ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

‘โค้ชค้างคาวไฟ’ มั่นใจ ‘ติดท็อป 6’ ไทยลีกตามเป้าหมายแน่นอน

หลังจากที่ทีม สุโขทัย เอฟซี หรือที่แฟนบอลเรียกติดปากว่า ‘ค้างคาวไฟ’ เก็บตัวฝึกซ้อมอย่างเข้มข้นมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด โค้ชโดนัท – อัคถภรณ์ ชลิตาภรณ์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนของทีม ได้ออกมาให้สัมภาษณ์อย่างมั่นใจว่า ขุมกำลังนักเตะทุกคนอยู่ในสภาพร่างกายที่สมบูรณ์ 100% โดยจากการลงเกมอุ่นเครื่องที่ผ่านมา แม้จะมีประสิทธิภาพโดยรวมที่ดี แต่ยังมีจุดเล็กๆ ที่ต้องปรับปรุง โดยเฉพาะแนวรับที่ยังเสียประตูง่ายในจังหวะสำคัญ

อย่างไรก็ตาม โค้ชโดนัทยังระบุว่า ทีมมีแผนที่จะลงอุ่นเครื่องอีก 1 นัดในเร็วๆ นี้ เพื่อทดสอบระบบแท็กติกและความพร้อมของทีมอย่างเต็มรูปแบบ ก่อนที่ศึก บีวายดี ซีลไลออน ลีก 1 จะเปิดฤดูกาลในวันที่ 15 สิงหาคม 2568 ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่จะบอกทิศทางของทีมในฤดูกาลใหม่

‘โค้ชค้างคาวไฟ’ เชื่อมั่นในศักยภาพทีม

แม้หลายคนจะมองว่าเป้าหมายการจบอันดับใน‘ติดท็อป 6 ไทยลีก’ สำหรับสุโขทัย เอฟซี ในฤดูกาล 2025 จะต้องผ่านการแข่งขันมาอย่างเข้มข้น และเทียบกับฤดูกาลก่อนหน้าที่ทีมจบอันดับ 10 แต่ โค้ชโดนัทยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพของทีม และการได้เตรียมตัวอย่างหนักในช่วงปรีซีซั่น รับรองว่าทีมจะกลับมาสร้างเซอร์ไพรส์ได้แน่นอน

เขาบอกว่า “เกมแรกๆ ของฤดูกาลถือเป็นด่านสำคัญที่ค่อนข้างยาก เนื่องจากคู่แข่งล้วนมีการเตรียมตัวที่ดี แต่เชื่อว่า หากทีมสามารถรักษาความพร้อมให้อยู่ในระดับสูง รวมถึงความร่วมมือจากแฟนบอลที่จะมาเชียร์พวกเราในสนาม ก็เชื่อว่าจะเป็นแรงผลักดันสำคัญที่จะพาทีมสุโขทัย เอฟซี ไปสู่เป้าหมาย ‘ติดท็อป 6 ไทยลีก’ ตามที่เราคาดหวังไว้ได้อย่างแน่นอน”

ปลายทางฝันคือการติดอันดับ 1-6

สำหรับฤดูกาลใหม่ 2025 ที่กำลังจะมาถึงนี้ สุโขทัย เอฟซี ต้องทบทวนเป้าหมายใหม่จากปีที่ผ่านมา โดยโค้ชโดนัทเน้นย้ำว่า “เราไม่พึงพอใจกับอันดับที่ 10 อีกต่อไป ฤดูกาลนี้เป้าหมายสูงกว่าเดิมมาก เราตั้งใจจะเข้า‘ติดท็อป 6 ไทยลีก’ ให้ได้แม้หลายคนจะบอกว่ายาก แต่เรามีแผนชัดเจนและเชื่อมั่นในศักยภาพของทีม

ซึ่งหากแฟนบอลติดตามเกมอุ่นเครื่อง จะเห็นได้ว่าทีมมีพัฒนาการที่ต่อเนื่องทั้งเกมรุกและแนวรับ ที่ผ่านมาอาจมีจุดเสียที่ต้องปรับ แต่นั่นคือสิ่งปกติในการเตรียมทีม เราพร้อมทุ่มเททุกอย่างเพื่อเป้าหมายที่ฝันไว้”

''โค้ชค้างคาวไฟ' มั่นใจ 'ติดท็อป 6' ไทยลีกตามเป้าหมายแน่นอน

  • ขุมกำลังแข็งแกร่ง
  • นักเตะทุกคนสภาพร่างกายสมบูรณ์ 100%
  • คอยปรับรายละเอียดเพิ่มเติมก่อนลุยไทยลีก

จากการลงทุนเสริมทัพทั้งในแดนกลาง แนวรับ และกองหน้า ที่เพิ่งเข้ามาแก้ปัญหาจุดอ่อนของฤดูกาลก่อน บวกกับโค้ชโดนัทที่มีประสบการณ์และความเข้าใจในทีมมาอย่างยาวนาน นี่จึงเป็นปัจจัยหลักที่อาจพาทีมให้ไป ‘ติดท็อป 6 ไทยลีก’ ได้เช่นกัน

ทีมบริหารและโค้ชตกลงกันแล้วว่า เป้าหมายฤดูกาลนี้คือ 1-6 แม้ว่านั่นจะเป็นเป้าหมายที่สูงขึ้น แต่แน่นอนว่าไม่เกินความสามารถของทีมหากทำงานได้ตามแผนที่วางไว้ และด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยมของกุนซือ ค้างคาวไฟ ก็พร้อมรับมือความท้าทายที่รออยู่

แฟนบอลคือพลังสำคัญของ ‘ค้างคาวไฟ’

โค้ชโดนัทยังไม่ลืมที่จะขอความร่วมมือจากแฟนบอล โดยส่งข้อความสำคัญไปยังแฟนๆ ของทีมว่า “หากอยากให้ค้างคาวไฟกระพือปีกไปถึงรอบตัดเชือก หรือแม้กระทั่ง ท็อป 6 ไทยลีก ก็ต้องขอให้ทุกคนหนุนหลังทีมให้เต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นเวลาที่ทีมแพ้หรือชนะ ความรักความศรัทธาจากแฟนบอล จะเป็นแรงผลักดันทำให้เกิดฟอร์มที่ดีต่อเนื่อง”

สุโขทัย เอฟซี กำลังจะเปิดฤดูกาล 2025 พร้อมความหวังใหม่ๆ แม้จะยังเป็นหนึ่งในทีมที่คาดเดาไม่ได้ แต่การเตรียมตัวที่ดีขึ้นทุกด้าน ทำให้มีโอกาสเป็นหนึ่งในทีม ‘เซอร์ไพรส์’ ของลีกได้อย่างแน่นอน

ทีมค้างคาวไฟปรับปรุงแทบทุกจุด – อัพสู่ความสำเร็จ

หากคุณเป็นแฟนบอลของสุโขทัย เอฟซี หรือผู้ติดตามความเคลื่อนไหวฟุตบอลไทย ไม่ควรมองข้ามฤดูกาลนี้ของทีม ‘ค้างคาวไฟ’ เพราะจากการเปลี่ยนแปลงเชิงลึกทั้งทีมผู้ฝึกสอนและโครงสร้างภายใน ดูเหมือนพวกเขาพร้อมแล้วที่จะไต่อันดับขึ้นมาเป็นหนึ่งในทีมชั้นนำของลีก และ‘ติดท็อป 6 ไทยลีก’ ตามเป้าหมายที่โค้ชโดนัทเชื่อมั่นไว้

อย่าลืมติดตามและส่งกำลังใจให้กับค้างคาวไฟในการเปิดฤดูกาลเพื่อให้พวกเขากลายเป็นสโมสรฟุตบอลระดับแนวหน้าในใจแฟนบอลได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

ที่มา – ‘โค้ชค้างคาวไฟ’ มั่นใจ ‘ติดท็อป 6’ ไทยลีกตามเป้าหมายแน่นอน

ครอบครัว ‘พลทหารธีรยุทธ’ พลีชีพในสนามรบ ทราบซึ้งรับบ้านพระราชทานจากในหลวง

ในวันที่ 4 สิงหาคม เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความเศร้าสลดให้กับคนไทยทั้งประเทศ เมื่อพลทหารธีรยุทธ กระจ่างทอง วีรบุรุษผู้เสียสละชีวิตในสนามรบระหว่างปะทะกับทหารเขมรที่จังหวัดศรีสะเกษ ได้จากไปอย่างสงบ แต่หลงเหลือมรดกแห่งความเสียสละและความรักชาติให้กับผู้คนทั่วไป

ครอบครัวของพลทหารธีรยุทธ กระจ่างทอง นั้นเคยใช้ชีวิตอย่างลำบาก ไม่มีบ้านเป็นของตนเอง ต้องอาศัยอยู่บนที่ดินของหลวงในกระท่อมที่ประสบความลำบากทั้งเรื่องไฟฟ้าและน้ำประปา การได้รู้ข่าวว่าเขาไม่ได้มีแม้กระทั่งที่พักอาศัยที่เหมาะสม ทำให้ผู้คนมากมายต่างรู้สึกสะเทือนใจและมีจิตอาสาร่วมกันในการซ่อมแซมและสร้างบ้านให้ครอบครัวนี้

ครอบครัว ‘พลทหารธีรยุทธ’ รับบ้านพระราชทานอย่างเป็นทางการ

ล่าสุด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีพระราชทานบ้านน็อกดาวน์ให้กับครอบครัวของพลทหารธีรยุทธอย่างเร่งด่วน ซึ่งขณะนี้ได้มีการติดตั้งบ้านเสร็จเรียบร้อย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น ระบบไฟฟ้า ประปา และอื่น ๆ ที่จำเป็นสำหรับการใช้ชีวิตประจำวัน ครอบครัว ‘พลทหารธีรยุทธ’ กล่าวว่ารู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับบ้านพระราชทานหลังนี้

ความช่วยเหลือจากภาคประชาชน

โครงสร้างบ้านเดิมของครอบครัวที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์นั้น ทางภาคเอกชนได้เข้ามาแสดงความตั้งใจที่จะร่วมกันสร้างบ้านหลังดังกล่าวให้เสร็จสมบูรณ์ เมื่อประชาชนได้เห็นเรื่องนี้จากข่าว ต่างมีความประสงค์อย่างแรงกล้าในการสนับสนุนให้วีรบุรุษอย่างพลทหารธีรยุทธได้รับการยกย่องทั้งในชีวิตและครอบครัว แม้ว่าจะช่วยเหลือไม่สามารถทดแทนการสูญเสียชีวิตได้ แต่ก็เป็นการส่งต่อแรงใจและกำลังกายให้ลุล่วง

นายศรีธรรม ราชแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ได้กล่าวชื่นชมในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการทรงห่วงใยครอบครัวทหารที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ บ้านพระราชทานรวมทั้งระบบสาธารณูปโภคที่ได้รับ ล้วนสะท้อนถึงพระอัจฉริยะภาพในการส่งความรักความห่วงใยไปยังครอบครัวของคนกล้า

นอกจากนี้ ทางกองทัพภาคที่ 2 ร่วมกับศูนย์จิตอาสาพระราชทานจังหวัดบุรีรัมย์ รวมทั้งส่วนงานมณฑลทหารบกที่ 26 และภาคเอกชน ได้เข้าช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เพื่อให้มั่นใจว่าครอบครัว ‘พลทหารธีรยุทธ’ ได้มีที่อยู่อาศัยที่สมบูรณ์ เหมาะสม และสภาพที่ดีในการดำเนินชีวิตต่อไป

สิ่งสำคัญที่สุดคือ ที่ดินซึ่งครอบครัวอาศัยอยู่ขณะนี้ได้รับการรับรองให้ออกโฉนดได้ในกรณีพิเศษ เนื่องจากพลทหารธีรยุทธได้สร้างประโยชน์สูงสุดให้กับประเทศชาติ ไม่ว่าจะเป็นการปกป้องเถลิงไว้ซึ่งความมั่นคงให้แดนไทยอย่างกล้าหาญ ทำให้ครอบครัวของเขาได้รับการช่วยเหลืออย่างทั่วถึง

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า สังคมไทยยังคงเปี่ยมด้วยความสัมพันธ์และความมีน้ำใจ กลุ่มประชาชน เจ้าหน้าที่รัฐ รวมทั้งบุคคลผู้ทรงคุณวุฒิ ต่างมาร่วมกันจัดทำสิ่งที่ดีที่สุดให้ครอบครัวที่รักนิตย์ของพลทหารธีรยุทธ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน ที่ดิน หรือถาวรวัตถุก็ตามที

ให้เราช่วยยกย่องวีรบุรุษอย่างต่อเนื่อง

  • ร่วมให้การสนับสนุนโครงการช่วยเหลือครอบครัวชาติทหาร
  • ติดตามข่าวสารเพื่อเข้าใจประเด็นราคาความเสียสละ
  • โปรดเข้าใจและเคารพในผู้ปกป้องประเทศชาติ

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่รู้สึกประทับใจและตั้งใจจะเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลวีรบุรุษเช่นนี้ ทางเลือกอยู่ไม่ไกล และสามารถทำให้สังคมร่วมกันสร้างแรงเปลี่ยนแปลงได้จริง

ครอบครัว ‘พลทหารธีรยุทธ’ ได้รับการดูแลอย่างครบทั่ว และเป็นศูนย์กลางแห่งแรงบันดาลใจให้หลายคนได้อ่อนน้อมรำลึกในพระกรุณาอย่างล้นพ้น

ที่มา – ครอบครัว ‘พลทหารธีรยุทธ’ พลีชีพในสนามรบ ทราบซึ้งรับบ้านพระราชทานจากในหลวง

เนทันยาฮูขอกาชาดสากลช่วยเหลือ หลังมีคลิปฉาวตัวประกันกาซาซูบผอม

เนทันยาฮู ผู้นำของอิสราเอล ได้ออกมาเรียกร้องให้ กาชาดสากล หรือ ไอซีอาร์ซี (ICRC) เข้ามามีบทบาทในการช่วยเหลือ ตัวประกันในกาซา ที่ถูกเผยแพร่สภาพร่างกายที่ซูบผอมจนน่าเป็นห่วงในคลิปวิดีโอล่าสุด โดยเขายืนยันว่าทางรัฐบาลพร้อมทำงานร่วมกับองค์กรการกุศลเพื่อจัดหาอาหารและดูแลสุขภาพของตัวประกันอย่างเร่งด่วน

ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดใน ฉนวนกาซา ที่ยืดเยื้อมาอย่างยาวนาน กลุ่ม ฮามาส และ อิสลามิก จีฮัด ซึ่งเป็นพันธมิตรกัน ได้เผยแพร่ คลิปวิดีโอตัวประกัน ทั้งหมด 3 คลิป โดยมีเนื้อหาแสดงให้เห็นถึงสภาพร่างกายที่อ่อนล้าและขาดอาหารของผู้ถูกจับเป็นตัวประกัน ทำให้เกิดกระแสน้ำตาลูกโซ่ในสังคมอิสราเอล พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งหาทางออกร่วมกับฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อหยุดการทรมานมนุษยธรรมที่เกิดขึ้น

เนทันยาฮูขอกาชาดสากลช่วยเหลือ

สำนักนายกรัฐมนตรีอิสราเอลระบุอย่างชัดเจนว่า เนทันยาฮูได้พูดคุยกับนายจูเลียน เลริสสัน ผู้ประสานงานของไอซีอาร์ซีประจำภูมิภาค เพื่อขอให้องค์กรเข้าไปช่วยเหลือโดยตรง โดยเฉพาะการจัดการเรื่องอาหารและบริการทางการแพทย์ เนื่องจากสถานการณ์ในพื้นที่แสดงถึงความทุกข์ยากที่เพิ่มขึ้นของตัวประกันที่ถูกกักขังอยู่ภายใต้การปิดล้อม

สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงแค่ประเด็นทางการเมือง แต่ยังเป็นเรื่องของความรับผิดชอบทางจริยธรรมและกฎหมายระหว่างประเทศ การมีส่วนร่วมของ ไอซีอาร์ซี ถือเป็นความหวังหลักสำหรับครอบครัวของตัวประกันที่เฝ้ารอมานานนับปี และถือเป็นการส่งสัญญาณว่าแม้แต่ผู้มีอำนาจสูงเช่นเนทันยาฮูก็จำเป็นต้องพึ่งพาองค์กรภายนอกเพื่อแก้ปัญหา

ไอซีอาร์ซีตอบรับพร้อมแสดงความกังวล

ไอซีอาร์ซีออกมาระบุชัดเจนว่าพวกเขาตกใจกับเนื้อหาใน คลิปตัวประกันกาซา ที่ถูกเผยแพร่ และได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายให้ความร่วมมือเพื่ออนุญาตให้เข้าถึงตัวประกันโดยตรง พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือที่จำเป็นทันที เพื่อรักษาสถานะภาพทางสุขภาพของผู้ถูกจับกุมไว้ในพื้นที่

ฮามาสตั้งเงื่อนไข

กองพันอัล-กัสซัมซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธของฮามาสลั่นเงื่อนไขว่า พวกเขาพร้อมอนุญาตให้กาชาดสากลเข้าถึงตัวประกัน แต่จะต้องมีการจัด ‘ระเบียงมนุษยธรรม’ เพื่อนำอาหารและของช่วยเหลือเข้าสู่ทุกพื้นที่ใน ฉนวนกาซา ท่ามกลางการปิดล้อมที่ทำให้ชาวพื้นที่ต้องแบกรับความหิวและความทุกข์ไปด้วยกัน

ความร่วมมือคือทางออกเดียวที่เหลืออยู่

ในสถานการณ์ที่ซับซ้อนเช่นนี้ เนทันยาฮูขอกาชาดสากลช่วยเหลือ เป็นตัวอย่างของการยอมรับว่าปัญหาบางอย่างต้องได้รับการแก้ไขผ่านความร่วมมือระหว่างประเทศ ไม่ใช่เพียงแนวทางการใช้กำลังอย่างเดิม

หากไม่มีฝ่ายใดยินยอมให้พื้นที่ปลอดภัยสำหรับการช่วยเหลือมนุษยธรรมอย่างจริงจัง ก็ยากที่จะมองภาพทางออกของปัญหานี้อย่างเป็นรูปธรรม สิ่งสำคัญที่สุดคือการรักษาชีวิตของตัวประกันและพลเรือนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสงครามให้ได้มากที่สุด

สิ่งที่ประชาชนทั่วโลกทำได้

  • ติดตามความเคลื่อนไหวจากองค์กรกาชาด
  • ร่วมแสดงความเห็นผ่านโซเชียลมีเดียเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
  • สนับสนุนองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ทำงานในพื้นที่ขัดแย้ง

หากคุณรู้สึกว่า สงครามหรือการทรมานตัวประกันไม่ใช่เรื่องไกลตัว ลองตั้งใจอ่านและเข้าใจมากขึ้น ช่วยกันปกป้องสิทธิ์ของทุกชีวิตไม่ว่าอาณาเขตไหนที่ต้องได้รับการปฏิบัติด้วยความเห็นอกเห็นใจจากมนุษย์ด้วยกันเอง

ที่มา – เนทันยาฮูขอกาชาดสากลช่วยเหลือ หลังมีคลิปฉาวตัวประกันกาซาซูบผอม

แฟนเพลง ‘โอเอซิส’ พลัดตกอัฒจันทร์ดับสลดกลางคอนเสิร์ต สะเทือนใจวงการเพลง

สำหรับแฟนเพลงร็อคทั่วโลก คงไม่มีชื่อวงไหนที่ตราตรึงใจเท่ากับวง Oasis อย่างยิ่งในช่วงการแสดงที่เวมบลีย์สเตเดียมในกรุงลอนดอน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ที่มาพร้อมกับความประทับใจ แต่ก็ต้องจบลงด้วยความเศร้าเมื่อมีรายงานว่าแฟนเพลงคนหนึ่งพลัดตกจากระเบียงอัฒจันทร์และเสียชีวิตในที่เกิดเหตุระหว่างการแสดงของวง

คอนเสิร์ตที่รอคอยมานานกลายเป็นเหตุการณ์สลดใจ

คอนเสิร์ตนี้เป็นการแสดงรียูเนียนครั้งสำคัญของวงโอเอซิส โดยเฉพาะหลังจากที่สองพี่น้องอย่าง เลียม และ โนเอล กัลลาเกอร์ กลับมาเล่นบนเวทีเดียวกันอีกครั้งในรอบกว่า 15 ปี แฟนเพลงกว่า 60,000 คนต่างดีใจและหวังว่าจะได้สัมผัสกับค่ำคืนที่ยิ่งใหญ่ แต่แล้วการจากไปของชายคนหนึ่งที่อายุประมาณ 40 ปี ได้สร้างความสะเทือนในวงการเพลงทั่วโลก

เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน เมื่อชายเคราะห์ร้ายพลัดตกจากระเบียงอัฒจันทร์ในขณะที่กำลังชมคอนเสิร์ต แม้ทีมงานและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสนามจะเข้าไปให้การช่วยเหลืออย่างเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตของเขาไว้ได้ หัวรู้สึกเสียใจของวงโอเอซิสได้ออกมาระบุผ่านแถลงการณ์ว่า “เรารู้สึกตกใจและเสียใจอย่างยิ่งที่ได้ทราบข่าวการเสียชีวิตอย่างน่าเศร้าของแฟนเพลงในการแสดงเมื่อคืนที่ผ่านมา โอเอซิสขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวและเพื่อนๆ ของเขาวงจริงหวังว่าครอบครัวของผู้ล่วงลับจะได้รับความแข็งแกร่งในการผ่านช่วงเวลานี้”

สถิติประวัติการณ์ที่แตกต่างกันมาก

นอกจากเหตุการณ์น่าเศร้า ยังมีข้อมูลหนึ่งที่ถูกปล่อยออกโดยบริษัทจัดเลี้ยงเดลาแวร์ นอร์ท โดยรายงานระบุว่าปริมาณการบริโภคเบียร์ของแฟนเพลงโอเอซิสในคืนการแสดงนั้นสูงลิบ มากกว่า 250,000 แก้ว โดยที่งานคอนเสิร์ตก่อนหน้านี้ของวง โคลด์เพลย์ ขายไปได้เพียงครึ่งเดียว และเมื่อเทียบกับการดื่มเบียร์ในคอนเสิร์ตของ เทย์เลอร์ สวิฟต์ ที่มียอดเพียง 40,000 แก้วเท่านั้น ก็ยิ่งเห็นได้ว่าวงนี้ไม่เพียงมีพลังทางดนตรี แต่ยังดึงดูดแฟนเพลงผู้หลงใหลที่มาพร้อมกับความครึกครื้นชนิดเต็มที่ที่สุด

  • ข้อมูลที่น่าสนใจคือ สนามเวมบลีย์ต้องเตรียมถังเบียร์มากถึง 4,500 ถัง บรรจุในพื้นที่ที่ไม่ใช้งานเพื่อจัดเก็บเครื่องดื่ม
  • ผับและร้านค้าริมเส้นทางดำเนินการส่งเสริมธุรกิจ ทำให้ยอดขายพุ่งขึ้นแบบก้าวกระโดด
  • จนหลายต่อหลายคนเชื่อว่าค่ำคืนนี้เป็นหนึ่งในคอนเสิร์ตที่มีการบริโภคแอลกอฮอล์มากที่สุด

ไม่ว่าเหตุการณ์การเสียชีวิตนี้จะมาจากการผลักชนกันในฝูงชนหรือไม่ยังไม่ชัดเจน แต่สิ่งที่สำคัญคือการที่สมาคมผู้จัดคอนเสิร์ตและสนามแข่งขันต้องให้ความสำคัญกับ ความปลอดภัย มากขึ้น ไม่เพียงแค่เรื่องที่นั่ง แต่รวมถึงสภาพแวดล้อมโดยรอบ เช่น จุดเสี่ยงต่อการล้มหรือก่อเหตุฉุกเฉิน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำอีก

อย่างไรก็ตาม การแสดงของโอเอซิสได้ปลุกกระแสอารมณ์ของผู้คนทั่วโลกอีกครั้ง หลังจากที่วงเคยแยกกันอยู่ถึง 15 ปี แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความสะเทือนในใจแฟนเพลงและผู้จัดงาน เมื่อได้เห็นถึงความสำคัญของการบริหารจัดการความปลอดภัยในงานระดับ mega event

ภาพของบรรดาแฟนเพลงที่มาถึงสนามเวมบลีย์ กรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 25 ก.ค. 2568 เพื่อเข้าชมคอนเสิร์ตรียูเนียนของวงโอเอซิส (Ben Montgomery/Getty Images)

ท่ามกลางอุบัติเหตุที่น่าเศร้านี้ สื่อหลายสำนักในสหราชอาณาจักรยังคงให้ความสนใจกับการแสดงครั้งนี้อย่างมาก ทั้งในแง่ของความสำเร็จในด้านการตอบรับ รวมทั้งพฤติกรรมของแฟนเพลงหลายกลุ่มที่ต่างกันอย่างชัดเจน

โอเอซิสระลึกถึงการสูญเสีย และขอให้แฟนเพลงอย่าลืมใช้สติขณะชมคอนเสิร์ต

ในท้ายที่สุด คอนเสิร์ตใหญ่ที่กลับมาเจอกันอีกครั้งของวงโอเอซิสก็สร้างทั้งความประทับใจและความสูญเสียให้กับทุกคนที่เกี่ยวข้อง การแสดงครั้งนี้คงไม่ใช่แค่การเฉลิมฉลองทางดนตรี แต่ยังเป็นบทสะท้อนระดับความตื่นตัวด้านความปลอดภัยของเรายิ่งขึ้น

ที่มา – แฟนเพลง ‘โอเอซิส’ พลัดตกอัฒจันทร์ดับสลดกลางคอนเสิร์ต

เพนแนนท์แนะนำลิเวอร์พูลให้เซ็นสัญญากับโรดรีโก

เพนแนนท์แนะนำลิเวอร์พูลให้เซ็นสัญญากับโรดรีโก

เจอร์เมน เพนแนนท์ อดีตนักเตะชื่อดังของสโมสรลิเวอร์พูล หรือที่แฟนฟุตบอลรู้จักกันดีในชื่อ “หงส์แดง” ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยเขาแนะนำว่า ลิเวอร์พูลควรเซ็นสัญญากับ โรดรีโก กองหน้าริมเส้นของรีล มาดริด ซึ่งมีรายงานว่ามีค่าตัวราว 86 ล้านปอนด์ เพื่อมาแทนที่ตำแหน่งของ หลุยส์ ดิอาซ ที่ย้ายไปร่วมทีมบาเยิร์นมิวนิค ด้วยค่าตัว 65.5 ล้านปอนด์

โรดรีโกเหมาะสมกับลิเวอร์พูล

แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีข่าวว่า โรดรีโก ใกล้จะได้ย้ายไปอาร์เซนอล ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญสำหรับตัวนักเตะเอง อย่างไรก็ตาม สื่อรายงานว่า “ปืนใหญ่” ไม่ได้ให้ความสนใจอย่างจริงจังอีกต่อไป และกำลังมุ่งหน้าไปที่ดีลของ เอเบเรชี เอเซ แทน

เพนแนนท์ เชื่อว่า ลิเวอร์พูลควรเข้าจับฉลากแข้งจากมาดริดในตอนนี้ เนื่องจาก โรดรีโก มีคุณสมบัติที่จำเป็นสำหรับการแทนที่ของ หลุยส์ ดิอาซ ที่ย้ายไปยังบาเยิร์น มิวนิค เขายังยกนิ้วให้โรดรีโกว่าเป็นนักเตะระดับท็อปที่ไม่เพียงแค่มีประสบการณ์ แต่ยังมีความเร็ว พละกำลัง ความคล่องแคล่ว และยากต่อการป้องกันอีกด้วย

ลิเวอร์พูลต้องการผู้เล่นแบบโรดรีโก

ในการตั้งทีมของลิเวอร์พูลฤดูกาลหน้า เพนแนนท์ให้ความเห็นด้วยว่า การจัดซื้อผู้เล่นแบบระดับโลกเป็นเรื่องจำเป็น โรดรีโก

ที่มา – “เพนแนนท์” แนะ “หงส์แดง” เซ็น “โรดรีโก”

ศูนย์เรียนรู้สวนสมุนไพรชีววิถีท่าม่วง เปิดเวทีปั้นอาชีพใหม่ผ่าน TikTok

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ ศูนย์เรียนรู้สวนสมุนไพรชีววิถีท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ได้จัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการที่เน้นการพัฒนาทักษะและความสามารถให้กับประชาชนและผู้ประกอบการท้องถิ่น ภายใต้หัวข้อ “ปั้นรายได้ด้วย TikTok – เวิร์กช็อปสมุนไพร” ซึ่งจัดขึ้นภายใต้โครงการ สวนสมุนไพรชีววิถีท่าม่วง สัญจร ครั้งที่ 3 สำหรับครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกว่า 200 คน แสดงให้เห็นถึงความสนใจและความต้องการในการพัฒนาตนเองในยุคดิจิทัลอย่างสูง

ความร่วมมือเปิดโอกาสสร้างอาชีพแห่งอนาคต

โดยงานนี้ได้รับเกียรติจาก นางพรรณวิภา ปิยัมปุตระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมทั้งผู้แทนจาก ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME D Bank) กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และบริษัท เซนต์ บิวตี้ คอสเมติก มาร่วมผนึกกำลังสนับสนุนการสร้างรายได้เสริมผ่านการพัฒนาสมุนไพรและแพลตฟอร์มดิจิทัล

พัฒนาทักษะผ่านการตลาดออนไลน์และคอนเทนต์ TikTok

กิจกรรมในครั้งนี้ประกอบด้วยเวิร์กช็อปที่เข้มข้นและเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เช่น การสร้างสรรค์คอนเทนต์บน TikTok, เทคนิคการขายออนไลน์, รวมไปถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรในระดับมืออาชีพ นอกจากนี้ยังมีการบรรยายพิเศษเกี่ยวกับการเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำจาก SME D Bank โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเสริมแกร่งแก่ผู้ประกอบการและชุมชนได้อย่างแท้จริง

  • เวิร์กช็อป TikTok Marketing สำหรับสร้างรายได้จากคอนเทนต์
  • เทคนิคการสร้างแบรนด์สมุนไพรจากท้องถิ่นสู่ตลาดโลก
  • คอร์สพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรโดยผู้เชี่ยวชาญจากเซนต์ บิวตี้ คอสเมติก
  • ข้อมูลสินเชื่อและการสมัครรับเงินทุนดอกเบี้ยต่ำจาก SME D Bank
  • การเรียนรู้ด้านสุขภาพจากองค์ความรู้ภูมิปัญญาไทย

ในปัจจุบัน ศูนย์เรียนรู้สวนสมุนไพรชีววิถีท่าม่วง ไม่เพียงเป็นแหล่งเรียนรู้เท่านั้น แต่ยังได้รับการรับรองให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับดีเยี่ยมจาก กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ซึ่งถือเป็นเครื่องการันตีถึงมาตรฐานและความน่าเชื่อถือ

การสัญจรเชื่อมโยงและยกระดับชุมชนได้อย่างยั่งยืน

โครงการ สวนสมุนไพรชีววิถีท่าม่วง สัญจร ได้จัดเวิร์กช็อปไปแล้ว 3 ครั้งที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, ชลบุรี และล่าสุดที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยมีเป้าหมายจะขยายโอกาสการเรียนรู้สู่จังหวัดชุมพรในครั้งถัดไป ช่วยปูพื้นฐานให้คนไทยมีอาชีพและสร้างรายได้อย่างยั่งยืนผ่านผลิตภัณฑ์ไทยและเครื่องมือดิจิทัล

ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ, ผู้ประกอบการ, นักเรียนนักศึกษา หรือประชาชนทั่วไป ก็สามารถเข้าถึงความรู้ที่หลากหลายและพร้อมนำไปปฏิบัติจริงได้ พร้อมทั้งเชื่อมโยงเข้าสู่แพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง TikTok เพื่อเพิ่มช่องทางสร้างรายได้เสริม

หนึ่งในจุดมุ่งหมายหลักของโครงการนี้คือการผสมผสานระหว่าง ภูมิปัญญาไทยด้านสมุนไพรกับเทคโนโลยีในยุคดิจิทัลให้ชุมชนได้รับการพัฒนาและเติบโตได้ด้วยความมั่นคงและยั่งยืน 

ที่มา – “ศูนย์เรียนรู้สวนสมุนไพรชีววิถีท่าม่วง”เปิดเวทีสร้างงาน -สร้างรายได้เสริมแกร่งชุมชนกาญจนบุรี

นครสวรรค์จัดการแข่งขันสนุกเกอร์ 2 รายการใหญ่ “6 แดง + 15 แดง” ชิงแชมป์ประเทศไทย พร้อมเงินรางวัลรวม 8 แสนบาท

จังหวัดนครสวรรค์เตรียมเป็นเจ้าภาพการแข่งขัน สนุกเกอร์ 2 รายการสำคัญระดับประเทศอย่าง “6 แดง ชิงแชมป์ประเทศไทย” และ “15 แดง ชิงแชมป์ประเทศไทย” ระหว่างวันที่ 20-30 สิงหาคม 2568 ซึ่งเป็นงานที่พลาดไม่ได้สำหรับแฟนกีฬาทั่วไป โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ นางสาวชุติพร เสชัง เป็นประธานในงานแถลงข่าวสำคัญ โดยมีการร่วมงานของบุคคลสำคัญอย่าง นายชาดา ไทยเศรษฐ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยกระทรวงมหาดไทย และ นายสุนทร จารุมณฑ์ นายกสมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย

สนุกเกอร์ 6 แดง ชิงแชมป์ประเทศไทย: จัดเป็นครั้งแรกในต่างจังหวัด

ในการแถลงข่าวเมื่อเร็ว ๆ นี้ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีการจัด ดวลคิวนัดพิเศษ ระหว่างนายชาดา ไทยเศรษฐ์ และ “มิ้งค์ สระบุรี” หรือ ณัฐชารัตน์ วงศ์หฤทัย นักสนุกเกอร์หญิงมือ 1 ของโลก และระหว่างนายสัญญา นิลสุพรรณ ประธานชมรมกีฬาสนุกเกอร์จังหวัดนครสวรรค์ กับ “น้องมิ้งค์” ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ชมมาก นอกจากนี้ มีการจับสลากแบ่งสายรอบแรก สำหรับการแข่งขัน สนุกเกอร์ 6 แดง ชิงแชมป์ประเทศไทย ที่ถือเป็นครั้งแรกที่จัดการแข่งขันออกนอกพื้นที่กรุงเทพฯ ให้มาแข่งในต่างจังหวัด

