CEA ผนึก Netflix ดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย

ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจ เมื่อความคิดสร้างสรรค์ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของศิลปะหรือวัฒนธรรมเท่านั้น แต่กลายเป็นพลังสำคัญที่ช่วยสร้างรายได้ งานคุณภาพ และโอกาสทางธุรกิจในระดับโลก ความร่วมมือระหว่าง CEA และ Netflix จึงเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่สะท้อนว่า เศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย มีศักยภาพมากกว่าที่หลายคนคิด

CEA ผนึก Netflix ดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย

รายงานจากกลุ่มธนาคารโลก หรือ World Bank Group ระบุว่า อุตสาหกรรมสร้างสรรค์เป็นหนึ่งใน 5 อุตสาหกรรมแห่งอนาคตของประเทศไทย ร่วมกับอุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูง การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ บริการดิจิทัล รวมถึงอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร สาขาเหล่านี้มีความได้เปรียบและมีโอกาสสร้างผลิตภาพ การลงทุน และการจ้างงานที่มีคุณภาพในอนาคต

ข้อมูลดังกล่าวทำให้เห็นว่า เศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย ไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดเชิงนโยบาย แต่เป็นภาคเศรษฐกิจที่มีมูลค่าจริง โดยปัจจุบันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยมีมูลค่าประมาณ 4.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 8.78% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ขณะที่การส่งออกสินค้าสร้างสรรค์มีมูลค่าประมาณ 1.34 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

เศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยกับโอกาสสู่ตลาดโลก

นางสาวพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล กรรมการทำหน้าที่ประธานสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หรือ CEA กล่าวในงาน “CREATIVITY AS CAPITAL: Driving the Next Growth Frontier” ว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องปรับมุมมองที่มีต่อวัฒนธรรม จากเดิมที่อาจมองเป็นค่าใช้จ่ายหรือสิ่งที่ต้องอนุรักษ์เพียงอย่างเดียว ไปสู่การมองวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์เป็นสินทรัพย์ที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้

แนวคิดนี้มีความสำคัญอย่างมาก เพราะเรื่องราวท้องถิ่น อาหาร ดนตรี ศิลปะ การออกแบบ และวิถีชีวิตของคนไทย สามารถนำไปพัฒนาเป็นสินค้า บริการ ภาพยนตร์ ซีรีส์ เกม แอนิเมชัน และคอนเทนต์รูปแบบใหม่ หากได้รับการสนับสนุนอย่างเหมาะสม ผลงานเหล่านี้สามารถเดินทางข้ามพรมแดนและสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการไทยได้ในระยะยาว

สำหรับอุตสาหกรรมคอนเทนต์สร้างสรรค์ ถือเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนหลักของ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย โดยมีมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจประมาณ 3.82 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 7.88% ของภาคเศรษฐกิจสร้างสรรค์ มีผู้ประกอบการมากกว่า 32,000 ราย และมีบุคลากรทักษะสูงราว 150,000 คน ครอบคลุมธุรกิจภาพยนตร์ ซีรีส์ แอนิเมชัน และเกม

ความร่วมมือระหว่าง CEA และ Netflix ช่วยเพิ่มโอกาสให้คนไทย

CEA ได้ร่วมมือกับ Netflix ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มคอนเทนต์ระดับโลก เพื่อเพิ่มโอกาสให้เรื่องเล่าและทรัพย์สินทางปัญญาของไทยเข้าถึงผู้ชมจำนวนมากขึ้น ความร่วมมือนี้ช่วยเปิดพื้นที่ให้ผู้สร้าง นักเขียน ผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ นักแสดง นักออกแบบ และทีมงานเบื้องหลัง สามารถนำเสนอผลงานสู่ตลาดสากลได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น

