GISTDA วิเคราะห์ The Eye Thailand เกิดจากอะไรกันแน่?
เชื่อว่าหลายคนคงได้เห็นภาพเกาะวงกลมปริศนาที่จังหวัดปทุมธานี หรือที่โซเชียลเรียกกันว่า “The Eye Thailand” กันมาบ้างแล้วนะครับ ยิ่งเห็นรูปทรงกลมสมบูรณ์แบบแบบนี้ ก็อดสงสัยไม่ได้เลยว่าสรุปแล้วปรากฏการณ์นี้เป็นฝีมือของธรรมชาติ หรือมนุษย์กันแน่ วันนี้เรามาไขข้อข้องใจกับบทวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญอย่าง GISTDA กันครับ
GISTDA วิเคราะห์ The Eye Thailand ว่าเป็นธรรมชาติหรือฝีมือมนุษย์
จากกรณีที่ รศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ได้ออกมาเผยแพร่ภาพเกาะลอยน้ำทรงกลม จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าความมหัศจรรย์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ทาง GISTDA ได้ออกมาอธิบายถึงความเป็นไปได้ 3 ประเด็นหลัก โดยใช้ฐานข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมในการวิเคราะห์ ดังนี้ครับ
สมมติฐานการเกิด The Eye Thailand จากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ
- เกาะลอยน้ำหมุนได้ (Rotating Floating Island): หากเทียบกับเกาะ El Ojo ในอาร์เจนตินา มีความเป็นไปได้ว่านี่คือแพวัชพืชและดินที่หมุนอยู่บนผิวน้ำ เมื่อกระแสน้ำหรือกระแสลมพัดผ่านอย่างสม่ำเสมอ ทำให้เกาะหมุนไปเรื่อยๆ จนขัดเกลาตัวเองให้เป็นรูปวงกลม
- ทะเลสาบรูปแอก (Oxbow Lake): เกิดจากการเปลี่ยนทิศทางของแม่น้ำเจ้าพระยาจนทิ้งร่องน้ำเดิมให้กลายเป็นแอ่งน้ำ ซึ่งสภาพตะกอนอาจทำให้เกิดรูปทรงกลมมนได้
- กิจกรรมของมนุษย์ (Anthropogenic Activity): เป็นอีกหนึ่งสมมติฐานสำคัญ เนื่องจากการทำเกษตร ขุดบ่อปลา หรือการทำโคกหนองนาในอดีต อาจมีการขุดล้อมรอบจนเกิดรูปทรงเรขาคณิต ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปจนธรรมชาติปกคลุม ก็ทำให้ดูเหมือนเกาะลึกลับ
อย่างไรก็ตาม GISTDA วิเคราะห์ The Eye Thailand ด้วยการตรวจสอบภาพถ่ายย้อนหลัง (Time-Series Satellite Imagery) ร่วมกับการสำรวจผ่านโดรน จนได้ข้อสรุปที่น่าสนใจว่า พื้นที่นี้แท้จริงแล้วคือ เกาะวัชพืชลอยน้ำที่หมุนได้จริงตามธรรมชาติ ซึ่งกลายเป็นปรากฏการณ์ที่น่าทึ่งในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีของเรานี่เองครับ
การพิสูจน์ครั้งนี้ถือเป็นตัวอย่างที่ดีมากว่า เทคโนโลยีอวกาศไม่ได้มีไว้แค่ส่องดาว แต่ยังเข้ามาช่วยไขปริศนาเรื่องใกล้ตัวที่เราสงสัยได้เป็นอย่างดี สำหรับใครที่อยากไปชมความสวยงามตามธรรมชาติ ก็อย่าลืมศึกษาข้อมูลก่อนเดินทางนะครับ เพราะธรรมชาติมีเรื่องน่าตื่นเต้นให้เราค้นหาอยู่เสมอ
ที่มา – ‘GISTDA’ วิเคราะห์ ‘The Eye Thailand’ จะเป็นธรรมชาติหรือฝีมือมนุษย์กันแน่?