โดยนายสัญญา ได้ให้สัมภาษณ์ว่า การแข่งขันสนุกเกอร์ 6 แดง ชิงแชมป์ประเทศ จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-24 สิงหาคม 2568 ณ โรงยิมเนเซียม 4,000 ที่นั่ง สนามกีฬาจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมถ่ายทอดสดทางช่อง T Sport7 สำหรับผู้เข้าแข่งขันนั้น เป็นนักสอยคิวมือวางอันดับ 1-32 ของประเทศรวมกว่า 32 คน

รายชื่อนักกีฬาในแต่ละกลุ่มของการแข่งขัน 6 แดง ชิงแชมป์ประเทศไทย

  • กลุ่ม A: “แจ็ค สระบุรี” เดชาวัต พุ่มแจ้ง, “อ๊อฟ พระโขนง” ภาณุ เทพสง่า, “เต๊ก หัวหิน” วรวิทย์ สุริยศรีวรรณ, “เสือสอง” บรรดิษฐ เขียวสุทธิ
  • กลุ่ม B: “กร นครปฐม” ภาสกร สุวรรณรัตน์, “ตั้ม แมวน้ำ” เอกรัฐ ธนานนท์, “นุ้ก จันท์” ยุทธภพ ภาคพจน์, “ไผ่ สากล789” จงรักษ์ บุญรอด
  • กลุ่ม C: “ไผ่ สากล 789”, “เปา โพธิ์สามต้น” สุชาติ สุขเลี่ยม, “อู๋ BSAT” ธรรมดา พุกเปลี่ยน, “หยิก สำโรง” ดรุฑ รัศมิ์มุกดา
  • กลุ่ม D: “ไบร์ท ศรีราชา” ณัทณพงศ์ ชัยกุล, “สีนิล ศิษย์เป้า” สิทธิชัย เชี่ยวชาญ, “ณัฐ สระบุรี”, “นุ้ก สงขลา” กฤษณัส เลิศสัตยาทร
  • กลุ่ม E: “กอล์ฟ บางพระ” กิตติ มงคลสละ, “แมน นครปฐม” ธนวัฒน์ ถิรพงศ์ไพบูลย์, “พล ศรีราชา” จุมพล สัพพัญญู, “โฟน อุบล” ณรงค์เดช ตาขันทอง
  • กลุ่ม F: “แม็ก ทองรัก” ไพฑูรย์ กิ่งแก้วกมล, “เป้ BSAT” ฤทธิชัย ฉิมพานัง, “นิก BSAT”, “ต๋อง ศิษย์ฉ่อย” วัฒนา ภู่โอบอ้อม
  • กลุ่ม G: “หนู ดาวดึงส์” นพดล นพจร, “เฟริส์ บางประอินทร์” นิพิฐพนธ์ มะนะมุติ, “แป มหาชัย” ทรงเกียรติ เร่บ้านเกาะ, “ติม กาญ” ชัชพงษ์ นาสา
  • กลุ่ม H: “นุ้ก คอนหวัน” ปรมินทร์ ด่านจิรกุล, “กิ๊ก พิษณุโลก” สันติภาพ อิ่มบุญสุ, “บอล รีเซ็ท” ธนพล บุญปลอด, “เต่า หลังสวน” กาญจน์ไชย วงศ์จันทร์

สนุกเกอร์ 15 แดง: สนามใหญ่ที่กำลังมาถึงต่อเนื่อง

สำหรับการแข่งขัน สนุกเกอร์ 15 แดง ชิงแชมป์ประเทศไทย จะตามมาจัดระหว่างวันที่ 25-30 สิงหาคม 2568 โดยถือเป็นการต่อยอดความคึกคักของกีฬาอย่างต่อเนื่อง จังหวัดนครสวรรค์มีประสบการณ์ในการจัดงานใหญ่มาก่อน ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่างานจะดำเนินได้อย่างสำเร็จและดึงดูดแฟนกีฬามาเข้าชมกันแน่นโรงยิมเหมือนเคย

ความน่าสนใจของการจัดรายการทั้ง 6 แดงและ 15 แดงในปีนี้คือ นอกจากจะได้แชมป์ที่มีทักษะและฝีมืออันยอดเยี่ยมแล้ว ยังมีเงินรางวัลรวมกว่า 800,000 บาท โดยแชมป์สำหรับสนุกเกอร์ 6 แดงจะได้รับเงินถึง 240,000 บาท สมาคมกีฬาของจังหวัดและผู้จัดต่างตื่นตัวเพื่อดึงศักยภาพจากนักกีฬาในทุกสายเลือดทั่วประเทศไทย

ไม่เพียงแค่ประเทศไทยเท่านั้น ความนิยมของสนุกเกอร์เริ่มกระจายไปทั่วเอเชีย การมีตัวแทนระดับโลกอย่าง “มิ้งค์ สระบุรี” ร่วมในกิจกรรมของจังหวัดครั้งนี้ สะท้อนระดับมาตรฐานและศักยภาพของกีฬาสนุกเกอร์ไทยที่อยู่ในระดับโลกและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง จึงถือเป็นโอกาสที่ดีที่จังหวัดจะได้ประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ความเป็นเมืองแห่งกีฬาอีกครั้ง

นับเป็นปีประวัติศาสตร์เลยทีเดียว การแข่งขัน สนุกเกอร์ 6 แดง ชิงแชมป์ประเทศไทย ที่ย้ายออกไปนอกกรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก เป็นการเปิดโอกาสให้กับแฟนกีฬาในจังหวัดและพื้นที่ใกล้เคียงได้ชมการแข่งขันในบรรยากาศใกล้ชิด และเป็นการกระจายโอกาสในการพัฒนาวงการกีฬาสนุกเกอร์ของประเทศให้มีพื้นฐานที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

แฟนกีฬาสนุกเกอร์ควรทดสอบไปเยือนสนามแข่งหรือรับชมสดที่คลื่น T Sport7 เพื่อไม่พลาดทุกช็อตสำคัญจากนักสอยคิวมือหนึ่งของไทย หากการระดมเงินรางวัลรวม 8 แสนบาทยังไม่แรงพอสำหรับการดึงความสนใจ ต้องบอกว่าการจัด 2 ศึกใหญ่แบบติดต่อกันในนครสวรรค์ ยังเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับกระแสของสนุกเกอร์ในระดับชุมชน ที่คาดว่าจะเติบโตขึ้นในปีนี้

หากคุณเป็นคนรักกีฬา ไม่ว่าจะสนุกเกอร์รูปแบบไหน โอกาสนี้เป็นจุดพบปะของทักษะคิวแม่นระดับประเทศ ไม่น่าพลาด ไม่ว่าจะเชียร์ผ่านหน้าจอหรือเข้าร่วมบรรยากาศจริงที่โรงยิมจังหวัดนครสวรรค์

อย่าลืมติดตามและร่วมให้กำลังใจนักกีฬาของไทยในศึกครั้งสำคัญนี้ เพราะจากทุกกติกา มาเก็บเกี่ยวมรดกของการกีฬาระดับประเทศที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับแฟนกีฬาทั้งชาติ และช่วยผลักดันให้สนุกเกอร์เป็นหนึ่งในกีฬาที่ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่อง!

ที่มา – “นครสวรรค์” จัดสอยคิว 2 ศึกใหญ่ “6 แดง+15 แดง” ชิงแชมป์ประเทศไทย เงินรางวัล 8 แสนบาท 20-30 ส.ค.นี้

‘สภ.ลำปลายมาศ’ เบรกความหลอน ‘ผีโพง’ แท้จริงแล้วเป็นไฟจากโดรนหรือเครื่องบิน

‘สภ.ลำปลายมาศ’ เปิดข้อมูลชัดเจน แสงไฟในเวลากลางคืนใช่ ‘ผีโพง’ จริงหรือ?

เคยสงสัยไหมว่า แสงสว่างที่ลอยอยู่บนท้องฟ้ายามค่ำคืนนั้นเป็น ‘ผีโพง’ ตามความเชื่อโบราณ หรือเป็นอากาศยานไร้คนขับอย่าง โดรน หรือ เครื่องบิน? ล่าสุด สถานีตำรวจภูธรลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ได้ออกมาชี้แจงเพื่อบรรยายความเข้าใจผิดที่อาจนำไปสู่ความตื่นตระหนกในสังคม โดยเฉพาะในช่วงที่มีข่าวความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา

ความเชื่อ VS เทคโนโลยี: สภ.ลำปลายมาศ อธิบายอย่างละเอียด

จากกรณีที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ออกประกาศห้ามการบินของโดรนในพื้นที่ที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ สถานการณ์ชายแดนระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านจึงต้องมีการควบคุมอากาศยานอย่างเข้มงวด โดยทางเพจของ สภ.ลำปลายมาศ จว.บุรีรัมย์ ได้ออกมาแนะนำประชาชนว่า แสงไฟที่เห็นในเวลากลางคืนไม่ใช่ผีโพงแน่นอน แต่เป็นอุปกรณ์อย่างโดรนหรือเครื่องบิน

วิธีแยกแยะแสงไฟบนฟ้า ผีโพง หรือ โดรน-เครื่องบิน

เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด ทาง สภ.ลำปลายมาศ ได้ให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับลักษณะของแสงไฟที่สังเกตได้จากพื้นดิน ดังนี้:

  • ผีโพง: ลักษณะคือมีแสงสว่างจากจมูก มักมีลักษณะคล้ายผีเป้าและผีกระสือ มีพฤติกรรมชอบกินของสดหรือคาว เป็นผีตามความเชื่อท้องถิ่น
  • โดรน: มีไฟกะพริบ 4 จุด เป็นไฟสีแดงและสีฟ้า โดยบินในระดับไม่เกิน 90 เมตรจากพื้นดิน
  • เครื่องบิน: มีไฟ 3 จุด คือไฟสีแดง ไฟสีฟ้า และไฟสีขาว ที่สำคัญ ระดับการบินของเครื่องบินอยู่เหนือพื้นดินไม่ต่ำกว่า 3,000 เมตร

สภ.ลำปลายมาศ เตือนภัยประชาชนอย่างจริงใจ

ทางเพจสภ.ลำปลายมาศ ระบุว่า ถ้าพบว่ามีการบินของโดรนในพื้นที่ที่ผิดปกติ สามารถแจ้งได้ทันทีที่เบอร์ โทร.191 ส่วนในเขตพื้นที่ลำปลายมาศ สามารถติดต่อ โทร.044-66121 เพื่อรายงานการบินที่ผิดกฎหมาย

ติดตามเทรนด์ผีโพงและเทคโนโลยีสมัยใหม่ให้เท่าทัน

กระแสแห่งความเชื่อในเรื่องผีโพงกลับมาแรงอีกครั้ง เนื่องจากสภาพแวดล้อมและความเครียดในสถานการณ์การเมืองที่ตึงเครียดทั้งสองประเทศ อย่างไรก็ดี ไม่ควรละเลยวิทยาศาสตร์และการตรวจสอบที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เพราะการแยกแยะระหว่างผีหรือเครื่องบินนั้น สามารถพิสูจน์ได้ด้วยข้อเท็จจริง

ความเข้าใจประชาชนคือจุดสำคัญที่สุด

การรู้เท่าทันและแยกแยะอากาศยาน bezpoจบุคลากรอย่างถูกต้อง จะช่วยให้สังคมลดความหวาดกลัวจากความเชื่อที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ สื่งสำคัญคือ ‘ผีโพง’ ไม่ใช่ของจริงในทุกเหตุการณ์ การมีอยู่ของโดรนแม้ต่ำกว่า 100 เมตร หรือไฟเครื่องบินที่เห็นในชั้นบรรยากาศสูง คือสร้างความสงบให้พี่น้องประชาชนยิ่งขึ้น

ท่านผู้อ่านสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารพื้นที่ความมั่นคงและการบินที่ถูกต้องจาก สภ.ลำปลายมาศ จว.บุรีรัมย์ หรือสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เพื่อไม่ให้ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดจนกลายเป็นความวุ่นวายในสังคมไทยในอนาคต

หากพบสิ่งผิดปกติเกี่ยวกับโดรน อย่าลังเลที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที โทร.191 หรือในพื้นที่ สภ.ลำปลายมาศ โทร. 044-66121 เพื่อความปลอดภัยของทุกฝ่าย

ที่มา – ‘สภ.ลำปลายมาศ’ เบรกความหลอน ‘ผีโพง’ แท้จริงแล้วเป็นไฟจากโดรนหรือเครื่องบิน

รัฐมนตรีณัฐพล ชี้ข่าวปลอมจี้สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เผยโดรนปริศนาอาจเป็นของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

ข่าวปลอมทำสถานการณ์ชายแดนเปราะบาง

ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกมาให้สัมภาษณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับกรณีโดรนปริศนาที่ถูกกล่าวถึงในสื่อไทยและกัมพูชา โดยเน้นย้ำว่าขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่าโดรนดังกล่าวเป็นของไทยหรือกัมพูชา เพราะมีรายงานเข้ามาว่ามีการบินล้ำเขตแดนจริง แต่พบว่าจำนวนมากเป็นโดรนของกัมพูชาที่บินมาในพื้นที่ของไทย

โดรนปริศนา ประเด็นร้อนที่ต้องสื่อสารด้วยความระมัดระวัง

ที่ประชุมศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) ได้มีการเตรียมพูดคุยหัวข้อโดรนเป็นวาระสำคัญ ภายหลังมีข้อมูลภาพถ่ายและการจับพิกัดจุดที่โดรนรุกล้ำเข้ามา ซึ่งทางไทยยืนยันว่าได้รับรายงานอย่างเป็นทางการจากกองทัพภาคที่ 2 เพื่อช่วยตรวจสอบว่าโดรนเหล่านี้มีเจตนาใดกันแน่

นอกจากนี้ รัฐมนตรีได้แสดงความไม่พอใจต่อคำกล่าวของ พล.ท.มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ที่ออกมาระบุว่ามีโดรนจากไทยรุกล้ำเข้าไปในพื้นที่ของเขา โดย พล.อ.ณัฐพล ชี้แจงอย่างชัดเจนว่า โดรนที่พบในพื้นที่กัมพูชานั้น อาจเป็นโดรนของพวกเขาเองที่กำลังบินกลับฐาน โดยเรียกพฤติกรรมดังกล่าวว่า “พูดเอง เสียเอง” ซึ่งเป็นการตอบสนองที่อาจไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง

ข่าวปลอมจี้ความน่าเชื่อถือของฝ่ายความมั่นคง

ความตึงเครียดระหว่างสองประเทศอาจไม่ได้เกิดจากการกระทำ แต่จากการแพร่กระจายของ ข่าวปลอม ที่ทำให้ประชาชนเฝ้าความวิตกกังวล โดยเฉพาะกรณีที่เกิดขึ้นในจังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2568 ที่มีข่าวปลอมว่าทหารจะจัดการอพยพ ซึ่งความจริงแล้วไม่มีการปฏิบัติจริง จึงขอให้ประชาชนฟังประเด็นจาก ศบ.ทก. แทนที่จะเชื่อข่าวปลอมที่ไหลกระจายผ่านสื่อโซเชียล

รัฐมนตรีวอนประชาชนอย่าตื่นตระหนก หากไม่ทราบข้อมูลแน่ชัด

  • อย่าเผยแพร่ข้อมูลที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบ
  • ฟังการชี้แจงจากรัฐแทนที่จะตอบโต้ทางสื่อ
  • ร่วมกันสร้างความเป็นหนึ่งในยามวิกฤต

พล.อ.ณัฐพล ยังได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ในยามที่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเปราะบาง ทุกคำพูด และทุกการกระทำ อาจกระทบถึงความน่าเชื่อถือทางสากล จึงขอให้สื่อมวลชนช่วยเป็นตัวกลางที่ดี ไม่ตีความเกินจริง เพราะการประจันหน้าด้วยวาทศิลป์แบบไม่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะกับบุคคลที่ให้ข่าวแบบวุฒิภาวะยังไม่เต็มที่ อาจไม่เกิดประโยชน์ต่อความมั่นคงแต่อย่างใด

หากคุณเป็นประชาชนทั่วไปที่ติดตามเรื่องนี้ ควรตระหนักว่า<ข่าวปลอม> ไม่เพียงส่งผลต่อความรู้สึกส่วนตัว แต่ยังอาจก่อให้เกิดการปฏิบัติตอบโต้ผิดทาง ควรติดตามข้อมูลอย่างเป็นระบบและรอการชี้แจงจากศูนย์บริหารสถานการณ์ชายแดนเป็นหลัก ในทุกสถานการณ์ที่มีข่าวฟุ้งซ่าน การ ฟังอย่างรอบด้าน คิดอย่างมีสติ และ ไม่รีบวิเคราะห์เกินเหตุ ถือเป็นการมีส่วนร่วมอย่างมีความรับผิดชอบ

ที่มา – ‘ณัฐพล’ ย้ำข่าวปลอมทำสถานการณ์ชายแดนเปราะบาง ซัด ‘โฆษกกัมพูชา’ พูดเองเสียเองปมโดรนปริศนา

ช็อก! นักแสดงรุ่นใหญ่ ‘ซงยองคยู’ เสียชีวิตแล้วในวัย 52 ปี ตำรวจพบร่างในรถยนต์ที่บ้านพัก

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ได้เกิดเหตุการณ์สุดสะเทือนใจขึ้นในวงการบันเทิงเกาหลีใต้ เมื่อ ‘ซงยองคยู’ นักแสดงที่มีชื่อเสียงจากการแสดงอันทรงพลังในภาพยนตร์เรื่อง ‘Extreme Job’ ถูกพบเสียชีวิตในวัยเพียง 52 ปี ขณะอยู่ภายในรถยนต์ที่อาคารพักอาศัยของเขาในเมืองยงอิน จังหวัดคยองกี เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากคนใกล้ชิด และเข้าไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุ ไม่พบร่องรอยความขัดแย้งแต่อย่างใด รวมถึงไม่พบข้อความหรือบันทึกทิ้งไว้

ซงยองคยู เสียชีวิตอย่างกะทันหัน วงการบันเทิงเศร้าสลด

การจากไปของ ซงยองคยู สร้างความเสียใจอย่างมากให้กับแฟนๆ ทั่วโลก หลังจากที่เขามีบทบาทสำคัญในการสร้างผลงานคุณภาพให้ผู้ชมมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบาทของ หัวหน้าชเว ในภาพยนตร์ ‘Extreme Job’ ที่เรียกเสียงหัวเราะและสร้างชื่อให้กับนักแสดงหลายคนในเรื่อง

เหตุการณ์เมาแล้วขับที่สะเทือนสังคม

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ‘ซงยองคยู’ เคยตกเป็นข่าวเมาแล้วขับในพื้นที่เมืองยงอิน จังหวัดคยองกี โดยมีรายงานระบุว่าเขามีพฤติกรรมขับรถไปบนถนนประมาณ 5 กิโลเมตร ในขณะที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของแอลกอฮอล์ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เขาต้องสูญเสียโอกาสการแสดงในละครเวที “Shakespeare In Love” และซีรีส์อีกสองเรื่อง ได้แก่ “The Defects” และ “The Winning Try”

แม้เขาจะออกมาขอโทษและแสดงความรับผิดชอบหลังเกิดเหตุ แต่ก็ยังไม่สามารถเยียวยาความเสียหายได้ และนั่นก็กลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขามีภาระทางจิตใจอย่างมาก

หลังเข้าสู่กระบวนการสอบสวนจากตำรวจ ทางครอบครัวของ ซงยองคยู กำลังดำเนินการให้ข้อมูลเพื่อร่วมกันหาสาเหตุที่แท้จริงว่าการเสียชีวิตครั้งนี้เกิดจากสภาพจิตใจที่กดดันหรือไม่ การชันสูตรพลิกศพยังอยู่ในระหว่างการพิจารณา และเป็นเรื่องที่อาจให้คำตอบที่ชัดเจนที่สุดในเวลานี้

สำหรับใครที่ยังจำเขาได้ในบทบาทที่ดูจริงใจ บางครั้งก็น่ารักน่าเอ็นดู หรือแม้แต่เป็นผู้ชายใจร้ายที่สร้างความเข้มข้นให้กับเนื้อเรื่อง ความสูญเสียนี้เรียกได้ว่าสะเทือนใจไม่ต่างจากการสูญเสียบุคคลสำคัญในวงการบันเทิง อย่างไรก็ตาม เราในฐานะผู้ชมควรให้ความสำคัญกับชีวิตของเขาอย่างให้ความเคารพ ทั้งในฐานะนักแสดงและในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง

สิ่งสุดท้ายที่แฟนๆ ควรทำคือร่วมไว้อาลัยอย่างสงบ และเข้าใจว่าความเครียดในสายอาชีพนักแสดงก็อาจนำไปสู่สิ่งที่เราคาดไม่ถึงได้

ที่มา – ช็อก! นักแสดงรุ่นใหญ่ ‘ซงยองคยู’ เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 52 ปี ตร.พบร่างในรถยนต์ที่บ้านพัก