จุดเด่นของประเทศไทยคือมีเรื่องราวหลากหลายและมีเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นตำนานท้องถิ่น ประวัติศาสตร์ อาหาร ความเชื่อ ความสัมพันธ์ในครอบครัว หรือวิถีชีวิตของผู้คนในแต่ละภูมิภาค สิ่งเหล่านี้สามารถพัฒนาเป็นเนื้อหาที่มีความเป็นสากลได้ หากผู้สร้างสามารถเล่าเรื่องให้เข้าถึงง่าย มีคุณภาพ และเชื่อมโยงกับผู้ชมจากวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน

  • ช่วยให้คอนเทนต์ไทยมีโอกาสเข้าถึงผู้ชมในหลายประเทศ
  • เพิ่มช่องทางสร้างรายได้ให้ผู้ผลิตและเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญา
  • ยกระดับทักษะของบุคลากรในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ซีรีส์ เกม และแอนิเมชัน
  • สร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่เข้าสู่อาชีพสร้างสรรค์
  • ส่งเสริมภาพลักษณ์และอำนาจอ่อนของประเทศไทยในเวทีโลก

แผนพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยในระยะต่อไป

CEA อยู่ระหว่างการจัดทำแผนปฏิบัติการเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งชาติ ปี 2571–2575 โดยวางยุทธศาสตร์สำคัญไว้ 4 ด้าน ได้แก่ การส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์เป้าหมายสู่ตลาดโลก การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาและการขยายธุรกิจ การพัฒนาบุคลากรและสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึงการกระจายการเติบโตไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ

ยุทธศาสตร์เหล่านี้จะช่วยแก้ปัญหาที่ผู้ประกอบการสร้างสรรค์ต้องเผชิญ เช่น การเข้าถึงเงินทุน การขาดความรู้ด้านธุรกิจ การคุ้มครองลิขสิทธิ์ และการขาดช่องทางทำตลาดต่างประเทศ นอกจากนี้ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลยังช่วยให้ผู้สร้างรายเล็กสามารถผลิตและเผยแพร่ผลงานได้ด้วยต้นทุนที่เหมาะสม ทำให้การแข่งขันไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะบริษัทขนาดใหญ่

การกระจายโอกาสไปยังภูมิภาคก็เป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญ เพราะแต่ละพื้นที่ของไทยมีทุนทางวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน หากได้รับการพัฒนาอย่างถูกทิศทาง ก็สามารถสร้างแบรนด์ท้องถิ่น สินค้าสร้างสรรค์ และคอนเทนต์ที่มีเอกลักษณ์ได้ การเติบโตในลักษณะนี้จะช่วยสร้างงานในชุมชน ลดการกระจุกตัวของโอกาสในเมืองใหญ่ และทำให้เศรษฐกิจไทยมีความสมดุลมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การผลักดัน เศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย ให้เติบโตอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา แพลตฟอร์มดิจิทัล และผู้สร้างสรรค์เอง ภาครัฐควรสร้างระบบสนับสนุนที่เข้าถึงง่าย ขณะที่ภาคธุรกิจควรลงทุนกับบุคลากรและผลงานใหม่ ๆ ส่วนผู้สร้างควรพัฒนาทักษะทั้งด้านความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และการบริหารจัดการ

ความร่วมมือระหว่าง CEA และ Netflix จึงไม่ได้เป็นเพียงการเปิดตลาดให้คอนเทนต์ไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวอย่างของการเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ให้กลายเป็นทุนที่ต่อยอดได้จริง หากไทยสามารถพัฒนาคน ปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา และสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการทดลอง ผลงานไทยก็มีโอกาสสร้างทั้งรายได้ ชื่อเสียง และแรงบันดาลใจให้กับคนทั่วโลก

มุมมองส่งท้าย: เศรษฐกิจสร้างสรรค์จะเติบโตได้ดีที่สุดเมื่อทุกคนเห็นคุณค่าของไอเดียและเรื่องราวของไทย การสนับสนุนผู้สร้างตั้งแต่ระดับท้องถิ่น พร้อมเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มระดับโลก จะเป็นก้าวสำคัญในการทำให้ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย กลายเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์หลักของประเทศอย่างแท้จริง

ที่มา – CEA ผนึก Netflix ดัน “เศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *