PDPC ผนึก 3,700 หน่วยงาน ยกระดับคุ้มครองข้อมูลตามมติ ครม.
ในยุคที่ภัยคุกคามทางไซเบอร์มีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดทางสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPC ได้ออกมาเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ ด้วยการเดินหน้าผนึกกำลังเครือข่ายเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) กว่า 3,700 หน่วยงานทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันยกระดับมาตรการความปลอดภัยให้เข้มข้นยิ่งขึ้น ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา เพื่อให้ประชาชนมั่นใจได้ว่าข้อมูลส่วนบุคคลจะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด
PDPC ผนึก 3,700 หน่วยงาน ยกระดับคุ้มครองข้อมูลตามมติ ครม.
การดำเนินการในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่หน่วยงานภาครัฐและเอกชนต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน โดยพ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการ สคส. ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการรีเซ็ต Username และ Password รวมถึงการเปิดใช้งานระบบยืนยันตัวตนหลายปัจจัยหรือ Multi-Factor Authentication (MFA) ซึ่งเป็นมาตรการพื้นฐานแต่ทรงพลังที่สุดในการป้องกันข้อมูลรั่วไหลจากการถูกแฮกบัญชีผู้ใช้งาน
มาตรการเร่งด่วนเพื่อความปลอดภัย
นอกจากเรื่อง MFA แล้ว ทาง PDPC ผนึก 3,700 หน่วยงาน ยกระดับคุ้มครองข้อมูลตามมติ ครม. อย่างเป็นรูปธรรมด้วยแนวทางดังต่อไปนี้:
- ตรวจสอบและรีเซ็ตบัญชีผู้ใช้งานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
- ปิดหรือลบบัญชีระบบงานที่ไม่ได้ใช้งานแล้วเพื่อลดช่องโหว่
- ผลักดันการใช้ระบบ Digital Identity เช่น ThaID ในการยืนยันตัวตน
- เพิ่มระดับความเข้มงวดในการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมการใช้แค่รหัสผ่านแบบเดิมถึงไม่พอ? คำตอบคือในปัจจุบันแฮกเกอร์มีเครื่องมือที่ทันสมัยในการเจาะระบบ การใช้ MFA จึงเปรียบเสมือนการเพิ่มกุญแจอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมาย PDPA ที่ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิในข้อมูลของประชาชนสูงสุด
หากคุณเป็นส่วนหนึ่งของหน่วยงานที่จัดการข้อมูลส่วนบุคคล การปฏิบัติตามแนวทางที่ PDPC กำหนดไว้ไม่ใช่แค่การทำตามกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้รับบริการหรือลูกค้าของคุณในระยะยาวอีกด้วย การป้องกันย่อมดีกว่าการตามแก้ไขปัญหาข้อมูลรั่วไหลแน่นอนครับ แล้วหน่วยงานของคุณล่ะ เริ่มขยับตัวเรื่อง MFA แล้วหรือยัง?
ที่มา – “PDPC” เดินหน้าผนึกเครือข่าย 3,700 หน่วยงานทั่วประเทศ ยกระดับคุ้มครองข้อมูลตามมติ ครม.ทันที