CIB ทลายแก๊งสแกมเมอร์ ETO TH ฟอกเงินคริปโต
CIB ทลายแก๊งสแกมเมอร์ ETO TH ฟอกเงินคริปโต เป็นปฏิบัติการครั้งสำคัญของศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ หรือ ACSC ที่สะท้อนให้เห็นว่ามิจฉาชีพในปัจจุบันไม่ได้หลอกเหยื่อเพียงผ่านโทรศัพท์เท่านั้น แต่ยังใช้โซเชียลมีเดีย แอปพลิเคชันปลอม บัญชีม้า และสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อซ่อนเส้นทางการเงินอย่างเป็นระบบ
เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลางเปิดปฏิบัติการ “รื้อระบบสยบสแกมเมอร์ Operation Anti-Scam Matrix” เข้าตรวจค้นเป้าหมาย 27 จุดใน 11 จังหวัด และจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 39 ราย แบ่งเป็นคนไทย 30 ราย ชาวจีน 8 ราย และชาวเมียนมา 1 ราย เบื้องต้นผู้ต้องหาถูกดำเนินคดีในหลายข้อหา เช่น ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน แสดงตนเป็นบุคคลอื่น นำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ และร่วมกันฟอกเงิน
CIB ทลายแก๊งสแกมเมอร์ ETO TH ฟอกเงินคริปโต
จุดเริ่มต้นของคดีมาจากการตรวจสอบข้อมูลของชาวต่างชาติที่ได้รับวีซ่า Thailand Privilege เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับข้อมูลการแจ้งความออนไลน์ เจ้าหน้าที่พบความผิดปกติในบัญชีธนาคารของชาวจีนรายหนึ่ง ซึ่งมีเงินโอนเข้ามาจากกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงประชาชน จึงนำไปสู่การสืบสวนเส้นทางการเงินและขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการรายอื่น
รูปแบบหลอกลงทุนที่ทำให้เหยื่อหลงเชื่อ
เครือข่ายดังกล่าวเริ่มติดต่อผู้เสียหายผ่านเฟซบุ๊ก โดยชักชวนให้ลงทุนเทรดหุ้นในลักษณะ Block Trade พร้อมอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนสูง จากนั้นจึงเชิญเหยื่อเข้ากลุ่มไลน์ที่มีบัญชีม้าคอยพูดคุย สร้างบรรยากาศให้ดูน่าเชื่อถือ และแนะนำเว็บไซต์สำหรับเปิดพอร์ตลงทุน รวมถึงแอปพลิเคชันปลอม ETO TH
ในกลุ่มไลน์ยังมีบุคคลที่อ้างตัวเป็นอาจารย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน คอยสอนเทรดและแนะนำให้สมาชิกเพิ่มเงินลงทุน เมื่อเหยื่อโอนเงินเข้าไปแล้ว ระบบจะแสดงยอดกำไรที่ดูน่าสนใจ แต่เมื่อถึงเวลาถอนเงินกลับไม่สามารถทำได้ และมักถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าปลดล็อกเพิ่มเติม ทำให้ผู้เสียหายบางรายหลงเชื่อและโอนเงินซ้ำหลายครั้ง
ยึดทรัพย์กว่า 500 ล้านบาท
จากการตรวจค้น 27 จุด เจ้าหน้าที่ตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับคดีได้เป็นจำนวนมาก คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 500 ล้านบาท รายการสำคัญประกอบด้วยอสังหาริมทรัพย์หรู 8 หลัง มูลค่ากว่า 330 ล้านบาท โฉนดที่ดินและห้องชุดย่านพระราม 9 มูลค่ากว่า 90 ล้านบาท บ้านพักย่านกรุงเทพกรีฑามูลค่ากว่า 60 ล้านบาท รวมถึงรถยนต์หรู 10 คัน เงินสด เงินตราต่างประเทศ สินทรัพย์ดิจิทัล USDT เครื่องประดับ นาฬิกา และกระเป๋าแบรนด์เนม
สำหรับข้อมูลความเสียหาย เจ้าหน้าที่พบว่าบัญชีนิติบุคคล 13 บัญชีมีผู้เสียหายรวมอย่างน้อย 74 เคส มูลค่าความเสียหายกว่า 173 ล้านบาท ขณะที่กรณีตัวอย่างหนึ่งมีความเสียหายสูงถึง 26.5 ล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นว่ากลุ่มมิจฉาชีพใช้เวลาสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนจะเร่งให้เหยื่อเพิ่มเงินลงทุนในจำนวนมาก
เส้นทางฟอกเงินผ่าน USDT และอสังหาริมทรัพย์
หลังได้รับเงินจากผู้เสียหาย เครือข่ายจะกระจายเงินไปยังบัญชีอื่น ถอนเป็นเงินสด โอนผ่านระบบแลกเปลี่ยนเงิน และชำระผ่าน Payment Gateway จากนั้นเปลี่ยนเงินบางส่วนเป็นเหรียญ USDT แล้วโอนไปยังกระเป๋าเงินดิจิทัลที่ไม่ระบุตัวตน เพื่อทำให้การติดตามต้นทางของเงินทำได้ยากขึ้น
ข้อมูลจากการตรวจสอบบล็อกเชนพบว่า เงินดิจิทัลบางส่วนถูกนำกลับมาแลกเป็นเงินบาทผ่านแพลตฟอร์ม Exchange ที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยเงินที่ได้ถูกนำไปใช้หลายทาง ทั้งจ่ายผลตอบแทนให้เหยื่อรายแรกเพื่อสร้างความเชื่อมั่น ถอนเงินสดส่งต่อให้ผู้จัดการเงิน และซื้อหรือเช่าอสังหาริมทรัพย์หรูเพื่อเปลี่ยนเงินที่ได้จากการหลอกลวงให้กลายเป็นทรัพย์สินระยะยาว
เจ้าหน้าที่ระบุว่าผู้ต้องหาชาวจีนรายหนึ่งให้การรับสารภาพว่าทำหน้าที่ฟอกเงินให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับศูนย์สแกมเมอร์ในพื้นที่ปอยเปต ตั้งแต่ปี 2565 โดยมีมูลค่าเงินที่ผ่านกระบวนการฟอกไม่น้อยกว่า 3,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม การสอบสวนยังดำเนินต่อไป เพราะเจ้าหน้าที่ยังต้องตรวจสอบผู้ครอบครองทรัพย์สินที่แท้จริง รวมถึงติดตามผู้ร่วมขบวนการรายอื่น
วิธีสังเกตกลโกงลงทุนออนไลน์
- รับประกันผลตอบแทนสูงผิดปกติ: การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง หากมีการการันตีกำไรแน่นอนควรระวังเป็นพิเศษ
- เร่งให้โอนเงิน: มิจฉาชีพมักสร้างความกดดันด้วยการอ้างว่าโปรโมชันใกล้หมดหรือจำเป็นต้องเพิ่มเงินเพื่อปลดล็อกบัญชี
- ถอนเงินไม่ได้: หากต้องจ่ายค่าธรรมเนียมหลายครั้งก่อนถอนเงิน ควรหยุดโอนทันทีและเก็บหลักฐานทั้งหมด
- ใช้แอปหรือเว็บไซต์ที่ตรวจสอบไม่ได้: ควรตรวจสอบชื่อบริษัท ใบอนุญาต และช่องทางติดต่อจากหน่วยงานทางการก่อนลงทุน
- มีคนในกลุ่มช่วยยืนยันกำไร: บัญชีที่พูดคุยสนับสนุนกันหลายรายอาจเป็นบัญชีม้าที่ถูกจัดฉากเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
CIB ทลายแก๊งสแกมเมอร์ ETO TH ฟอกเงินคริปโต จึงเป็นอุทาหรณ์ว่ากลโกงลงทุนออนไลน์พัฒนาไปไกลและเชื่อมโยงกับเครือข่ายการเงินข้ามประเทศได้ ผู้ลงทุนควรตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้าน ไม่โอนเงินเพราะคำโฆษณาหรือแรงกดดัน และหากตกเป็นผู้เสียหายควรรีบติดต่อธนาคารและแจ้งความออนไลน์โดยเร็ว การหยุดโอนเงินตั้งแต่เนิ่น ๆ อาจช่วยลดความเสียหายและทำให้เจ้าหน้าที่ติดตามเส้นทางเงินได้ทันเวลา
ที่มา – CIB ทลายแก๊งสแกมเมอร์ ‘ETO TH’ ฟอกเงินคริปโต ลุยค้น 27 จุด 11 จังหวัด ยึดทรัพย์ 500 ล้าน

