CPCRT ได้รับการขึ้นทะเบียน อบก. เป็นโครงการที่ 3

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวเกษตรกรและคนรักสิ่งแวดล้อมทุกท่าน! วันนี้มีข่าวดีจากวงการเกษตรที่เราต้องไม่พลาดเลย นั่นคือ CPCRT ได้รับการขึ้นทะเบียน อบก. เป็นโครงการที่ 3 จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือที่เราคุ้นเคยกันดีในนาม CP นี่คือก้าวสำคัญที่ช่วยลดก๊าซเรือนกระจกและสร้างรายได้เสริมให้เกษตรกรยางพาราเลยทีเดียว

CPCRT ได้รับการขึ้นทะเบียน อบก. เป็นโครงการที่ 3

นายเกรียงไกร วัฒนาสว่าง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์การเกษตร จำกัด ซึ่งดูแลธุรกิจพืชครบวงจร ข้าว ขนส่งและบริการ (CPCRT) ได้แชร์ข่าวนี้หลังจากที่ อบก. มีมติเห็นชอบ โครงการกักเก็บและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในสวนยางพารา ที่จังหวัดอุทัยธานีและนครพนม ตามมาตรฐาน T-VER ประเภท FOR&AGI พื้นที่ครอบคลุม 3,409.35 ไร่ คาดลด/กักเก็บก๊าซได้ 14,543 tCO2eq/ปี ตลอด 7 ปี (2568-2575) รวมคาร์บอนเครดิต 101,801 tCO2eq นี่แหละครับที่ทำให้ CPCRT ได้รับการขึ้นทะเบียน อบก. เป็นโครงการที่ 3 อย่างเป็นทางการ!

ภาพรวมโครงการทั้ง 3 ของ CPCRT

ที่ผ่านมาบริษัทได้ดำเนินโครงการลดก๊าซเรือนกระจกในสวนยางพารามาตั้งแต่ปี 2567-2568 รวม 3 โครงการ พื้นที่ทั้งหมด 7,774.25 ไร่ คาดลด/กักเก็บ 33,207 tCO2eq/ปี สุดยอดไปเลยใช่ไหมครับ ลองมาดูรายละเอียดกัน:

  • โครงการที่ 1: จังหวัดเลย พื้นที่ 3,400.35 ไร่ ลดก๊าซ 14,535 tCO2eq/ปี ระยะ 7 ปี (2567-2574) รวมเครดิต 101,745 tCO2eq
  • โครงการที่ 2: จังหวัดเลย (1/2568) พื้นที่ 964.55 ไร่ ลดก๊าซ 4,129 tCO2eq/ปี ระยะ 7 ปี (2568-2575) รวมเครดิต 28,903 tCO2eq
  • โครงการที่ 3: อุทัยธานีและนครพนม พื้นที่ 3,409.35 ไร่ ลดก๊าซ 14,543 tCO2eq/ปี ระยะ 7 ปี รวมเครดิต 101,801 tCO2eq ซึ่งเพิ่งได้ขึ้นทะเบียนล่าสุด!

ทั้งหมดนี้เกิดจากนโยบายของนายประสิทธิ์ ดำรงชิตานนท์ รองประธานกรรมการ CPCRT ที่สนับสนุนธุรกิจยางพาราครบวงจร ร่วมกับบริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส และสำนักบริหารความยั่งยืน เพื่อรับผิดชอบต่อสังคม ลดผลกระทบ气候เปลี่ยนแปลง เตรียมพร้อมสู่ Carbon Neutrality 2030 และ Net Zero 2050 ตามวิสัยทัศน์เครือ CP

เป้าหมายขยายโครงการในอนาคต

สำหรับปี 2569 CPCRT วางแผนขยายพื้นที่เป็น 10,000 ไร่ ร่วมกับเกษตรกรเครือข่าย และในอนาคตจะร่วมกับการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เพื่อดำเนินโครงการในพื้นที่ที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. ต่อไป นี่คือการเติบโตที่ยั่งยืนจริงๆ

ธุรกิจยางพาราของบริษัทดำเนินแบบครบวงจรมาตั้งแต่ปี 2559 ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ โดยเล็งเห็นศักยภาพยางพาราในการดูดซับก๊าซเรือนกระจก นอกจากผลิตยางและไม้แล้ว ยังสร้างรายได้เสริมจากคาร์บอนเครดิต บริษัทลงทุนทั้งหมดให้เกษตรกร จนผ่านการขึ้นทะเบียน แล้วแบ่งปันผลประโยชน์จากการขายเครดิตตามสัญญา

นอกจากนี้ ยังเน้นธุรกิจเป็นมิตรสิ่งแวดล้อม รับซื้อยางจากเกษตรกรที่มีเอกสารครอบครองที่ดินถูกกฎหมาย ตรวจสอบย้อนกลับได้ สอดคล้อง EUDR (European Union Deforestation Regulation) และ FSC (Forest Stewardship Council) เพื่อให้แน่ใจว่าไม่บุกรุกป่า

โครงการนี้สร้าง 3 ประโยชน์หลัก: ลดก๊าซเรือนกระจกเพื่อสิ่งแวดล้อม, รายได้เสริมให้เกษตรกรจากคาร์บอนเครดิต, และพัฒนาธุรกิจยั่งยืนด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ตามเป้า CP Carbon Neutrality 2030 และ Net Zero 2050

ในมุมมองผม การที่ CPCRT ได้รับการขึ้นทะเบียน อบก. เป็นโครงการที่ 3 ถือเป็นตัวอย่างที่ดีเยี่ยมสำหรับอุตสาหกรรมเกษตรไทย ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้มั่นคงขึ้น ขณะที่บริษัทก้าวสู่ความยั่งยืน หากคุณเป็นเกษตรกรยางพาราหรือสนใจคาร์บอนเครดิต ลองติดต่อบริษัทเพื่อร่วมโครงการดูนะครับ จะได้เป็นส่วนหนึ่งในการรักษาโลกใบนี้ไปด้วยกัน!

ที่มา – ธุรกิจพืชครบวงจร​ ข้าว​ ขนส่ง​และบริการ​(CPCRT)​ เครือเจริญโภคภัณฑ์​ ได้รับการขึ้นทะเบียน อบก. เป็นโครงการที่ 3

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *