DSI จับตาโฉนดเขากระโดง พิรุธนิติกรรมอำพรางที่ดิน
กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ภายใต้การนำของ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดี ได้เร่งสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีพบ พิรุธนิติกรรมอำพรางโฉนดเขากระโดง ซึ่งมีความน่าสงสัยว่านักการเมืองบางคนอาจมีการครอบครองและโอนที่ดินกลับไปกลับมาอย่างผิดปกติก่อนช่วงเลือกตั้งปี 2566
DSI เร่งตรวจสอบโฉนดเขากระโดง
รายงานล่าสุดจาก DSI เปิดเผยว่า พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผู้อำนวยการกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เดินทางไปปฏิบัติภารกิจในพื้นที่เขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 19-21 สิงหาคม 2568 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการออกเอกสารสิทธิในที่ดินที่อาจเป็นของรัฐ
ในการดำเนินการ ทีมเจ้าหน้าที่ได้ประสานงานกับสำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ และสำนักงานยุติธรรมในพื้นที่ เพื่อขอข้อมูลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงได้รับรายงานว่าเคยมีชาวบ้านสูงวัยกว่า 300 รายมายื่นคำร้องขอกลับคืนที่ดินในพื้นที่ดังกล่าว
ค้นพบการวัดพื้นที่ไม่ตรงกับเอกสาร
สถานการณ์หนึ่งที่น่าสนใจคือ พื้นที่ที่เคยแสดงในระวางแผนที่ของ การรถไฟแห่งประเทศไทย ระบุไว้ว่ามีขนาด 5,083 ไร่ แต่เมื่อนำมาตรวจสอบโดยใช้ระบบวัดที่ทันสมัยในปี 2567 กลับวัดได้เพียง 4,414 ไร่ ซึ่งก่อให้เกิดข้อสงสัยว่าโฉนดเดิมมีการระบุพื้นที่เกินจริงหรือไม่ และมีการดำเนินการตามกฎหมายอย่างไร
การวัดในครั้งนี้ทำตามคำสั่งศาลปกครองที่มีมติให้เพิกถอนโฉนดที่ตั้งอยู่ในพื้นที่การรถไฟโดยไม่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ปฏิบัติงานทั้งจากกองทุนรถไฟและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นร่วมกันตรวจสอบภาคสนาม และได้ผลตามที่ระบุ
เอนเชียท่ามกลางเรื่องราวคือปัญหา ระวางของแผนที่ ที่อาจอยู่บนพื้นที่สาธารณะ เช่น สนามฟุตบอลขนาดใหญ่ที่มีโครงสร้างอยู่บนผืนแผ่นดินที่เป็นของ การรถไฟ ทั้งที่ไม่มีโฉนด ไม่มีสิทธิ์ก่อสร้าง และยังไม่มีการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานรัฐ
พบการทำนิติกรรมอำพรางโฉนด
ที่น่าจับตามองคือ DSI พบเบาะแสเกี่ยวกับโฉนดหลายแปลงในพื้นที่เขากระโดง ที่มีพฤติกรรมการโอนที่ดินกลับไปกลับมาอย่าง ผิดปกติ โดยเฉพาะในช่วงปี 2565-2566 ซึ่งใกล้ช่วงเลือกตั้ง โดยพบว่ามีกลุ่มบุคคลได้รับการโอนโฉนดในรูปแบบที่อาจมีลักษณะเป็นนิติกรรมอำพราง มีจุดประสงค์เพื่อซ่อนความเป็นเจ้าของที่แท้จริง
ข้อมูลจากรายงานภายในยังชี้ว่า ในปี พ.ศ. 2513-2539 เคยมีเจ้าหน้าที่ การรถไฟ ลงนามรับรองโฉนดให้กับประชาชนในบางพื้นที่ แม้ว่าจริง ๆ แล้วโฉนดเหล่านั้นอยู่บนที่ดินขององค์กร จำนวน 513 ไร่
อาจเข้าข่ายคดีพิเศษ หากยืนยันความผิด
หากพิสูจน์ได้ว่าการออกโฉนดในพื้นที่ 4,414 ไร่ เป็นการ ออกโฉนดโดยมิชอบ และครอบครองที่ดินเกิน 50 ไร่ ทั้งยังมีการฟอกเงินเกี่ยวข้อง จะเข้าข่ายเป็น คดีพิเศษ ตามประกาศ กคพ. ฉบับที่ 8 เรื่องลักษณะคดีมูลฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่ง DSI ได้กล่าวชัดเจนว่ากำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อประกอบการตัดสินใจดำเนินคดีอย่างเต็มรูปแบบ
จากกรณีนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของปัญหาการครอบครองที่ดินในพื้นที่สาธารณะที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจและภูมิศาสตร์ เช่น บริเวณเขากระโดง ซึ่งหากขาดการตรวจสอบอย่างละเอียดและเข้มงวด อาจเกิดปัญหาความไม่เป็นธรรมในระดับกว้างขวางได้
จากการติดตามของ DSI ยังไม่มีการสรุปตัวตนผู้ที่เกี่ยวข้องในรายละเอียด แต่กล่าวว่าจะมีการเรียกสอบปากคำพยานและรวบรวมเอกสารอย่างเต็มรูปแบบในขั้นตอนต่อไป ทั้งนี้ มั่นใจว่าจะหาข้อเท็จจริงให้ได้เพื่อให้ประชาชนได้รับความยุติธรรม
ที่มา – DSI พบพิรุธนิติกรรมอำพรางโฉนดเขากระโดง นักการเมืองครอบครอง-โอนที่ดินกลับไปกลับมา


