื่อเสียงดังระดับประเทศในLEY ล่าสุดกลับเลือกหนี fame และเงินล้านเพื่อไปอยู่ท่ามกลางอาวุธ ทหาร และชายแดน? คำตอบคือ เขาเลือกสิ่งที่มีความหมายยิ่งกว่าชื่อเสียง คือการ “ใช้ชีวิตเพื่อชาติ”

ในโลกที่เต็มไปด้วยผู้คนที่หวังจะก้าวเข้าสู่วงการบันเทิง ริวถือว่าเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นในการเลือก “กลับสู่รากเหง้า” ของตนเอง อันเป็นคุณค่าที่หลายคนอาจจะลืมไปในชีวิตประจำวัน

ความเปลี่ยนแปลงของเขานั้นก่อให้เกิดกระแสเชียร์อย่างล้นหลาม ทั้งจากแฟนคลับเดิม ผู้ใช้โซเชียลมีเดีย รวมไปถึงวงการทหารเองก็ยอมรับว่าเป็นกำลังใจที่ดีที่ได้เห็นเยาวชนรุ่นใหม่กล้าตรงออกไปทำในสิ่งที่เชื่อ

นี่คือการสร้างแรงบันดาลใจทั้งในเชิงบุคลิกภาพและการใช้ชีวิตอย่างรับผิดชอบ ริว ภาสกร กำลังพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าการ “ใช้ชีวิต” ไม่จำเป็นต้องเดินตามกระแสสังคมเสมอไป

สุดท้าย หากคุณกำลังมองหาแบบอย่างใหม่ๆ สำหรับชีวิต มีคำตอบอยู่ในคน ๆ หนึ่งที่เลือกที่จะเป็น “ทหาร” มากกว่า “นักแสดง” เพราะเขารู้ดีว่า สิ่งที่เขาต้องการคือ “การรักชาติอย่างแท้จริง”

ร่วมเป็นกำลังใจให้ ริว ภาสกร ด้วยการแชร์เรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจ และอยากให้ทุกคนได้เรียนรู้คุณค่าของการเสียสละเพื่อแผ่นดิน

ที่มา – ‘ริว ภาสกร’ดาวรุ่งซีรีส์วาย สละงานในวงการ สู่ภารกิจรับใช้ชาติแนวหน้าชายแดน!

สหรัฐถือหุ้นอินเทล 10% เสริมบทบาทวงการเซมิคอนดักเตอร์

รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ปิดดีลการลงทุนในบริษัท อินเทล เป็นที่เรียบร้อย โดยการซื้อหุ้นสามัญของบริษัทในสัดส่วน 9.9% มูลค่ารวม 8,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 288,182 ล้านบาท) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและความมั่นคงในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของประเทศ

รัฐบาลสหรัฐถือหุ้นอินเทล 10% เสริมบทบาทวงการเซมิคอนดักเตอร์

ภายใต้ข้อตกลงที่เปิดเผยออกมา รัฐบาลสหรัฐฯ จะเข้าถือหุ้นสามัญของบริษัทอินเทลจำนวน 433.3 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 9.9% ของบริษัท ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการให้บทบาทแก่ภาคเอกชนเพื่อสนับสนุนความมั่นคงในห่วงโซ่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยี

เงินลงทุนมาจากแหล่งใดบ้าง?

วงเงินลงทุนทั้งหมดมูลค่า 8,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐนี้แบ่งออกเป็นสองส่วน คือ 5,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐมาจากเงินอุดหนุนภายใต้กฎหมาย “Chips and Science” ที่บริษัทเคยได้รับแต่ยังไม่ได้เบิกจ่าย และอีก 3,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐมาจากโครงการพัฒนาชิปในเชิงทหารและข่าวกรอง ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน

ทั้งนี้ ยังนับรวมการลงทุนก่อนหน้านี้อีก 2,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่ได้รับจากเงินช่วยเหลือด้านชิป ซึ่งทำให้ยอดลงทุนรวมของรัฐบาลสหรัฐฯ ในบริษัทอินเทลแตะระดับ 11,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 359,418 ล้านบาท)

จากการที่รัฐบาลสหรัฐฯ เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่รายหนึ่งของ อินเทล บริษัทได้ระบุว่า การถือหุ้นครั้งนี้เป็นการถือหุ้นแบบ “Passive Ownership” ซึ่งหมายความว่า รัฐบาลไม่มีสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูล ไม่มีผู้แทนในคณะกรรมการ หรือการควบคุมกิจการของบริษัทแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ทางด้านประธานาธิบดีทรัมป์ ผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ได้โพสต์ความเห็นว่า “ตอนนี้ สหรัฐเป็นเจ้าของและควบคุมอินเทลอยู่ในสัดส่วน 10%” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการเสริมศักยภาพของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีภายในประเทศ

ความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอย่าง อินเทล ถือเป็นแนวทางหนึ่งที่สำคัญในการต่อกรกับการแข่งขันของประเทศอื่น เช่น จีน ที่มีการลงทุนอย่างหนักในเทคโนโลยีขั้นสูงเช่นกัน

การลงทุนที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการสนับสนุนอินเทลทางการเงินเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมให้บริษัทสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้ความสำคัญกับซัพพลายเชนในประเทศและมาตรการป้องกันความมั่นคงทางไซเบอร์

ผลระยะยาวจากการเติมทุนให้อินเทลโดยรัฐบาลสหรัฐฯ น่าจะกลายเป็นแรงผลักสำคัญที่ช่วยรักษาตำแหน่งผู้นำของสหรัฐในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และอาจทำให้เกิดการขยายการลงทุนในอุตสาหกรรมเกี่ยวข้องต่อเนื่องในอนาคต

ทั้งนี้ การมีส่วนร่วมของภาครัฐในอุตสาหกรรมไฮเทคอย่างครั้งนี้ สะท้อนแนวโน้มที่เปลี่ยนแปลงไปของนโยบายอุตสาหกรรมของสหรัฐ ซึ่งเริ่มให้ความสำคัญกับการควบคุมทรัพยากรกลุ่มสำคัญ เช่น ชิป อย่างใกล้ชิด เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับโลก และรักษาความได้เปรียบทางเศรษฐกิจในระยะยาว

สุดท้ายแล้ว การถือหุ้น 10% ในครั้งนี้ของรัฐบาลสหรัฐฯ แม้จะเป็นการถือหุ้นแบบ “ไม่เข้าควบคุม” แต่ก็สามารถสร้างมูลค่าและเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับอินเทลได้อย่างมาก โดยเฉพาะในยุคที่โลกต้องพึ่งพาระบบเทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น เรื่องนี้จึงเป็นข่าวสำคัญไม่เพียงแค่สำหรับอินเทล แต่สำหรับทั้งเศรษฐกิจโลกด้วย

หากคุณเป็นผู้ติดตามข่าวเศรษฐกิจหรือมีความสนใจในเทคโนโลยีระดับโลก อย่าพลาดการติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของอินเทลและนโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เพราะจะมีผลกระทบอย่างมหาศาลในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีภายในประเทศและโลกในอนาคต

ที่มา – รัฐบาลสหรัฐปิดดีล ซื้อหุ้น ‘อินเทล’ 10% เพิ่มบทบาทในวงการเซมิคอนดักเตอร์

ฮือฮา! อ่างทองพบ “งูเขียวหางไหม้สีทอง” หลังอาสาป่อเต็กตึ๊งเข้าตรวจสอบ “งูเหลือม”เลื้อยเข้าบ้าน

เมื่อเร็ว ๆ นี้ จังหวัดอ่างทองเกิดเหตุฮือฮาเมื่อมีการพบสัตว์แปลกหนึ่งชนิด นั่นคือ งูเขียวหางไหม้สีทอง ซึ่งถูกพบในพื้นที่อำเภอบางแก้ว โดยสัตว์ตัวนี้มีลำตัวเป็นสีเหลืองทอง ส่วนหางเป็นสีไหม้ สลับกับลวดลายเขียว มีความยาวประมาณ 40 เซนติเมตร และลักษณะโดยทั่วไปคล้ายกับงูเขียวหางไหม้ ที่มีพิษร้ายแรง ทำให้คนที่เห็นต่างพากันตกใจและตื่นเต้น

งูเขียวหางไหม้สีทอง

เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 23 สิงหาคม ที่ผ่านมา เมื่อชาวบ้านในตำบลบางแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง แจ้งความไปยังหน่วยอาสาป่อเต็กตึ๊งวัดโล่ห์ จุดเมืองอ่างทอง ว่ามีงูขนาดใหญ่ยาวถึง 3-4 เมตร เลื้อยเข้ามาในบ้านเลขที่ 25/5 ถนนเทศบาล 3 โดยเจ้าบ้านบอกว่างูตัวนั้นเหมือน งูเหลือม ที่มีขนาดใหญ่โต จึงเรียกให้มีการเข้าไปตรวจสอบ

อาสาป่อเต็กตึ๊งที่รับแจ้งคือ นายปัณณวรรธ อิ่มทรัพย์ หรือที่คนในพื้นที่เรียกว่า “พี่เล็ก” ได้เดินทางไปยังที่เกิดเหตุทันที แต่กลับไม่พบงูตัวใหญ่ตามที่ได้รับแจ้ง ก่อนจะมีการใช้กล้องวงจรปิดตรวจสอบ ซึ่งรายละเอียดจากภาพวิดีโอ ก็ระบุว่ามีงูขนาดใหญ่เลื้อยเข้ามาภายในบ้านจริง แต่จากนั้นก็เลื้อยออกไปภายนอกบ้านแล้ว

สีทองแปลกตา

แม้ว่าเขาจะไม่พบงูตัวยาว 3-4 เมตรภายในบ้าน แต่กลับมีการค้นพบงูอีกตัวหนึ่งซึ่งอยู่ในบริเวณใกล้เคียง โดยเป็นงูตัวสั้น มีสีแดงทองสุดพิเศษ หางไหม้ สลับกับลวดลายคล้ายงูเขียวหางไหม้พันธุ์ปกติ หากแต่สีสันกลับแตกต่างกว่าที่เคยเห็นกันมา ผู้พบเห็นระบุว่า ส่วนหัวจนถึงโคนหางของมันเป็นสีทอง ส่วนท้องเป็นสีขาว ท่าทางประหลาดและโดดเด่น ส่งผลให้กลายเป็นข่าวดังในพื้นที่

  • ความยาวประมาณ 40 เซนติเมตร
  • ลำตัวสีเหลืองทอง
  • หางสีไหม้
  • ลักษณะคล้ายงูเขียวหางไหม้
  • พบเป็นครั้งแรกในพื้นที่อ่างทอง

ผู้เชี่ยวชาญเบื้องต้นชี้ให้เห็นว่า สัตว์ชนิดนี้มีลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างจากงูหางไหม้ทั่วไป ซึ่งอาจเป็นผลจากปรากฏการณ์ทางพันธุกรรมหรือการกลายพันธุ์ที่พบได้น้อย ทำให้บางครั้ง งูเขียวหางไหม้สีทอง เหล่านี้ถูกมองว่าเป็นสิริมงคลในบางมุมมอง ทั้งนี้ ชาวบ้านในพื้นที่หลังพบเห็นต่างพากันไปเสี่ยงดวงที่เลขที่บ้านที่งูตัวนี้ถูกพบ ถือว่าเป็นปรากฏการณ์แปลกใหม่ที่สร้างความฮือฮาในจังหวัดอ่างทองเป็นอย่างมาก

สิ่งที่น่าสนใจคือ การปรากฏตัวของงูสีทองนี้สามารถสร้างความตื่นเต้นในวงกว้าง ทั้งในโซเชียลมีเดียและชุมชน และทำให้หลายคนหันมาให้ความสนใจกับความหลากหลายทางชีวภาพมากขึ้น รวมถึงแนะนำให้ประชาชนที่พบเห็นงูให้ระวังและหลีกเลี่ยง แทนที่จะเข้าไปจับหรือแย่งถ่ายรูป ควรติดต่อหน่วยอาชีว์หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดการอย่างปลอดภัย

ข่าวคราวเกี่ยวกับ งูเขียวหางไหม้สีทอง ที่เพิ่งเกิดขึ้นในพื้นที่อ่างทองจะยังคงสร้างกระแสความสนใจ เพราะไม่ใช่แค่งูทั่วไป แต่มันคือปรากฏการณ์ในธรรมชาติที่น่าอัศจรรย์ ซึ่งทั้งความงามและความอันตรายที่แฝงมาก็ยังคงต้องระวังเป็นอย่างดี

ที่มา – ฮือฮา! อ่างทองพบ “งูเขียวหางไหม้สีทอง” หลังอาสาป่อเต็กตึ๊งเข้าตรวจสอบ “งูเหลือม”เลื้อยเข้าบ้าน

สสส.อบรมเยาวชน-สื่อท้องถิ่นรู้พิษภัยบุหรี่ไฟฟ้า

องค์การส่งเสริมกิจกรรมสวัสดิการและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทย (สสส.) เร่งจัดโครงการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับ พิษภัยบุหรี่ไฟฟ้ารูปแบบใหม่ เพื่อสร้างความตระหนักต่อเยาวชน ประชาชน และสื่อมวลชนระดับท้องถิ่น โดยมีการจัดการอบรมที่จังหวัดเชียงใหม่ในระหว่างวันที่ 23-24 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา

พิษภัยบุหรี่ไฟฟ้ารูปแบบใหม่ ภัยที่ซ่อนเร้นในหมื่นกลิ่น

นางชามานันท์ สุจริตกุล ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการสื่อสาร สสส. กล่าวว่า ปัจจุบันมีปัจจัยเสี่ยงหลายประการที่เข้าสู่สังคมไทยอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเรื่องของเหล้า บุหรี่ การพนันออนไลน์ และสิ่งเสพติดต่างๆ ซึ่งบุหรี่ไฟฟ้ายิ่งกลายเป็นภัยเงียบที่น่ากังวล เพราะมีการพัฒนาเทคโนโลยีให้เปลี่ยนหน้าตาไปแบบเจนที่ 6 ที่ดูเหมือนอุปกรณ์สำนักงานหรือของเล่นเด็ก

การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับเรื่องนี้ถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนที่มีความเสี่ยงสูง เพราะมีเด็กอายุเพียง ป.3 ที่ได้สั่งซื้อบุหรี่ไฟฟ้าออนไลน์และให้นำส่งที่โรงเรียน บางรายยังได้มีการแสดงออกทางสื่อออนไลน์ในการ “โชว์” การสูบบุหรี่ไฟฟ้ามากขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเด็กกำลังเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเพียงของสะสม หรือเป็นการสร้างคอนเทนต์

“ทอยพอต” ศัพท์ใหม่ของเด็กในโลกบุหรี่ไฟฟ้า

นายสมชาย โต๊ะอีสอ วิทยากรอบรม กล่าวว่า ปัจจุบันบุหรี่ไฟฟ้ามีลักษณะหลากหลาย ทั้งในด้านหน้าตา กลิ่น และรสชาติ โดยเฉพาะกลุ่มหมายที่เรียกว่า “ทอยพอต” (Toy Pot) เป็นคำที่เด็กใช้อธิบายถึงบุหรี่ไฟฟ้าที่ถูกออกแบบให้ดูคล้ายของเล่นอย่างมาก ทำให้แฝงความเสี่ยงได้โดยที่เด็กไม่รู้เท่าทัน

  • บุหรี่ไฟฟ้ามีกลิ่นมากกว่าหมื่นแบบ
  • ถูกโฆษณาว่า “ปลอดภัยกว่าบุหรี่” หรือ “ใช้เพื่อเลิกบุหรี่”
  • เป้าหมายของธุรกิจคือแย่งพื้นที่เด็กเพื่อปลูกฝังพฤติกรรมเสพติด

“บางครอบครัวยังให้ลูกสูบบุหรี่ไฟฟ้า เพราะคิดว่าเป็นเรื่องปกติ หรือเพื่อคลายเครียด ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดเชิงลึกที่ส่งผลเสียต่อสมองและการเรียนรู้ของเด็กอย่างยิ่ง” นางชามานันท์กล่าวเสริม

เปิดทางให้เยาวชนเป็น “นักสื่อสารสุขภาวะ” เพื่อสร้างพลังเปลี่ยนแปลง

โครงการพัฒนาเครือข่ายสื่อสุขภาวะลดปัจจัยเสี่ยงสู่ท้องถิ่น “RUN” จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นของการให้เยาวชนและสื่อท้องถิ่นมามีส่วนในการป้องกันปัญหานี้ โดยการผลิตและเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้อง สร้างพลังผนึกในการรณรงค์ในทุกระดับตั้งแต่โรงเรียน ชุมชน และท้องถิ่น

ตัวแทนสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดเชียงใหม่ เช่น นายพัชรพงศ์ สุตา นายพิ

…ยสารสุขภาวะ” พวกเขาไม่ได้เพียงเรียนรู้ทฤษฎี แต่อาจนำความรู้ไปใช้จริงในพื้นที่ของตนเองได้

หากไม่เร่งลงมือ รูปแบบใหม่นี้จะเติบโตก้าวหน้าจนควบคุมได้ยาก สิ่งสำคัญอยู่ที่ตัวเรา ต้องร่วมมือกันเป็นเครือข่ายที่เข้มแข็งเพื่อสร้างสังคมปลอดภัย ปลอดยาเสพติด และให้โอกาสเยาวชนเติบโตอย่างมีศักยภาพ

ที่มา – สสส.จัดอบรมเยาวชน ประชาชน และสื่อมวลชนท้องถิ่น ให้ความรู้พิษภัยบุหรี่ไฟฟ้ารูปแบบใหม่

เตรียมรับมือ! “โค้ชอ๊อต” ชี้ข้อเด่นของสวีเดน พร้อมหาโอกาสเพื่อเก็บชัยชนะ

หลังจากที่ทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยคว้าชัยชนะนัดแรกจากการเอาชนะทีมชาติอียิปต์ 3-1 เซต ทำให้ทีมขึ้นเป็นจ่าฝูงของกลุ่ม A ด้วยคะแนน 3 แต้ม ในศึกการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2025 ซึ่งจัดที่อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก กรุงเทพมหานคร สำหรับนัดต่อไป เตรียมรับมือ! “โค้ชอ๊อต” ชี้ข้อเด่นของสวีเดน พร้อมหาโอกาสเพื่อเก็บชัยชนะ ในวันที่ 24 สิงหาคมนี้ เวลา 20.30 น.

เตรียมรับมือ! “โค้ชอ๊อต” ชี้ข้อเด่นของสวีเดน พร้อมหาโอกาสเพื่อเก็บชัยชนะ

“โค้ชอ๊อต” เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ได้เปิดเผยว่า เกมพบกับทีมชาติสวีเดนถือเป็นเกมที่สำคัญอย่างมาก โดยโค้ชมองว่าสวีเดนเป็นทีมที่เล่นได้อย่างแข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะผู้เล่นหมายเลข 10 ซึ่งเป็นแกนนำรายสำคัญของทีม มีทักษะการตบบอลที่รุนแรง และเป็นผู้เล่นที่ทำแต้มได้สูงมาก

ข้อดีของทีมสวีเดนที่ต้องเฝ้าระวัง

โค้ชอ๊อตกล่าวเพิ่มว่า “สวีเดนมีข้อดีจากฝั่งเกมรุกถึง 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ การทำแต้มอย่างมีประสิทธิภาพ การเสิร์ฟที่แรงและแม่นยำ และการสกัดกั้นที่มีความแข็งแกร่ง ดังนั้น เราต้องศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลการเล่นของพวกเขาให้มาก เพื่อวางกลยุทธ์ที่เหมาะสมและหาโอกาสเก็บชัยชนะในนัดนี้”

นอกจากนี้ โค้ชฯ ยังกล่าวว่า ปัจจุบันนักกีฬาของทีมมีความล้าจากการแข่งขันอยู่บ้างแล้ว จำเป็นต้องตรวจสอบสภาพร่างกายให้ละเอียดว่าใครมีอาการบาดเจ็บหรือไม่ และต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู ซึ่งโชคดีที่ทีมมีทีมแพทย์และอุปกรณ์สนับสนุน เช่น การนวด การทำอัลตราซาวด์ เพื่อให้นักกีฬาทุกคนพร้อมสมรภูมิอย่างเต็มที่

“หลังจากนี้เราจะเน้นเรื่องยุทธวิธีและเทคนิคการเล่น โดยเฉพาะการปรับแผนการเล่นให้เหมาะกับสไตล์ของสวีเดน จากนั้นจะพิจารณาเรื่องสตาฟฟ์และตัวสำรองให้พร้อมเพื่อให้ทุกคนลงสนามได้อย่างมีประสิทธิภาพ” โค้ชอ๊อตสรุป

  • โอกาสของทีมไทยในการเก็บชัยชนะจากการเจอกับสวีเดน: ต้องอาศัยการวางแผนการเล่นที่แม่นยำ และความเข้าใจที่ดีในจุดแข็งของทีมตรงข้าม
  • นักกีฬาทุกคนได้รับการดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิด: เพื่อให้ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วหลังการแข่งก่อนหน้า
  • ยุทธวิธีการเล่นต้องมีความยืดหยุ่นสูง: โดยเฉพาะในช่วงเซตเปิดตัว

สำหรับโปรแกรมถัดไปของทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยในรอบคัดเลือกของกลุ่ม A นัดที่สองจะพบกับทีมชาติสวีเดน ในวันที่ 24 สิงหาคม 2568 เวลา 20.30 น. และนัดที่สามจะพบกับทีมชาติเนเธอร์แลนด์ในวันที่ 26 สิงหาคม 2568 เวลา 20.30 น.

การแข่งขันครั้งนี้ไม่เพียงแค่ส่งผลต่ออันดับของกลุ่ม แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญของทีมไทยในการโชว์ฝีมือให้โลกได้เห็น หากสามารถเอาชนะสวีเดนได้ก็จะเป็นก้าวสำคัญต่อการผ่านเข้าสู่รอบต่อไปอย่างรวดเร็ว

ติดตามความเคลื่อนไหวของการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยได้ตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ พร้อมแรงผลักดันจากโค้ชและนักกีฬาทุกคนเพื่อเก็บชัยชนะให้ได้มากที่สุด

ที่มา – เตรียมรับมือ! “โค้ชอ๊อต” ชี้ข้อเด่นของสวีเดน พร้อมหาโอกาสเพื่อเก็บชัยชนะ

ยิงกลางดึก! หนุ่มบุรีรัมย์ซุ่มยิงเพื่อนเฟซบุ๊กเจ็บสาหัส

เหตุการณ์ช็อกกลางดึกในจังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อหนุ่มวัย 32 ปี บุกซุ่มยิงเพื่อนทางเฟซบุ๊กจนเจ็บสาหัส หลังทะเลาะกันในโลกโซเชียลมีเดีย พ.ต.อ.ชูสิทธิ์ หล่อแสง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุเกิดที่จุดเกิดเหตุที่หนองน้ำทิศเหนือวัดป่าชัน อ.พลับพลาชัย

ยิงกลางดึก! หนุ่มบุรีรัมย์ซุ่มยิงเพื่อนเฟซบุ๊กเจ็บสาหัส

เหตุเกิดในช่วงเวลาประมาณ 22.30 น. เมื่อวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา ขณะที่ผู้บาดเจ็บ นายพีรพงษ์ หรือ “แซงค์” แลดี อายุ 29 ปี ขับรถกระบะมาถึงพื้นที่ เจ้าหน้าที่ระบุว่า นายอภิชาติ หรือ “ต้อม” หลอมนาค เปิดฉากยิงโดยซุ่มอยู่ในพุ่มไม้ก่อนเปิดปืนลูกซองยิงใส่ผู้บาดเจ็บถึง 7 นัด ส่งผลให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสที่หน้าท้อง ลำไส้ใหญ่ และโคนขาขวา

ความเคลื่อนไหวของผู้ก่อเหตุ

จากการสอบสวน นายอภิชาติ อายุ 32 ปี ให้การว่า รู้จักกับผู้บาดเจ็บผ่านเฟซบุ๊ก และเคยมีการเตือนว่าอย่าไปยุ่งเกี่ยวกับแฟนของรุ่นน้องในหมู่บ้าน แต่กลับถูกด่าตอบโต้จนเกิดภาวะโกรธแค้น ก่อนจะชวนพลทหารสุรวินท์ “ทิว” ครองชื่น อายุ 23 ปี ซึ่งเป็นญาติกัน ลงมือก่อเหตุ

พลทหารสุรวินท์ เผยว่า ปืนที่ใช้ยิงซื้อมาจากโลกออนไลน์ในราคา 5,000 บาท ส่วนกระสุนเป็นของนายอภิชาติ รับว่าไม่ได้ตั้งใจให้เกิดเหตุรุนแรง แต่เพียงแค่ “ยื่นข้อเสนอให้ใช้ปืน” เพราะเห็นว่าเพื่อนโกรธมาก

ข้อกล่าวหาหลังจับกุมผู้ต้องหา

หลังจากทั้งสองชายถูกควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ได้จัดทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่เกิดขึ้นบริเวณใกล้จุดเกิดเหตุ จากการสอบสวนที่พบหลักฐานแน่นอนแม่นยำ เจ้าหน้าที่มีข้อกล่าวหาทั้งสองคน ดังนี้

  • ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น
  • ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติอาวุธปืน พ.ศ. 2557

เหตุการณ์นี้กำลังเป็นประเด็นร้อนในสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะวิถีความสัมพันธ์ที่เริ่มจากโลกออนไลน์จนกลายเป็นความขัดแย้งรุนแรง การใช้โซเชียลมีเดียในทางที่ไม่เหมาะสม อาจนำไปสู่ผลลัพธ์รุนแรงได้เช่นนี้

โดยเฉพาะในกรณีของ ยิงกลางดึก! หนุ่มบุรีรัมย์ซุ่มยิงเพื่อนเฟซบุ๊กเจ็บสาหัส ทำให้หลายคนเริ่มทบทวนวิธีการใช้เฟซบุ๊กและการสื่อสารในโลกออนไลน์อย่างมีความรับผิดชอบมากยิ่งขึ้น

หากคุณกำลังเผชิญกับความขัดแย้งทางออนไลน์ หรือไม่แน่ใจว่าตัวเองสามารถควบคุมอารมณ์ในโลกดิจิทัลได้หรือไม่ การพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา หรือนักสังคมสงเคราะห์ อาจเป็นกุญแจสำคัญในการหลีกเลี่ยงปัญหารุนแรงในอนาคต

ที่มา – ยิงกลางดึก! หนุ่มบุรีรัมย์บุกซุ่มยิงเพื่อนทางเฟซบุ๊ก เจ็บสาหัส

สม รังสีเปิดโปง! เงินช่วยเหลือทหารกล้าเหลือแค่ 25 ดอลลาร์

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา นายสม รังสี อดีตผู้นำฝ่ายค้านแห่งกัมพูชา ได้ออกมาเปิดเผยว่า เงินช่วยเหลือกองทัพที่ควรจะเป็นของทหารกล้า กลับถูกนำไปใช้ในทางที่ไม่ชอบ ทำให้เหลือเงินให้ทหารเพียง 25 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งน้อยเกินไปสำหรับคนที่เสียสละเพื่อชาติ

สม รังสีเปิดโปง! เงินช่วยเหลือทหารกล้าเหลือแค่ 25 ดอลลาร์

จากข้อความที่เผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดีย นายสม รังสี ระบุว่า แม้ทหารแนวหน้าที่เรียกกันว่า “กิ๊บเก่ง” ซึ่งสละชีวิตเพื่อชาติ จะได้รับเงินช่วยเหลือเพียง 10 ล้านเรียล หรือประมาณ 25 ดอลลาร์เท่านั้น ถือเป็นเรื่องไม่เป็นธรรมอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับความเสี่ยงและพลังชีวิตที่พวกเขาวางไว้เพื่อประเทศชาติ

เงินกองทัพหักเลี้ยงงานเลี้ยงทุกเดือน

นอกจากนี้ ยังมีการเปิดเผยอีกว่า เงินเดือนของทหารในกองทัพถูกหักทุกเดือน เพื่อนำไปใช้เลี้ยงอาหารในงานเลี้ยงภายในองค์กร ซึ่งไม่เพียงแต่ไม่เป็นธรรม แต่ยังทำให้กำลังใจของทหารดีกร่อน ขณะที่ภารกิจที่พวกเขาต้องเผชิญนั้นเต็มไปด้วยอันตรายและความยากลำบาก

เรื่องราวเช่นนี้ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาระบบราชการและโครงสร้างของกองทัพกัมพูชาที่มีการใช้ทรัพยากรของประชาชนไปในทางที่ผิด ไม่คำนึงถึงความเป็นธรรมต่อบุคลากรแนวหน้า

กรณีของ “สม รังสีเปิดโปง” จึงไม่ใช่แค่เรื่องของเงินเพียงอย่างเดียว แต่เป็นสัญญาณเตือนถึงระบบภายในที่ควรได้รับการตรวจสอบและปฏิรูปอย่างจริงจัง

หากคุณคิดว่าความยุติธรรมควรจบเพียงแค่บนกระดาษ ลองติดตามประเด็นเหล่านี้และร่วมส่งเสียงเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น

ที่มา – “สม รังสี”แฉยับ! เงินช่วยเหลือกองทัพหายปริศนา เหลือให้ทหารกล้าแค่ 25 ดอลลาร์

SIAMJNK ลุยคลังสินค้าพรีเมี่ยม สยายปีกอาเซียน

SIAMJNK Group ผู้นำด้านการให้บริการคลังสินค้าระดับพรีเมี่ยมในประเทศไทย กำลังเตรียมขยายธุรกิจสู่ตลาดอาเซียนอย่างเต็มตัว ภายใต้แนวคิดนวัตกรรม WLUBHOUSE ที่เปลี่ยนแปลงความหมายของคลังสินค้าจากพื้นที่เก็บของ เป็นสถานที่ทำงานที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้เช่า

SIAMJNK ลุยคลังสินค้าพรีเมี่ยม สยายปีกอาเซียน

นายธิติ คัณธามานนท์ ประธานบริหาร SIAMJNK Group เปิดเผยว่า WLUBHOUSE ถือเป็นนวัตกรรมสำคัญของการให้บริการคลังสินค้าที่เกิดขึ้นจากการตกผลึกประสบการณ์บริหารคลังสินค้ากว่า 25 ปี ช่วยให้ SIAMJNK สามารถเข้าถึงใจผู้เช่าได้มากกว่า ด้วยการวาง Design และการบริการที่ยืดหยุ่นตามความต้องการของผู้เช่าอย่างแท้จริง

ความแตกต่างของ SIAMJNK

SIAMJNK ไม่ได้มองเพียงโครงสร้างอาคารที่เป็นคลังสินค้า แต่เรามองลึกเข้าไปที่ความต้องการของผู้เช่าที่เปลี่ยนไป โดยเน้นย้ำ 3 ประเด็นหลัก คือ Location , Security และ Facilities อีกทั้งยังเพิ่มพื้นที่สันทนาการ ร้านอาหารระดับพรีเมี่ยมริมน้ำเจ้าพระยา รวมถึงอาคาร Clubhouse ที่เป็น Landmark โดดเด่นด้วยคอนเซปต์และการออกแบบที่สะท้อน Entrepreneurial society อย่างชัดเจน

  • ทำเลใจกลางเมืองใน 7 จุดหลัก
  • รองรับรถเทรลเล่อร์ และเข้าออกได้ตลอด 24 ชั่วโมง
  • ระบบ CCTV ระดับสากล
  • บริการที่ยืดหยุ่น เช่น ฝึกซ้อมดับเพลิง, จัดวางสินค้าโดยวิศวกรอาชีพ

การให้บริการของ SIAMJNK ผ่านระบบ Dotify ช่วยให้ผู้เช่าสามารถติดตามสถานะการซ่อมแซมแบบ Realtime ได้ ส่งผลให้ลดต้นทุน และเพิ่มความพึงพอใจของผู้เช่าอย่างมาก ทำให้ได้รับรางวัล PRIX D’EXCELLENCE จาก FIABCI ระดับนานาชาติอย่างแท้จริง

SIAMJNK ยังถือเป็นผู้นำแนวคิด ESG (Environment, Social, Governance) ด้วยการใช้ระบบ Solar Cell วัสดุ Recycle และการให้ทุนการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยให้บริษัทได้รับการรับรอง ISO 9001 และ ISO 14001

โอกาสในการขยายตัวในภูมิภาคอาเซียน

ด้วยการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ อุตสาหกรรมโลจิสติกส์อยู่ในช่วงที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในแง่ของ E-Commerce การย้ายฐานการผลิต และการเติบโตของสังคมเมือง ทำให้สายธารการลงทุนไหลเวียนเข้ามาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น

กลยุทธ์ของ SIAMJNK จึงเน้นในเรื่องของการวางพิกัดใจกลางเมือง โดยมีรัศมีไม่เกิน 3 กิโลเมตร จากทางด่วนและรถไฟฟ้า รองรับผู้เช่าทั้ง Corporate, SMEs และกลุ่มตลาดล่างถึงกลางที่มีความต้องการในพื้นที่คลังสินค้ามาตรฐานให้มากขึ้น

ด้านตลาดต่างประเทศ กลุ่มที่กำลังให้ความสนใจ SIAMJNK ได้แก่ สิงคโปร์ที่มีพื้นที่จำกัดแต่พร้อมด้านเทคโนโลยี และเวียดนาม ประเทศที่มี GDP เติบโตสูงสุดในภูมิภาค ทำให้ SIAMJNK เตรียมสยายปีกไปในภูมิภาคอาเซียนภายใน 3 ปีข้างหน้าอย่างมั่นใจ

ด้วยตำแหน่งที่ชัดเจนในฐานะผู้นำการให้บริการ SIAMJNK ลุยคลังสินค้าพรีเมี่ยม สยายปีกอาเซียน ถือเป็นกลยุทธ์ที่ก้าวทันยุคสมัย สร้างความแตกต่าง และเติบโตไปพร้อมกับลูกค้าผู้เช่าในทุกระดับ เรียกได้ว่า “คลังสินค้าไม่ใช่แค่สถานที่เก็บของ แต่เป็นพื้นที่แห่งโอกาสทางธุรกิจ”

หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจที่ต้องการพื้นที่คลังสินค้ามาตรฐาน พร้อมตั้งใจกลางเมืองและเชื่อมโยงสู่ตลาดอาเซียน SIAMJNK พร้อมรับใช้ในทุกความต้องการของคุณ

ที่มา – SIAMJNK ลุยคลังสินค้าพรีเมี่ยม พร้อมเตรียมสยายปีกอาเซียน

เบลล่า ราณี ร่วมอาลัยคุณพ่อ ดิว อริสรา อุ้ม น้องไซลาส สุดน่ารัก

บรรยากาศในงานบำเพ็ญกุศลคุณพ่อ “วิชิต ทองบริสุทธิ์” หรือที่หลายคนรู้จักในนาม “เฮียหลี” คุณพ่อของนางร้ายชื่อดัง ดิว อริสรา ทองบริสุทธิ์ ที่ศาลากิจสุวรรณ วัดหลักสี่ กรุงเทพฯ เมื่อคืนวันที่ผ่านมา ช่างเต็มไปด้วยความเศร้าหมองและหัวใจที่ยังผูกพันด้วยความรัก

ภายหลังจากที่ ดิว อริสรา เดินทางกลับประเทศไทยเพื่อเคลียร์ปัญหาส่วนตัวและหนี้สิน ล่าสุดเจ้าตัวได้เข้าร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลคุณพ่อในคืนแรก ท่ามกลางญาติมิตรและเพื่อนพ้องในวงการบันเทิงที่มาร่วมไว้อาลัยอย่างต่อเนื่อง

เบลล่า ราณี ร่วมอาลัยคุณพ่อ ดิว อริสรา อุ้ม น้องไซลาส สุดน่ารัก

งานนี้มีดาราดังหลายคนเดินทางมาร่วมไว้อาลัย ทั้ง กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์, ดีเจมะตูม เตชินท์, ใบเตย สุธีวัน, คริส หอวัง, และ เบลล่า ราณี ต่างนำพวงหรีดและดอกไม้จันทน์มาร่วมงาน บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นระหว่างความเศร้าเสีย

ภาพอบอุ่นจากเบลล่า ราณี และน้องไซลาส

หนึ่งภาพที่ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม คือ “พลอย” ผู้จัดการของ เบลล่า ราณี ที่ได้โพสต์ภาพ เบลล่า ราณี ที่อุ้ม น้องไซลาส ลูกชายของดิว ที่มาร่วมพิธีไว้อาลัยคุณตา ความน่ารักของ น้องไซลาส ที่อยู่ในอ้อมกอดของ เบลล่า ราณี ทำให้บรรยากาศที่เศร้าหมองมีรอยยิ้มอบอุ่นระหว่างกลางห้วงความรำลึก

ต่อมา ดิว อริสรา ได้เข้ามาคอมเมนต์ใต้โพสต์ของแฟนเพจพลอยว่า:

“รักพี่พลอยเสมอ เสมอต้นเสมอปลายไม่เคยเปลี่ยนเลย รักและขอบคุณพี่นะ”

บรรยากาศในคืนนั้นถือเป็นการรวมตัวของความรัก ความเผื่อแผ่ และความผูกพันที่ยังคงอยู่ แม้เจ้าของใจจะจากไป

แม้จะเป็นโอกาสที่เศร้า แต่ความอบอุ่นของคนรักและครอบครัวคือสิ่งที่หลงเหลืออยู่ในความทรงจำ รักยิ่งเหลือ แม้หายไปจากร่างกาย

หากคุณชื่นชอบข่าวสารบันเทิงไทย ติดตามเราได้ที่นี่ทุกวัน

ที่มา – ‘เบลล่า ราณี’ ร่วมอาลัยคุณพ่อ‘ดิว อริสรา’ อุ้ม‘น้องไซลาส’สุดน่ารัก