DSI แฉนิติกรรมอำพรางที่ดิน ‘เขากระโดง’
เมื่อเร็ว ๆ นี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เผยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับDSI แฉนิติกรรมอำพรางที่ดิน ‘เขากระโดง’ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการครอบครองที่ดินโดยไม่ชอบของกลุ่มบุคคลหลายฝ่าย ทั้งที่พื้นที่บริเวณเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ ถูกวินิจฉัยว่าเป็นที่ดินของรัฐอย่างชัดเจน
DSI แฉนิติกรรมอำพรางที่ดิน ‘เขากระโดง’
ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มอบหมายให้ พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผู้อำนวยการกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดำเนินการสืบสวนเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับDSI แฉนิติกรรมอำพรางที่ดิน ‘เขากระโดง’ เพื่อตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มผู้มีอิทธิพลบางกลุ่มกับเอกสารสิทธิในพื้นที่ ซึ่งรวมถึงการร่วมมือกับหน่วยงานเช่น กรมที่ดิน สำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ และการรถไฟแห่งประเทศไทย
ที่ดินบริเวณเขากระโดงเกี่ยวข้องกับกฎหมายอย่างไร
รายงานของ DSI เปิดเผยว่า ที่ดินเลขที่ 3477 ที่มีเนื้อที่ 37 ไร่ ถูกครอบครองโดยครอบครัวนักการเมืองดัง มีการถ่ายโอนกรรมสิทธิ์ข้ามหลายรุ่นจนถึงรุ่นหลาน ซึ่งหลังจากนั้นได้มีการสร้างสนามฟุตบอลบนพื้นที่ดังกล่าว และมีการให้เช่าแก่บริษัทเป็นเวลา 30 ปี โดยได้รับรายได้จากการเช่า แต่ในปี 2565 มีการย้อนโอนที่ดินกลับไปยังบิดาของผู้ครอบครองในปัจจุบัน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญมองว่าเป็นวิธีอำพรางการถือครองที่ดินโดยมิชอบ
นอกจากการครอบครองที่ดินโดยไม่ชอบแล้ว รายงานของDSI แฉนิติกรรมอำพรางที่ดิน ‘เขากระโดง’ ยังระบุว่า บริเวณสนามแข่งรถยังมีการบุกรุกลำคลองสาธารณะ แม้ว่ากรมที่ดินจะได้จัดทำโฉนดกันคลองไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายภายใต้ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 108 ทวิ
ความรุนแรงของการกระทำต่อระบบที่ดินของรัฐ
การที่ศาลปกครองกลางและศาลฎีกาให้คำวินิจฉัยว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นของรัฐอย่างไม่ต้องสงสัย ทำให้ผู้ครอบครองไม่มีสิทธิใด ๆ ที่จะยืนยันว่าตนเป็นเจ้าของ ส่งผลให้ DSI แฉนิติกรรมอำพรางที่ดิน ‘เขากระโดง’ เป็นคดีที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยองค์กรต้องตัดสินใจว่าจะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่
- กิจกรรมที่ลงทุนโดยใช้ทรัพย์สินของรัฐ
- ช่องทางการได้รับรายได้ที่ผิดกฎหมาย
- การบุกรุคลำคลองสาธารณะ
ทั้งนี้ คดีนี้อาจนำไปสู่ความผิดทางอาญาอย่างร้ายแรง โดยเฉพาะเมื่อมีการตัดสินจากการทำลายลำคลองสาธารณะ ซึ่งถือเป็นการบุกรุกที่ดินของรัฐและสาธารณสมบัติของแผ่นดิน
การเปิดเผยว่า DSI ได้เปิดเผยภาพถ่ายหลักฐานที่ยืนยันว่าที่ดินถูกนำมาใช้ในลักษณะขัดต่อกฎหมาย นับเป็นการเรียกร้องให้เกิดความโปร่งใส และแสดงถึงบทบาทสำคัญของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในการปกป้องทรัพยากรของรัฐ
DSI แฉนิติกรรมอำพรางที่ดิน ‘เขากระโดง’ เป็นอีกหนึ่งกรณีที่สะท้อนให้เห็นว่าการใช้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่างมีศักยภาพสามารถส่งเสริมความยุติธรรมได้
ที่มา – DSI แฉนิติกรรมอำพรางที่ดิน ‘เขากระโดง’ เปิดภาพถ่ายยันทับลำคลองสาธารณะ

